ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Gown n Gear : 6

- 6 -


ผมน่ะ เป็นลูกคนเล็กที่คล้ายกับเป็นลูกคนเดียว ผมรู้ว่าป๊ากับม๊าสปอยผมมาก และถึงจะมีพี่ชายแต่ผมก็ไม่เคยได้นอนห้องเดียวกัน เพราะผมชอบที่จะอยู่คนเดียว ทำอะไรๆคนเดียวมากกว่า...แต่ดูตอนนี้สิ

“...”

ผมเหล่ตามองคนที่นอนกอดผมแล้วหลับตาพริ้มยิ้มอย่างสบายใจ ตอนนี้ใกล้จะเช้าแล้วล่ะครับและผมก็คงต้องกลับบ้านซะที ไม่อย่างนั้นอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนคาบเช้าไม่ทันแน่ๆ

“อืมม”

คนหน้านิ่งหุบยิ้มฉับทันทีที่ผมขยับตัวจะออกจากอ้อมกอดเขา แถมพี่ไนท์ยังกระชับกอดแน่นขึ้นไปอีก

“พี่ไนท์...พี่ไนท์!”

“...”

ตาคมๆปรือตาขึ้นมองผมนิดหน่อยแล้วดึงผมเข้าไปกอดแน่นกว่าเดิม นี่ชักจะเกินไปแล้วนะครับ!

“ผมต้องไปแล้ว”

ผมพูดเสียงแข็ง พยายามดันตัวออกมาอย่างสุดแรง แต่เจ้าแมวดื้อหน้ามึนนี่ดันพาดขามารัดตัวผมไว้แน่นจนคล้ายว่าผมจะขาดได้

“ไม่”

เขาตอบกลับทันที ผมหันไปมองหน้าหล่อๆนิ่งๆนั่นอย่างกับจะดุเขา พี่ไนท์ดื้อกว่าที่ผมคิด

“ปล่อย”

ผมพูดเสียงแข็งและเราก็จ้องตากันนิ่ง ถ้าพี่เขาคิดจะข้ามเส้น ผมก็คงไม่ยอมง่ายๆแน่ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย ยังไงก็ไม่ชอบ ถึงจะชอบมองผู้ชายหล่อๆ แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่าอยากได้มาเป็นแฟนแน่

“...”

คนหล่อร้ายมองตอบมานิ่งๆ ไม่ขยับเขยื้อน เหมือนเสือที่จ้องก่อนจะตะครุบ...แต่กูไม่ใช่เหยื่อโว่ยยยย!

“ถ้าไม่ยอมปล่อย ผมคงอาจจะรู้สึกแย่กับพี่ไปตลอดชีวิต...”

ผมส่งสายตาจริงจังไปให้ แต่สายตาที่เขาส่งกลับมา...มันทำให้ผมใจอ่อน...อีกครั้ง

“...”

แววตาวูบไหวเหมือนคนที่ซ่อนความรู้สึกเศร้าและเหงาไว้ภายในใจ

“...”

ดวงหน้าเศร้าๆนั้นขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ขณะเดียวกันนั้นที่ผมก็ถูกสองแขนแกร่งกอดกระชับแน่นเช่นเดียวกัน

“...”

นัยน์ตาสีรัตติกาลสวยงามปนความเศร้าอยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น ก่อนที่ริมฝีปากของผมจะถูกสัมผัสเย็นเยียบเข้าครอบงำ

“!!!”

เหมือนน้ำแข็ง เย็นยะเยือก และแข็งกร้าว

“อืมม”

ผมเผลอเอียงศีรษะและตอบรับสัมผัสนั้นของเขา

...อยากละลายก้อนน้ำแข็งก้อนนี้...

“อื้อ!”

ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธไปมากกว่านี้ ร่างหนาก็ขึ้นคร่อมทับตัวผมแล้วบดจูบลงมาอย่างรุนแรง

หนาว...

...ผมกำลังถูกเขาแช่แข็ง

“อืืออ”

ผมเผลอขย้ำกลุ่มผมสีดำแน่นด้วยแรงอารมณ์ จูบตอบกลับเขาไปด้วยความร้อนแรง ละลายก้อนน้ำแข็งนั้นด้วยไฟของผมเอง

“อืม”

เสียงครางต่ำในลำคอของเขาลอยออกมาอย่างพอใจ ...ทุกครั้งที่ได้จูบ...เหมือนยิ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด!

“อื้ออ”

พี่ไนท์ซุกไซร้ต่ำลงมาที่ซอกคอของผม ตอนนี้เหมือนกับจะถูกมอมเมาให้ลุ่มหลงไปกับสัมผัสที่เขามอบให้ เหมือนความเย็นเยียบจะกลับกลายเป็นเพลิงไฟที่กำลังจะมอดไหม้ตัวผมเอง

“อ๊ะ!”

