ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Gown n Gear : Intro

- Intro -


“ห๊ะ!? อะไรของมึง?”

[จะกลับมั้ยล่ะบ้าน จะกลับก็มาหาที่คณะ]

“คณะมึงโคตรไกลอะมัด”

[กูไม่ไปแถวคณะมึงแน่มาย รถติด]

ผมกลอกตามองบนเมื่อเริ่มคุยกับคนอายุมากกว่าผม1ปี ไม่รู้เรื่อง

“กูจะฟ้องม๊า”

[คิดว่าป๊ากับม๊าเค้าจะซื้อรถให้มึงรึไง เค้าหวงมึงยิ่งกว่าอะไรดี]

“เออๆๆ เดี๋ยวกูหารถรางแปป มึงรอกูเลยนะ อย่าหนีไปเต๊าะสาวนะ กูขี้เกียจรอมึง”

[เออ]

ผมรีบตัดบท ขี้เกียจเถียงกับพี่ชายแท้ๆของตัวเอง ก็ผมขี้เกียจไปหามันที่คณะวิศวะอันไกลโพ้นนนน น่ะสิครับ ที่จริงผมก็เคยอยากเรียนวิศวะนะครับ แต่เพราะ ‘มัด’ พี่ชายของผมมันเลือกเรียนไปแล้ว ผมเลยต้องเลือกอย่างอื่นเรียนที่มันเท่พอๆกัน...ถึงจะเท่น้อยกว่าก็เถอะวะ

.

ผมเดินเตาะแตะเตะฝุ่นอย่างหัวเสียมาตามทาง เมื่อรถรางที่รับจากคณะผมมาส่งแถวๆหอนาฬิกาที่ค่อนข้างไกลจากตึกที่ผมนัดกับพี่ชายไว้

“น้อง!”

เชี่ยมัด! มึงไม่เข้าใจกูบ้างวะ ว่ากูเหนื่อยยยยยยย! กูยืนเลาะสกินอาจารย์ใหญ่มา3ชั่วโมงเนี่ย! ตัวก็มีแต่กลิ่นฟอร์มาลิน น่องนี่แข็งแกร่งพอถีบสามล้อลากซุงได้ทั่วเมืองน่ะ ยังจะมาใช้กูเดินไปหามึงที่ตึกเครื่องกลซึ่งแม่งตั้งอยู่หลังสุดของคณะอิ๊กกก กูอยากจะร้องไห้ มึงคิดว่าน้องมึงเป็นยูเซน โบลท์เหรอสัส โมโหโว่ยยยย!

“น้องง!!”

แม่งกูจะกลับบ้านไปอ้อนป๊ากับม๊า ยังไงกูก็ต้องมีรถอะ แต่จะรถถีบ รถมอ’ไซต์ หรือรถอีแต๋นกูก็เอาหมดอะ กูอยากอินดี้บ้าง กูไม่อยากต้องพึ่งพิงใคร โดยเฉพาะไอ้พี่ชายที่ชอบบีบบังคับกูประหนึ่งกูเป็นลูกเมียน้อย!

“น้องงง!!!!”

โว่ยยยย!? น้องพ่องน้องแม่งมึงสิ จะเรียกๆใครก็หันไปสักทีได้มั้ยวะ กูอารมณ์เสียอยู่นะ! อย่าให้กูโมโห เดี๋ยวรู้ๆๆ!

หมับ!

เหมือนภาพทุกอย่างกลายเป็นสีขาวและกลิ่นฟอร์มาลินที่คุ้นเคยก็คละคลุ้งทั่วโพรงจมูกเอาซะผมแทบน้ำตาไหลพราก....อาจารย์จะตามผมมาถึงนี่ไม่ได้นะครับ...ที่นี่ลานเกียร์นะคร้าบบ ไม่ใช่ห้องกรอส!(Gross anatomy = ห้องผ่าศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่)

“แค่ก แค่ก!”

ผมดึงๆเสื้อกาวน์ที่คลุมหัวออกแล้วหันมองขวับไปที่คนหวังดีเอากาวน์มาคลุมหัวผมให้กันแดดยามเย็น

“เอ้า! มองแรงใส่กูอีก อุตส่าห์เอามาคืน”

ผมเอียงคองงๆ คืนไรวะ? กาวน์กูก็ต้องอยู่ในกระเป๋ากูดิ จะอยู่ที่มึงได้ไง?

“ไม่ใช่ของผมมั้งครับ ของผมอยู่ในกระเป๋า”

“มึงชื่อ ปรัชญา วรสถิตย์ตระกูลป่ะล่ะ?”

อ้าว? มึงเป็นสตอล์กเกอร์เหรอไอ้หนวด? มึงแอบชอบกูแหงๆ แต่บอกไว้ก่อนว่ากูไม่ชอบแบบมึงหรอกเว่ย กูชอบแบบอั้ม...ไม่ใช่อั้ม พัชราภานะ อั้ม อธิชาติ วะฮะฮ่าาาา กูชอบล่ำๆ ถุ้ยยยยยย! ล้อเล่นครับ! ผมชอบผู้หญิง!

