ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย!! [Yaoi , Boy's love]
ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย! ตอนที่ 23
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย! ตอนที่ 23

 

 

 

ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย ตอนที่ 23

Author:   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

         

“วันนี้เราจะไปไหนกันครับ” คิมถามขึ้น ขณะนั่งกินข้าวต้มตอนเช้าพร้อมกับกมล คม ใบบุญ และ ป้านี ส่วนคนอื่นๆก็นั่งแยกย้ายกันกิน เพราะป้านีลุกขึ้นมาทำเผื่อให้ทุกคนตั้งแต่เช้ามืด

 

 

“นายอยากไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่เกาะนมสาวมั้ยล่ะ” กมลพูดถามขึ้นมา ทำให้คิมตาลุกวาว

 

 

“ไปครับไป ตอนที่ไปเกาะช้าง เดย์มันพาอิฐไปดำน้ำดูปะการังก่อนที่ผมจะไปถึง ผมเลยไม่ได้ไปดำน้ำกับพวกมัน” คิมพูดบอกออกมาอย่างตื่นเต้น กมลยิ้มรับนิดๆ ก่อนจะหันไปมองกิจที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก

 

 

“กิจ เดี๋ยวถ้ากินเสร็จแล้ว ติดต่อคนรู้จักของเราที่อยู่แถวปากน้ำปราณ บอกว่าชั้นจะพาทุกคนไปดำน้ำให้เตรียมเรือและอุปกรณ์ให้ด้วย” กมลพูดสั่งลูกน้องเสียงเรียบ 

 

 

“ครับ” กิจตอบรับ

 

 

“กินให้อิ่มก่อนนะกิจ แล้วค่อยไปติดต่อ” เสียงคิมพูดดักขึ้นมาเมื่อเห็นกิจทำท่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กิจมองหน้ากมลนิดๆ

“ก็คุณกมลเค้าบอกแล้วไงว่า ถ้ากินเสร็จ แต่นี่นายยังกินไม่อิ่ม ยังกินไม่เสร็จเลยนะ” คิมว่าออกมาเสียงดุ

 

 

“ทำตามที่เมียชั้นบอกนั่นแหละ” กมลบอกกับลูกน้องพร้อมกับยกยิ้มนิดๆ

 

 

“เอ่อ..ครับ” กิจตอบรับก่อนจะนั่งกินข้าวต้มกันต่อ เมื่อทุกคนกินข้าวเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ซึ่งกมลนัดเวลาให้มารวมตัวกันตอนใกล้ๆเที่ยง

..

..

“คุณกมล แล้วเราจะกลับกรุงเทพกันวันไหนเหรอครับ” คิมถามขึ้น ขณะเตรียมเสื้อผ้าและผ้าขนหนูเพื่อไปดำน้ำ

 

 

“แล้วนายอยากกลับวันไหนล่ะ” กมลถามกลับไป

 

 

“พรุ่งนี้เย็นๆก็ได้ครับ ความจริงผมก็อยากอยู่ยาวกว่านี้นะ แต่ก็ไม่อยากรบกวนงานของคุณด้วย” คิมบอกกลับไป กมลยิ้มรับ

 

 

“นายห่วงงานของนายด้วยใช่มั้ยล่ะ” กมลแกล้งถาม คิมยิ้มนิดๆ

 

 

“ก็ประมาณนั้นแหละครับ” คิมบอกกลับไปพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เมื่อจัดเตรียมของเรียบร้อยแล้ว กมลกับคิมก็พากันลงมาจากห้อง คิมเดินไปหาใบบุญในครัว เนื่องจากเด็กหนุ่มกำลังช่วยยายตนเองและคนอื่นๆ แพ็คของกินเพื่อไปกินบนเรือ ส่วนกมลก็เดินไปยังบ้านพักอีกหลังที่อยู่ติดกัน

 

 

“คนของเรามารับหนูที่พวกแกจับได้ไปแล้วใช่มั้ย” กมลถามขึ้นเสียงเรียบ เนื่องจาก เมื่อตอนเช้าหลังกินข้าวเสร็จ กมลสั่งให้คมติดต่อลูกน้องของตนเองที่อยู่กรุงเทพ ขับรถมารับลูกน้องของเฉินที่ย่องเข้ามาดูลาดเลาเมื่อคืน ไปกักตัวไว้ที่บ้านก่อน เพราะกมลไม่อยากให้คิมมาพบเห็นเข้า

 

 