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อริมฝีปากเย็นๆจูบสัมผัสลงไปที่ยอดอกผมทั้งสองข้างจนเสียววูบทั่วท้องน้อย สัมผัสได้ถึงท่อนเนื้อที่เสียดสีกันกลางลำตัว

“อ๊าา”

มือใหญ่ปะป่ายลูบไล้ไปทั่วทั้งหน้าท้องราบเรียบของผม ก่อนจะเลื่อนไปบริเวณสะโพกแล้วบีบคลึงเค้นจนผมเองก็แทบจะโอนอ่อนตามไป

“อื้อ! พะ...พี่ไนท์!”

ผมผลักบ่าเขาออกแรงๆ เมื่อรู้สึกว่าเรากำลังเตลิด ผมไม่อยากใหเราต้องมองหน้ากันไม่ติดเพราะอารมณ์ชั่ววูบนี้ ...ยังไงก็ต้องทำงานร่วมกันอีก

“...มาย”

เขาเอ่ยชื่อผมด้วยเสียงทุ้มน่าฟังติดจะอ้อนกลายๆ ใบหน้าหล่อร้ายโน้มลงมาใกล้อีกครั้งจนผมรู้สึกหวั่นใจตัวเอง...กลัวจะเผลอยอมเขาไปจนหมด

“หยุดครับ!”

ผมผลักเขาอีกครั้งอย่างแรงแล้วกลิ้งหมุนตัวหลุดลงมาจากเตียงนั่น

เตียงก็อันตราย...

คนอันตรายกว่า!

“ผมจะกลับแล้ว...ขอตัวนะครับ”

แล้วผมก็วิ่งออกมาจากห้องนอนนั้นทันทีโดยหยิบมาแค่กระเป๋าเงิน โทรศัพท์และกุญแจรถที่วางข้างๆเตียง เสื้อผ้าชุดเมื่อวานก็คงจะทิ้งไว้ที่นี่...ตอนนี้ขอรักษาสวัสดิภาพของตัวเองก่อนเถอะ

.

.

“มายยยย”

ผมหันกลับไปมองเพื่อนตั้มช้าๆตามเสียงเรียก เช้านี้ผมรู้สึกสติยังไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนเพิ่งเสียขวัญมา

“เป็นไงบ้างซ้อมละครเมื่อวาน?”

“ก็ดี”

ผมยังไม่อยากเจอหน้าไอ้พี่ไนท์เลย แค่คิดถึงยังรู้สึกร้อนๆทั่วหน้าเลยครับ...พี่จะแอทแทคผมแรงเกินไปแล้ว

“เดี๋ยววันนี้พวกกูไปด้วยนะ...พี่โบว์ให้กูไปแสดงเป็นเพื่อนจูเลียต”

ผมละสายตาจากกล้ามเนื้อต้นแขนของร่างอาจารย์ใหญ่ตรงหน้า เงยขึ้นมองเพื่อนรักทั้งสองอย่างยินดี

“เห้ย! จริงเหรอวะ!?”

ผมผุดลุกขึ้นชูมือเดินเข้าไปหาไอ้ตั้มและไอ้ต้นที่ยืนถือTextbookกายวิภาคอยู่ข้างๆ

“ระวั๊งง! ระวังหน่อยไอ้มาย มีดในมือมึงอะ”

ผมเหลือบสายตามองมีดที่ใช้เลาะกล้ามเนื้ออาจารย์แล้ววางมีดลงกับเตียงกรอส

“โทษทีๆ กูดีใจไปหน่อย เมื่อวานกูเหงาชิบหาย ไม่มีใครคุยด้วย”

“ไม่มีใครคุย...หรือมีแต่คนแซววะ? เอาดีๆดิ๊”

ผมเลิกคิ้วอย่างสงสัย แซว?

“มึงไปรู้อะไรมา!?”

ผมเผลอตวาดเพื่อนทั้งสองเสียงดังจนเตียงกรอสกลุ่มข้างๆหันมามองอย่างสนใจ

“ป๊าว! กูแค่ติดตามข่าวสารในเพจมหาวิทยาลัย”

ผมล่ะสงสัยจริงๆว่าเพจมอนี่มีไว้ทำอะไร ไม่โพสต์หาแฟน ก็โพสต์จับคู่จิ้นชาย-ชาย ผมถึงได้ไม่คิดจะเข้าไปดู

“ข่าวเหี้ยไรอีก?”

ผมถอนหายใจแล้วนั่งลงกับเก้าอี้ข้างเตียงกรอส ลงมือเลาะกล้ามเนื้อร่างอาจารย์เพื่อศึกษาอีกครั้ง ตอนนี้เริ่มมึนๆกลิ่นฟอร์มาลินแล้วล่ะครับ

“ก็ข่าวที่มึงแอบไปกินข้าวกับพี่ไนท์หน้ามอ ข่าวที่พวกมึงแอบเต๊าะกันกลางหอประชุมไง”

“เต๊าะพ่อง! กูซ้อมละครมั้ยล่ะ ...ต้องให้กูบอกอีกกี่ทีว่ากูไม่ได้เป็นอะไรกับมันโว่ย!!”