“ครับ”

“งั้นกาวน์เน่าๆนี่ก็ของมึง”

ผมย่นคิ้วแล้วเปิดกระเป๋าคุ้ยหากาวน์ของตัวเอง ก็พบว่าไม่เจอ อ่าว? แล้วผมไปทำตกตอนไหนวะ กูเบลอขนาดนั้นเลย?

“ตกตอนไหนวะ...”

ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะรับกาวน์มาถือไว้ลวกๆ

“มึงทำตกบนรถราง กูเรียกมึงก็ไม่หันเนี่ย เสื้อมึงหลอนชิบหาย ยี๊ๆๆ ไปไกลๆกูเลยนะ”

ว่าแล้วไอ้หนวดนี่ก็ย่นจมูกซะจนหน้ายับแล้วชูนิ้วชี้มาดันๆไหล่ผมให้เดินไปข้างหน้าแบบขยะแขยง ถ้าจะขนาดนั้นล่ะก็ กูแนะนำให้มึงขยำกาวน์กูแล้วโยนลงถังขยะเปียกไปเลยคงจะสะใจกว่ามั้ย?

“เอ่อ...ขอบคุณครับ”

ผมก็ทำได้แค่ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินกอดกาวน์เน่าๆจากมาเงียบๆ กะซิกๆ ชีวิตกูช่างน่าสงสาร ตัวเหม็นกลิ่นน้ำยาดองศพ สังคมก็รังเกียจ พี่ชายก็ไม่รัก โถววว...ชีวิตไอ้มาย!

.

.

“ทำหน้าอะไรของมึงวะมาย มึงมาช้าเองนะ จะมาโทษกูไม่ได้”

“...”

“ก็เพื่อนมันชวนกูก่อนมึงมา กูก็เลยว่าจะเตะบอลรอมึง...แปบเดียวเอง”

“เออ! กูห้ามมึงไม่ได้อยู่แล้วนี่ เล่นเปลี่ยนชุดตั้งแต่หัวจรดตีน มึงก็เตะๆไปเหอะ ทิ้งน้องไว้ที่นี่เหงาๆให้โดนยุงแดกไปก็ได้...กูโอเค กูก็แค่หิวข้าว ไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยง ยืนเลาะหนังอาจารย์ใหญ่ทั้งร่างจนขาเกร็งไปหมด ขนาดกูนั่งอยู่ตอนนี้ขากูยังสั่นพั่บๆเหมือนแผ่นดินไหวเลยมึงดูดิ...แต่กูไม่เป็นไรหรอกนะ มึงไปเตะบอลเถอะพี่ชาย”

“...”

เราสองพี่น้องสบตากันนิดหน่อยอย่างกับจะวัดใจ เออ! เอาสิวะ มึงรักน้องมึงจะตายมัด

“...”

“....เออ เฝ้ากระเป๋าให้กูด้วย ถ้าจะออกไปเซเว่นกูฝากซื้อน้ำกับลิโพ จ่ายให้ด้วย”

ป้าบๆ

มือแกร่งผิวสีคล้ำแดดนิดหน่อยตบลงมาที่บ่าผมแบบบอกลา พี่ชายสุดที่รักไม่ว่าเปล่ายังตบรองเท้าสตั๊ดสีชมพูนีออนคู่ใจวิ่งลงสนามไปทันที....

โถววว! ไอ้เห...ี้ยมมม

.

.

ผมโมโห โมโหมาก! แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเหมาขนมและของใช้มาเกือบหมดเซเว่น แค้นไอ้พี่ชาย...ถ้าไม่ติดว่าพ่อแม่เดียวกันคงจะด่ามันไปแล้ว หงุดหงิดโว่ยย

ตุบ ตับ พลั้วะ! พลั่ก!

“เห้ย! พวกมึงง หยุดโว่ยย”

ตุบตับๆ

“ไอ้มัดหยุด ไอ้ไนท์หยุด!”

ตุบ พลั๊วะ ตุบ

“เชี่ยแม่ง! มึงปล่อย! ไอ้เหี้ยแม่งกวนตีนกู”

ผมรีบเขวี้ยงถุงเซเว่นแล้วตรงเข้าไปกลางสนามบอลที่มีพี่ชายตัวเองยืนหัวโด่อยู่ทันที กูไปแปบเดียวมึงแอบไปกัดชาวบ้านอีกแล้วนะมัด

“กูกวนอะไรมึง! กูก็เตะบอลปกติ มึงนั่นล่ะจะมาขัดขากู”

อ้าวไอ้หล่อ มึงจะขัดขาพี่กูเหรอสัส!?

“หึ!”

อ้าว? มึงไม่แก้ตัวหน่อยละหล่อ กูจะพยายามเข้าข้างมึงละนะ

“อ้าว! งั้นมึงมาต่อยกับกูมา มา!!”

ผมเดินเข้าไปขวางสองคน มองซ้ายทีขวาทีสังเกตจากหน้าทั้งคู่ คงจะโดนคนละหมัดสองหมัด

“พวกมึงปล่อย”

“พวกมึงนั่นแหละหยุด!”