“ครับ” รุธตอบรับ

 

 

“อืม กิจ แกโทรบอกเด็กที่บ้านนะ ว่าให้จัดคนไปป่วนร้านอาหารของเมียไอ้เฉิน และส่งคนไปเผาโกดังสินค้า A ของมัน ที่สมุทรสาคร ชั้นต้องการเตือนสติมันนิดหน่อย” กมลบอกเสียงนิ่งเพราะก่อนที่เขาจะกลับไปจัดการเรื่องการออกจากวงการมืด เขาก็อยากจะจัดการเสี้ยนหนามให้หมดในทีเดียว

 

 

“ได้ครับนาย” กิจตอบรับทันที

 

 

“ช่วงนี้พวกแกก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยล่ะกัน หูไวตาไวกันให้มากกว่าเดิมหน่อย เล่นกับหมาลอบกัด เราต้องอย่าประมาท” กมลพูดกำชับอีกครั้ง ทุกคนก็ตอบรับออกมาอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่กมลจะให้ทุกคนเตรียมตัว แล้วไปพร้อมกันที่รถเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง

และเมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้ว ก็ขึ้นรถตรงไปยังจุดนัดหมาย ที่นัดเอาไว้คนรู้จักของกมลทันที

 

 

“สวัสดีครับนาย” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้คิมที่ลงจากรถหลังกมลมองด้วยความอยากรู้ ก่อนจะพบว่าเป็นชายวัยประมาณ 60 กว่าๆ ผิวกร้านแดดรูปร่างผอมแต่ดูท่าทางแข็งแรงอยู่

 

 

“ลุงสม ผมบอกแล้วไงว่าเจอกันไม่ต้องยกมือไหว้” กมลพูดขึ้นเพราะอีกฝ่ายยกมือไหว้กมล

 

 

“ไม่ได้หรอกครับ นายมีบุญคุณกับผมเยอะเหลือเกิน ผมนับถือนายจริงๆครับ” ลุงสมพูดขึ้นอย่างนอบน้อม กมลส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ ก่อนจะหันไปหาคิม เพราะถูกร่างบางสะกิด

 

 

//ใครเหรอครับ// คิมถามด้วยความอยากรู้

 

 

“ลุงสมเป็นคนขับเรือพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวตามเกาะต่างๆน่ะ พอดีรู้จักกันมาก่อน” กมลบอกอย่างรวบรัด

“ลุงครับ นี่คิม เมียผมเอง” กมลแนะนำให้ลุงสมรู้จักกับเมียตนเอง เพราะลุงสมเองก็รู้ดีว่ารสนิยมของกมลเป็นยังไง

 

 

“สวัสดีครับ” ลุงสมยกมือไหว้ จนคิมตกใจต้องรีบยกมือไหว้กลับไป

 

 

“ละ..ลุงครับ อย่าไหว้ผมสิ ผมยังไม่อยากอายุสั้น” คิมรีบพูดบอกออกมา ลุงสมยิ้มรับนิดๆ

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เมียนายก็เหมือนนายผมอีกคน” ลุงสมบอกกลับ

 

 

“ลุงแกดื้อแบบนี้แหละ” กมลตอบกลับ ทำให้คิมยิ้มออกมาอ่อนๆ ก่อนที่ลุงสมจะให้ทุกคนขึ้นเรือ บนเรือมีเสื้อชูชีพและอุปกรณ์ดำน้ำตื้นเตรียมเอาไว้พร้อมสรรพ

 

 

“คม ดูใบบุญด้วยนะ ระวังอย่าให้ตกน้ำล่ะ” คิมหันไปพูดบอกกับคมเมื่อตนเองเดินลงเรือพร้อมกับกมลแล้ว

 

 

“พี่คิม ใบบุญไม่ใช่เด็กนะฮะ” ด็กหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด คิมก็ได้แต่ยิ้มขำ เมื่อทุกคนขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว ลุงสมก็พาทุกคนออกจากฝั่งทันที กมลหันหน้ามามองคิมก็พบว่าชายหนุ่มกำลังมองไปข้างหน้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เส้นผมปลิวไสวไปมาเพระแรงลม

 

 

“ยิ้มอะไร” กมลถามขึ้น คิมหันมามองหน้ากมล

 

 

“ก็ ตื่นเต้นนิดหน่อย” คิมตอบกลับทั้งที่ยังยิ้มอยู่

 

 

“เคยดำน้ำมาก่อนมั้ย” กมลถามขึ้นอีก

 