ผมตะโกนเสียงดังลั่นห้องกรอส คนอย่างกูต้องมีเมียโว่ย! ไม่ใช่ไปเป็นเมียใคร!

“นักศึกษาแพทย์ ปรัชญา...อยู่ไหน?”

ผมหันมองไปทางอาจารย์พี่โบว์ที่เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบแลปกรอสวันนี้ด้วย

“คร้าบบ!?”

ผมลากเสียงยาวๆตะโกนตอบกลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน มองไปยังหน้าชั้นเรียนกรอสที่มีอาจารย์ยืนถือไมค์เรียกชื่อผมอยู่หน้าห้อง

“อ๋อ! มีรุ่นพี่เอาชุดนักศึกษามาคืน มาเอาสิจ๊ะ”

หืออออ หาาาา

เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้องกายวิภาค ขณะเดียวกับที่เครื่องหมายอัศเจรีย์ประทับลงบนใบหน้าผม

ชุดนักศึกษาอะไรวะ?

ตึก ตึก ตึก ตึก

เสียงรองเท้าผ้าใบราคาหลักหมื่นกระทบก้องเมื่อเหล่านักศึกษาแพทย์ต่างพากันเงียบลง

ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจของผมเองก็เต้นดังพอๆกัน เมื่อปรากฏร่างสูงเด่นเป็นสง่า เช่นเดียวกับใบหน้าหล่อเหลาแบบที่หามองได้ยาก เขามีเสน่ห์แบบอันตรายแต่ดันน่าค้นหาจนแทบยั้งใจไม่อยู่

“...”

กึก

เขาเดินมาหยุดตรงหน้าผม แสยะยิ้มร้ายแบบที่ผมเองก็ชอบเผลอจ้องมอง

“มายลืมไว้...พี่เอามาคืนให้”

แล้วถุงกระดาษที่บรรจุชุดนักศึกษาของผมก็ถูกยื่นมาให้ต่อหน้า คนตัวสูงในเสื้อช๊อปสีน้ำเงิน ท่ามกลางชุดกาวน์สีขาวของเหล่านักศึกษาแพทย์เกือบ300ชีวิต ยิ่งทำให้เขาเป็นจุดสนใจ

“คะ...ครับ”

ผมทำได้เพียงแค่รับมาถือไว้อย่างงงๆ ต้องเอามาให้ถึงห้องแลปกายวิภาค คณะแพทย์เลยรึยังไง

“...”

เขาเงียบลง จ้องมองหน้าผมและไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน

“มีอะไรรึเปล่าครับ?”

ผมทำหน้าสงสัย พยายามเดาว่าเขาจะสื่ออะไร

“เมื่อเช้าขอโทษ...พี่ห้ามตัวเองไม่ได้”

“!!!”

“...เมียพี่น่ารักเกินไป”

หืออออ!! หาาาาา!!!!!

ถ้ามึงจะพูดทีแล้วพูดประโยคแบบนี้ มึงกลับไปเงียบเถอะครับ!!!!

ตอนนี้ห้องกรอสแทบลุกเป็นไฟ เมื่อพี่มันโยกหัวผมไปมาแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ จนผมเองยังอึ้ง!

...ยิ้มน่ารักชิบหาย!

“กรี๊ดดด พี่ไนท์ยิ้มอะแกกก!”

“ใช่ๆ หล่อมากเลยอะๆ”

“หาดูยากมากอะ! พี่เขาไม่ค่อยจะยิ้มเลยแก๊”

“สรุปแล้วเป็นแฟนมายจริงๆเหรอ?”

“แล้วแม่งจะตอแหลว่าไม่ได้คบกันทำไมวะ!”

“โถววว มายของกูววว”

“เสียดายมายน้อยย”

และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังระงม ส่วนผมก็เอ๋อแดกไปแล้วตั้งแต่เห็นรอยยิ้มพิฆาตใจในระยะประชิด ...รู้สึกว่าหัวใจตัวเองมันทำงานอย่างหนักจนร้อนวูบไปทั้งตัว

“พี่ไปแล้วนะครับ...เจอกันตอนเย็นนะ”

แล้วพี่ไนท์มันก็ขยิบตาให้นิดนึงก่อนจะเดินกลับออกไป

กรี๊ดดดดดดดด!

เออ! ไม่ใช่แค่สาวๆที่กรี๊ด ตอนนี้กูก็อยากกรี๊ด!

.

.

.

To be continued


ปล. จะพยายามอัพทุกวันน้าาา คอมเมนท์ติชมกันได้จ้าาา

ติดตามแจ้งเตือนพูดคุยกันได้ในเพจ

Facebook : I’m Mynt

กลับหน้าเรื่อง

อ่านกันขำๆนะ Don't be serious

ฝากกดไลค์ กดแชร์ ติดตามข้อมูลข่าวสารและพูดคุยกันได้ทางแฟนเพจนะคะ

Facebook : I’m Mynt

https://m.facebook.com/Immynt

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/2692796/1795871342-member.jpg

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น