ผมตวาดคนทั้งหมดออกไปเสียงดังเปี่ยมไปด้วยพลังและอำนาจ

“พี่ไอซ์ครับ ผมฝากจับไอ้มัดแล้วลากมันไปปฐมพยาบาลทีฮะ ถ้ากลับไปบ้านแบบนี้เดี๋ยวม๊าเป็นลม...”

ผมผ่อนเสียงลงราบเรียบหันไปสั่งเพื่อนสนิทพี่ชายที่ยืนเกาะแขนพี่ผมให้ลากมันออกไปก่อน เพราะคนที่ดูหัวร้อนสุดเห็นจะเป็นพี่ชายผมเอง

“ส่วนพี่ เดี๋ยวผมทำแผลให้เองครับ”

“ไม่ต้อง”

ไอ้หล่อพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการควบคุมตัวของเพื่อนอีกคน....ผมเกลียดที่สุดคือคนดื้อ

พลั๊วะ

หมัดลุ่นๆซัดเข้าที่ท้องของคนตัวหนาแบบเต็มแรงจนคนถูกต่อยตัวงอล้มลงคุกเข่ากับพื้นไร้ซึ่งแรงขัดขืนทันที ผมลากเอาอุปกรณ์ทำแผลที่ซื้อมาวางแผละข้างๆตัวเพื่อเริ่มทำแผลให้ทันที หมัดของผมขนาดพี่ชายแท้ๆอย่างมัดเคยโดนยังนั่งร้องไห้เลยครับ

“เป็นเด็กดีนะฮะ ผมมือเบาทำแผลไม่เจ็บ”

ผมพูดไปยิ้มไปปลอบใจคนที่มองมาที่มือผมแบบผวาๆแต่ตอนนี้เขาคงจุกจนไม่มีแรงขัดขืน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่ามนุษย์วิศวะที่แวดล้อมอยู่ตอนนี้

“...”

เขาจื๊ดปากนิดหน่อยตอนผมใช้น้ำเกลือล้างแผลตรงๆ เพราะผมต้องมั่นใจว่าแผลสะอาดจริง ก่อนจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดรอบๆแผลอีกครั้ง

“ผมไม่รู้ว่าพี่มีเรื่องอะไรกับพี่ชายผมนะฮะ แต่ผมว่าพี่อย่าไปสนใจมันเลย”

“...”

ผมลงยาฆ่าเชื้อและสมานแผลแบบครีมแต้มเบาๆที่มุมปากเขาซึ่งเขาอาจจะไม่ได้เจ็บหรืออาจจะเจ็บจนชาไปแล้ว ถึงไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา ที่จริงตั้งแต่ผมเห็นหน้าเขา เขาก็ไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเท่าไหร่เลย คนอะไรหน้านิ่งชะมัด

“ยิ่งคิดไปก็ยิ่งเครียด ยิ่งแค้นไปก็เท่านั้น...คนบางคนเหยียบไป ก็ไม่ได้ทำให้ตัวพี่เองสูงขึ้นเลยสักนิดนี่ครับ”

“...แต่ถ้าได้เหยียบ มันก็สะใจ”

ผมยิ้มบางๆกับความคิดเด็กๆของเขาแล้วปิดพลาสเตอร์ลงไปเบาๆ

“สะใจแล้วยังไงต่อครับ?...จะต้องมีความสุขแค่ชั่วคราวไปเพื่ออะไร ถ้ารู้ว่าเดี๋ยวก็ต้องมีคนมาเอาคืน?”

“...”

“สู้ต่างคนต่างอยู่ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอครับ เราไม่ชอบเขาก็แค่ไม่ไปยุ่งกับเขา เอาเวลาไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบ มันไม่เรียกว่าคนมีปัญญาเขาทำกันเหรอฮะ?”

ผมไม่ได้โลกสวย แต่ผมคิดว่าตรรกะบางอย่างของพวกที่ตีกันเนี่ย...ทำให้สังคมแย่ลง

“...”

“...มันก็เรื่องของพี่อะครับ คิดได้ก็ยินดีด้วย แต่ถ้าคิดไม่ได้...”

“...”

“ผมก็ไม่คิดจะให้ใครมาทำร้ายพี่ชายตัวเองได้ง่ายๆเหมือนกัน”

ผมพูดแล้วก็เดินหอบถุงทำแผลออกมาทันที...คนเรามันก็มีหลายเกรดฮะ...พูดแล้วเข้าใจ มันก็ง่าย แต่ถ้าพูดแล้วไม่เข้าใจ....เราคงได้เห็นดีกัน!


.

.

.

To be continued


นิยายชั่ววูบอีกแล้ว

มาลงเกริ่นๆก่อนนะครับ

อ่านกันขำๆนะ Don't be serious

ฝากกดไลค์ กดแชร์ ติดตามข้อมูลข่าวสารและพูดคุยกันได้ทางแฟนเพจนะคะ

Facebook : I’m Mynt

https://m.facebook.com/Immynt

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/2692796/1795871342-member.jpg

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น