 

“เคยครับ แต่นานมากแล้ว สมัยเด็กๆโน่น ดำกับพ่อแม่” คิมตอบกลับมายิ้มๆ

 

 

“พูดถึงพ่อแม่นาย ชั้นยังไม่ได้เข้าไปแนะนำตัวกับพวกท่านอย่างเป็นทางการเลยนะ” กมลพูดขึ้นเมื่อนึกได้

 

 

“จะเข้าไปแนะนำตัวในฐานะอะไรไม่ทราบครับ” คิมแกล้งถาม กมลยกยิ้มมุมปากขึ้นมา

 

 

“ก็ในฐานะลูกเขยยังไงล่ะ” กมลตอบกลับมาทันที ทำให้คิมร้อนหน้าวูบ

 

 

“จะเข้าไปให้พ่อแม่ผมหัวใจวายรึไงล่ะ” คิมบอกเสียงอ้อมแอ้ม

 

 

“ทำไม พ่อแม่นายเค้าไม่รู้เหรอว่านายชอบผู้ชายด้วยกัน” กมลเลิกคิ้วขึ้นนิด พร้อมกับถามกลับมา

 

 

“กะ..ก็ไม่เชิงว่าไม่รู้หรอกครับ ผมว่าเค้ารู้ แต่เค้าไม่พูด แล้วอีกอย่างที่ผมบอกว่าเค้าจะหัวใจวาย ก็เพราะเค้าคงตกใจถ้าเห็นคุณพาลูกน้องคุณเข้าไปเป็นขบวนตะหากล่ะ” คิมบอกกลับเสียงไม่ดังมากนัก ทำให้กมลยิ้มขำ

 

 

“งั้นถ้าชั้นจะเข้าไป ชั้นจะไปกับนายแค่สองคน ตกลงมั้ย” กมลพูดขึ้นเสียงจริงจัง คิมนิ่งไปนิด ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ผมว่าเอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันวันหน้าดีกว่านะครับ” คิมพูดพร้อมกับยิ้มฝืนๆออกมา กมลจึงไม่คิดจะเซ้าซี้ถามอะไรต่อ เพราะพอจะเข้าใจคิมอยู่เหมือนกัน ไม่เหมือนกับกมลที่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนให้นึกถึงเวลาจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง และกมลเองก็ไม่อยากให้คิมคิดมากในขณะที่กำลังมาพักผ่อนแบบนี้ด้วย

 

 

“อ่า ถึงแล้ว” กมลชี้ให้คิมดูเกาะนมสาว ที่ที่ทุกคนจะมาดำน้ำดูปะการังด้วยกัน ลุงสมดับเรือเพื่อให้ทุกคนเตรียมตัว

 

 

“คุณกมลจะกินอะไรกันก่อนมั้ยคะ แล้วค่อยลงไปดำน้ำ” ป้านีเดินเข้ามาถามกมลที่กำลังสอนการใช้อุปกรณ์ต่างๆให้คิมอยู่

 

 

“เอาไงคิม” กมลถามความคิดเห็นของคิม

 

 

“ผมขอลงไปดำน้ำก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยขึ้นมากิน ส่วนคนอื่นๆ ถ้าเค้าจะกินก็ให้กินกันไปก่อนได้เลยครับ เพราะมันเที่ยงแล้ว” คิมบอกกลับไป ป้านีจึงเดินไปเรียกคนอื่นให้มากินอาหารกลางวันก่อน

 

 

“ทาครีมกันแดดรึยัง” กมลถามขึ้นเมื่อนึกได้

 

 

“ยังเลยครับ” คิมตอบกลับ กมลจึงค้นกระเป๋าที่คิมจัดมา หยิบครีมกันแดดขึ้นมาจากกระเป๋า

 

 

“มา เดี๋ยวชั้นทาให้” กมลตอบกลับไป ก่อนจะลงมือทาครีมให้กับคิม ทั้งแขนและขา ทั่วทุกจุดเท่าที่จะทาได้

“เรียบร้อย” กมลพูดขึ้นยิ้มๆ คิมแย่งครีมในมือของกมลมาถือเอาไว้

 

 

“ผมทาให้คุณด้วย ไม่ต้องค้านนะครับ คุณยังทาให้ผมเลย” คิมรีบพูดดักเอาไว้ก่อน กมลจึงต้องยอมให้คิมทาครีมให้ตนเองบ้าง เมื่อทาเสร็จทั้งสองก็มาเตรียมตัวลงน้ำ

 

 

“อยู่ใกล้ๆชั้นตลอดเวลา รู้มั้ย” กมลพูดกำชับ

 

 

“ครับ” คิมตอบรับ ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวจากเรือลำอื่นๆ ทยอยลงน้ำเพื่อชมปะการังเช่นเดียวกัน ลูกน้องของกมลบางส่วนก็เริ่มลงน้ำกันไปก่อนแล้ว ซึ่งกมลเองรู้ดีว่า ลูกน้องที่ลงไปก่อน เพราะต้องการดูลาดเลาให้กมลด้วย กมลพาคิมไปลงตรงท้ายเรือซึ่งมีชานแพให้ลงไปหย่อนตัวลงน้ำ

 

 

“พร้อมรึยัง” กมลถามคิม ที่ตอนนี้ใส่หน้ากากและเตรียมท่อหายใจเรียบร้อยแล้ว

 

 

“พร้อมครับ” คิมตอบกลับมา ก่อนที่ทั้งสองจะเอาปลายท่อหายใจเข้าปากแล้วหย่อนตัวลงน้ำพร้อมกัน กมลใช้แขนข้างหนึ่งล็อคลำตัวของคิมเอาไว้ ทั้งสองไม่ใช้ตีนกบ เพราะคิมไม่ถนัด คิมก้มลงไปมองปะการังใต้น้ำอย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งสองว่ายคู่กันไป โดยมีลูกน้องของกมลคอยว่ายดำดูปะการังอยู่ไม่ไกลนัก คิมต้องเงยหน้าขึ้นจากน้ำเพื่อหายใจเป็นระยะ เพราะยังไม่ชินกับการหายใจทางท่อหายใจนานนัก

 

 

กึกๆ

แรงสะกิดจากคิมทำให้กมลหันไปมองตามมือที่ร่างบางชี้ คิมอยากให้กมลมองไปที่ปลาหลากสีสันกำลังว่ายน้ำอยู่ตามกอปะการัง ไม่ต้องจ้องดวงตาของคิม กมลก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงตาเป็นประกายแน่ๆ ทั้งคู่พากันว่ายวนดูปะการังอยู่สักพักใหญ่ๆ ก็ลอยตัวกลับมาที่เรือ กมลขึ้นเรือก่อน แล้วถึงจะดึงคิมให้ตามขึ้นมา ป้านีเดินมาส่งผ้าขนหนูให้ทั้งสอง

“อ่าว ป้านีไม่ได้ลงไปดำน้ำเหรอครับ” คิมถามอย่างแปลกใจที่เห็นป้านีนั่งอยู่บนเรือ เพราะตอนลงน้ำ คิมลืมสังเกตไปว่ามีใครลงดำน้ำบ้าง

 

 

“ป้าแก่แล้ว จะให้ลงไปดำแบบพวกคุณๆคงไม่ไหวหรอกค่ะ” ป้านีบอกยิ้มๆ กมลพาถอดเสื้อชูชีพและวางอุปกรณ์การดำน้ำเข้าที่

 

 

“นายจะดำอีกรึเปล่า” กมลถามขึ้น

 

 

“ไม่ดีกว่าครับ ดำแค่นี้ก็พอแล้ว” คิมตอบกลับ ก่อนที่กมลจะจับผ้าจนหนูขึงกั้นตัวของคิมเอาไว้

“ทำอะไรครับ” คิมถามขึ้น ขณะจะถอดเสื้อออกเพื่อเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า คิมไม่อยากนั่งรอทุกคนแบบตัวเปียกๆ

 

 

“ชั้นไม่อยากให้ใครเห็นนายเปลี่ยนเสื้อผ้า เร็วเข้าสิ เดี๋ยวคนอื่นๆก็ขึ้นมาหรอก” กมลพูดสั่ง คิมส่ายหน้าไปมา

 

 

“คุณนี่เว่อร์จริงๆ ผมก็เป็นผู้ชายนะครับ” คิมพูดว่าไม่จริงจังนัก แต่ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่กมลต้องการ

 

 

“เช็ดผมซะเดี๋ยวเป็นหวัด” กมลพูดบอก ก่อนจะถอดเสื้อตนเองเพื่อจะเปลี่ยนบ้าง คิมนั่งมองรอยสักของกมลด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ทำให้กมลชะงักพร้อมกับหันมามองคิม

“มีอะไรรึเปล่า” กมลถามขึ้น คิมส่ายหน้าไปมานิดๆ

 

 

“เมื่อไรคุณจะยอมให้ผมไปสักบ้างล่ะครับ” คิมถามกลับไป กมลยกยิ้ม

 

 

“ไม่มีทาง บอกแล้วไงว่าชั้นไม่ยอมให้ร่างกายนายมีร่องรอย มีตำหนิเด็ดขาด นอกจากรอยที่เกิดจากชั้นเท่านั้น” กมลตอบพร้อมกับหัวเราะขำในลำคอ

 

 

เพียะ..

 

คิมตีเข้าที่แผ่นหลังของกมลอย่างหมั่นไส้

 

“งั้นก็รีบๆใส่เสื้อสักทีสิครับ มายืนอวดหุ่นอยู่ได้” คิมว่ากลับ กมลจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะพาคิมมานั่งกินอาหารที่ป้านีเตรียมเอาไว้

 

 

“เย็นนี้กินอาหารทะเลเผาอีกมั้ย ขากลับบ้านพักชั้นจะได้ให้เจ้าพวกนั้นแวะซื้อมาทำกิน” กมลถามอย่างเอาใจ

 

 

“กินครับกิน ให้ซื้อปูนิ่มมาด้วยนะครับ ผมอยากกินปูนิ่มทอดกระเทียม ป้านีทำให้ผมกินหน่อยได้มั้ยครับ” คิมหันไปอ้อนป้านี

 

 

“ได้สิคะ” ป้านีตอบยิ้มๆ

 

 

“งั้นผมวานป้านีคิดเมนูอาหารนอกเหนือจากนี้ได้เลยนะครับ ผมจะได้ให้พวกนั้นไปซื้อวัตถุดิบมาให้ แล้วพรุ่งนี้เราจะกลับกันตอนบ่ายๆนะครับ ป้าทำแค่อาหารเช้าก็พอ” กมลตอบกลับ เพราะรู้ว่าห้ามป้านีไม่ให้ทำอาหารไม่ได้

 

 

“ค่ะ” ป้านีตอบรับ ก่อนจะปล่อยให้กมลกับคิมนั่งกินอาหารกันไปสองคน สักพักใหญ่ๆ ทุกคนก็กลับขึ้นเรือ กมลจึงให้ลุงสมพากลับเข้าฝั่ง

..

..

..

หลังจากที่กลับจากดำน้ำ คิมกับกมลก็กลับขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ และด้วยความเพลีย คิมจึงนอนหลับไป กมลจึงปล่อยให้คิมหลับไปก่อน ส่วนเขาก็ลงมาดูความเรียบร้อยและคุยกับลูกน้องตนเองเรื่องงานและเรื่องทั่วๆไป จนเวลาผ่านไปจนถึง 5 โมงเย็น คิมก็เดินออกมาจากบ้าน ขณะที่กมลนั่งดื่มเหล้าอยู่กับลูกน้องตนเองที่ริมสระว่ายน้ำ

“คุณกมล ทำไมคุณไม่ปลุกผมล่ะ” คิมถามขึ้นมาเสียงขุ่นๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆกมล

 

 

“ก็เห็นนายหลับสบายเลยไม่อยากปลุก กะว่าจะขึ้นไปปลุกสัก 5 โมงกว่าๆ” กมลบอกกลับเสียงอ่อนโยน

 

 

“ผมเลยอดเล่นน้ำตอนเย็นเลย เล่นตอนนี้ได้มั้ยครับเนี่ย” คิมพูดบ่นอุบอิบ

 

 

“อย่าเลย เดี๋ยวได้เวลากินข้าวแล้ว” กมลบอกกลับ คิมนิ่งไปนิด ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ และนั่งเล่นกับกมลจนลูกน้องของกมลจัดสถานที่เรียบร้อย มื้อเย็นของวันนี้ ก็คล้ายๆกับเมื่อวาน ทุกคนต่างสนุกสนานพูดคุย ผ่อนคลายกันเต็มที่ คิม กมล คม ใบบุญ มานั่งกินกันที่ริมสระว่ายน้ำ จนคิมนึกสนุกลงว่ายน้ำในสระ แต่ถูกกมลห้ามไม่ให้ถอดเสื้อ ซึ่งร่างบางก็ยอมทำตามแต่โดยดี กมลนั่งดื่มและคุยกับคมไปเรื่อยๆ สายตาก็คอยจ้องมองคิมไว้ตลอด ส่วนใบบุญก็ไปนั่งหย่อนขาข้างๆสระพูดคุยกับคิมที่ว่ายน้ำไปมา คิมเองก็คอมองกมลเป็นระยะเช่นเดียวกัน

“คิม ขึ้นมาได้แล้ว เล่นน้ำนานเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวไม่สบาย” กมลพูดขึ้น คิมจึงขึ้นจากสระว่ายน้ำ รับเสื้อคลุมอาบน้ำจากกมลมาคลุมตัวเอาไว้

 

 

“พวกนายก็นั่งดื่มนั่งกินกันไปเรื่อยๆล่ะกัน พรุ่งนี้บ่ายๆเราถึงจะกลับ ชั้นจะพาคิมขึ้นห้องแล้ว” กมลพูดบอก เมื่อเห็นว่าดึกพอสมควร แล้วคิมก็ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง

 

 

“ครับ” คมตอบรับ ก่อนที่กมลจะพาคิมขึ้นไปบนห้อง

 

 

 “เราแช่น้ำด้วยกันดีกว่านะ” กมลพูดชวน คิมก็พยักหน้ารับ กมลเปิดน้ำอุ่นลงอ่าง พร้อมกับถอดเสื้อผ้าเพื่อลงไปแช่ คิมก็ตามลงไปเช่นเดียวกัน กมลจับให้คิมนั่งพิงอกของเขาเอาไว้

“น้ำอุ่นกำลังดีมั้ย” กมลถามขึ้น คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะเอนหัวไปด้านหลังเพื่อหนุนไหล่แกร่งของกมลอย่างผ่อนคลาย กมลก็นั่งนวดฝ่ามือให้คิมไปเรื่อยๆ คิมก็ชวนกมลคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปสักพัก

“คิม” กมลเรียกคิมขึ้นมาเสียงจริงจัง

 

 

“ครับ” คิมขานรับเสียงแผ่วเพราะกำลังรู้สึกผ่อนคลายจากการที่กมลนั่งนวดฝ่ามือให้

 

 

“นายจำได้มั้ย ที่นายบอกชั้นว่า ถ้าชั้นตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ให้บอกนายด้วยน่ะ” กมลพูดทบทวน คิมขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะจำไม่ได้

 

 

“อะไรเหรอครับ” คิมถามกลับไป

 

 

“ที่นายบอกว่า ถ้าชั้นตัดสินใจจะเลิกทำงานในวงการนี้ ก็ขอให้บอกนายด้วยไง” กมลบอกกลับ ทำให้คิมชะงักกึก แล้วนั่งตัวตรงหันมามองกมลทันที

 

 

“คะ..คุณหมายความว่าไง...คุณจะบอกว่า..คุณจะเลิกเป็นมาเฟียแล้วงั้นเหรอ” คิมถามเสียงตกใจ

 

 

“ชั้นไม่รู้ว่า ไอ้คำว่ามาเฟียเนี่ย มันเลิกได้มั้ย แต่ที่ชั้นจะเลิกทำก็คือ ชั้นจะไม่ทำงานผิดกฎหมายอีก  ชั้นจะเลิกค้าอาวุธ เลิกทำบ่อน แต่มันต้องใช้เวลา ชั้นถึงอยากจะบอกนายให้รู้ก่อน” กมลบอกเสียงจริงจัง คิมมองหน้ากมลด้วยสายตาสั่นๆ ไม่คิดว่ากมลจะกล้าทำในสิ่งที่ตนเองขอเอาไว้จริงๆ

 

 

“ทำไมคุณถึงตัดสินใจเลิกล่ะครับ” คิมถามขึ้นเสียงแผ่ว

 

 

“ก็เพราะนายไงล่ะ” กมลพูดพร้อมกับจับมือคิมขึ้นมาจูบเบาๆที่หลังมือ

“ชั้นเลิกก็เพราะนาย ชั้นไม่อยากให้นายเป็นกังวลกับเรื่องนี้อีก คิม นายก็รู้ว่าชั้นรู้สึกยังไงกับนาย นายทำให้ชั้นรู้สึกว่าชีวิตชั้นยังมีคนข้างกายให้ชั้นต้องคอยเป็นห่วง ก่อนหน้านี้ชั้นมันตัวคนเดียว จะทำอะไรก็ได้ จะอยู่หรือจะตายมันก็ไม่ต่างกัน เพราะชั้นไม่มีใครที่ต้องห่วง แต่พอได้มาเจอกับนาย จากตอนแรกที่มีความรู้สึกแค่ชอบ แต่ตอนนี้มันมากกว่านั้น มากพอที่ชั้นรู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยนายไปจากชั้นได้อีกแล้ว” กมลพูดพร้อมกับจ้องหน้าคิมไปด้วย ร่างบางมองกมลด้วยสายตาสั่นระริก ในใจก็เต้นระรัว

“ชั้นไม่อยากทำให้นายต้องเป็นห่วง ไม่อยากให้นายทุกข์ ไม่อยากให้นายต้องมาเดือดร้อนกับศัตรูที่รายล้อมรอบตัวชั้น” กมลบอกออกมาอีก

 

 

“คะ..คุณทำทุกอย่างเพื่อผมจริงๆเหรอครับ”คิมถามเสียงสั่นเครือ หัวใจของคิมตอนนี้ เหมือนถูกโอบอุ้มด้วยความความรู้สึกปลาบปลื้ม ตื้นตัน

 

 

“ชั้นทำได้ทุกอย่างเพื่อนาย แต่ชั้นต้องขอเวลา นายคงเข้าใจชั้นนะ” กมลบอกออกมาอีก

 

 

“แล้วคุณจะไปทำอะไรต่อล่ะครับ..แล้วคนอื่นๆล่ะ เค้าจะทำอะไร” คิมถามขึ้น เพราะรู้ดีว่าถ้ากมลเลิกทำงานด้านมืดแบบนี้ อาจส่งผลกระทบให้ใครอีกหลายคนในการปกครองของเขา

 

 

“ชั้นคุยกับเจ้าคมแล้ว ว่าจะหันไปจับงานด้านอสังหาฯ ส่วนคนอื่นๆ ชั้นก็จะให้ช่วยงานชั้นเหมือนเดิมนั่นแหละ มันมีหน้าที่อื่นๆให้ทุกคนทำอยู่แล้ว นายไม่ต้องห่วง” กมลบอกกลับไป และรู้สึกดีใจที่คิมเห็นใจลูกน้องของตนเองด้วย คิมมองกมลอย่างอึ้งๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามที่ตนเองขอจริงๆ

 

 

“ผม...ผม...ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี” คิมพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดยังไง เมื่อได้ยินเรื่องนี้จากปากของกมล

 

 

“ก่อนหน้านี้ ชั้นพานายเข้ามาอยู่ในบ้านของชั้น เรียกได้ว่าเป็นการบังคับนายให้เข้ามาอยู่ โดยที่นายไม่ได้ยินยอมตั้งแต่แรก  แต่ตอนนี้ ชั้นขอถามนายอีกครั้งได้มั้ย ว่านายพร้อมที่จะอยู่กับชั้นด้วยความสมัครใจของนายรึเปล่า” กมลถามพร้อมกับมองคิมด้วยสายตาอ่อนโยน

 

 

“คุณมั่นใจแล้วเหรอครับ ว่าเป็นผมดีแล้วจริงๆ” คิมถามกลับ

 

 

“ยิ่งกว่ามั่นใจอีก” กมลตอบกลับทันที

“อยู่ที่นายมากกว่า ว่าความรู้สึกนายที่มีต่อชั้นมันคืออะไร แต่ชั้นบอกไว้ก่อนนะ ไม่ว่านายจะตอบอะไรมา ชั้นก็ไม่มีวันปล่อยนายไป” กมลพูดขึ้น ทำให้คิมเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

 

 

“อ่าว แบบนี้มันก็เผด็จการสิครับ ไม่ว่าผมจะตอบว่าอะไร คุณก็ทำตามใจคุณอยู่ดี” คิมถามกลับไปอย่างขำๆ

 

 

“มันก็ใช่ ถึงชั้นจะเผด็จการ แต่ชั้นก็อยากได้ยินความรู้สึกจากปากนายอยู่ดี ว่าแต่ นายไม่ชอบความเผด็จการของชั้นรึไง” กมลถามกลับไปบ้าง ตอนนี้ คิมขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งของกมลแล้ว โดยที่ร่างกายทั้งสองเปลือยเปล่าอยู่ใต้น้ำอุ่นๆ คิมเม้มริมฝีปากเข้าหากัน

 

 

“ชอบสิครับ ทำไมจะไม่ชอบล่ะ” คิมตอบเสียงไม่ดังมากนัก แต่กมลก็ได้ยิน ร่างแกร่งยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

 

“หืม ชอบอะไร ชอบความเผด็จการ หรือว่าชอบชั้น” กมลกระเซ้าถามกลับไป

 

 

“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละครับ” คิมว่าออกมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี คิมรู้สึกตัวว่าตนเองชอบกมลเข้าจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง แต่อะไรหลายๆอย่างที่กมลทำให้คิม คิมรู้สึกได้ถึงความจริงใจ คิมเองยังคิดไม่ถึงว่าคิมจะได้มาเจอกับกมล ได้มาเจอคนที่ทำให้คิมสามารถลืมเรื่องราวในอดีตได้ภายในคืนเดียว และกลับกลายมาจดจำเรื่องของกมลจนไม่สามารถลืมเลือนได้ภายในคืนเดียวเช่นกัน กมลยิ้มออกมาอย่างดีใจ มือแกร่งลูบไหล่บางอย่างถนอมพร้อมกับเลื่อนขึ้นมาลูบแก้มใส

 

 

“ชั้นดีใจนะ ที่นายกับชั้นใจตรงกัน” กมลบอกกลับ คิมยิ้มรับนิดๆ

“และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชั้นบอกเลยว่าชั้นจะไม่มีวันปล่อยนายไป ชั้นอยากให้นายมั่นใจและเชื่อใจในตัวชั้น” กมลพูดบอกออกมาอีก

“ความจริง ชั้นควรจะขอบใจคนๆนั้นของนายนะ” กมลพูดขึ้น คิมมองอย่างสงสัย

 

 

“คนไหนครับ ใคร?” คิมถามอย่างงงๆ

 

 

“ก็คนที่นายต้องการจะลืมกอดของเขาไง ถ้านายไม่อยากลืม นายคงไม่หาคนมากอดนาย และเราสองคนก็คงไม่เจอกัน” กมลพูดเสียงเรียบ ทำให้คิมชะงักไปนิด เพราเรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องที่คาใจคิมมาตลอด คิมอยากจะบอกเรื่องทุกอย่างให้กมลรับรู้ ว่าคนที่คิมต้องการลืมคือเดย์ คนที่กมลรู้จักดี

 

 

“คุณกมล...ผมมีเรื่องอยากจะบอก” คิมพูดขึ้นเสียงอ่อยๆ พลางคิดในหัวไปด้วยว่าควรจะเริ่มต้นพูดกับกมลยังไง แล้วกมลจะยอมรับได้รึเปล่า

 

 

“หืม เรื่องอะไร” กมลถามกลับไป

 

 

“คือ...คุณอยากรู้รึเปล่า ว่าคนที่ผมอยากจะลืมอ้อมกอดคือใคร” คิมถามกลับไป กมลนิ่งเงียบ ก่อนจะส่ายหน้า

 

 

“มันไม่จำเป็นสำหรับชั้นหรอกคิม มันเป็นอดีตของนาย ที่นายอยากจะลืม และชั้นไม่อยากให้นายรื้อฟื้นมันขึ้นมา” กมลบอกเสียงจริงจัง

“ชั้นเองต้องถามนายมากกว่า ว่านายลืมคนๆนั้นได้แล้วรึยัง” กลายเป็นกมลที่ถามกลับมา

 

 

“ผมลืมเค้าได้แล้วครับ ลืมได้นานแล้ว แต่ผมต้องบอกคุณ เพราะผมกลัวว่า..ถ้าคุณมารู้ทีหลัง คุณจะเกลียดผม” คิมบอกออกมาเสียงสั่น

 

 

“ไม่เป็นไร ชั้นไม่มีวันเกลียดนาย นายไม่ต้องบอกก็ได้ เพราะถ้านายบอกชั้น มันก็เหมือนกับการขุดเรื่องราวของเค้าคนนั้นขึ้นมาให้นายจดจำอีกครั้ง ซึ่งชั้นไม่ต้องการ” กมลบอกออกมาเสียงจริงจัง ทำให้คิมพูดอะไรไม่ออก

“ตอนนี้ เราอยู่ด้วยกัน เราก็ต้องคุยแต่เรื่องของเราสิ จริงมั้ย” กมลบอกก่อนจะโน้มต้นคอของคิมให้ขยับเข้ามาหาตนเองอย่างช้าๆ

 

 

 

 

2   Be   Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนนี้ยังคงเรื่อยๆ เอนซีล่ะ???

นั่นสิ เอนซีมีมั้ย เหอเหอ

ไม่บอก รออ่านเอานะจ๊ะ

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น