ร้าย...จนรัก
ร้าย...จนรัก chapter 23
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ร้าย...จนรัก chapter 23

ตอนที่23

ไอ้แก่มันไม่ได้พาผมกลับไปบ้านมัน แต่มันพาผมมาที่ทำงานของมัน ด้วยความที่ยังไม่พอใจเรื่องข่าวพวกนั้นผมเลยไม่พูดกับมันเลย พอรถจอดผมก็ลงรถเดินเข้าออฟฟิตของเลย ซึ่งก็มีบอดี้การ์ดของมัยรอรับอยู่ก่อนแล้วผม เลยเข้ามาในลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารได้แบบสบายๆ พอถึงชั้นที่ทำงานของมันผมก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของมัน โดยไม่ได้สนใจเหล่าลูกน้องและเลขาของมัน เดินตรงไปที่ห้องนอนในซ่อนอยู่ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่

ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าคนในรูปนั้นคือผม ผมจะทำยังไงดี แล้วถ้าพ่อแม่ผมเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์วันนี้พวกเขาจะคิดยังไง ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าผมนอนกับผู้ชายแถมยังเป็นคนที่ทำร้ายผมอีก

ถ้าสุดท้ายทุกคนจะต้องรู้ว่าผมนอนกับมัน  แล้วที่ผมอดทนยอมมันมาตลอดคืออะไร

ความกังวลและความกลัวทำให้หัวของผมเต้นตุบๆ มันปวดไปหมด

“นี่”ไอ้แก่เดินมานั่งที่เตียงมันใช้มือจับที่ไหล่ของผม

“อย่ามาแตะตัวกู!”ผมปัดมือที่เอื้อมมาจับออกอย่างแรงด้วยความโกรธ

“......”ไอ้แก่ ยืนนิ่ง ใบหน้าของมันเรียบนิ่งไม่มีอาการใดๆกับสิ่งที่ผมทำ

“มึงสัญญาแล้ว มึงสัญญาว่าถ้ากูยอมนอนกับมึง จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้! แล้วนี่อะไรนี่มันอะไร ห๊ะ! ทำไมเรื่องนี่ถึงไปอยู่บนหนังสือพิมพ์!”ยิ่งมันนิ่งผมยิ่งโมโห ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวจัดการให้”มันเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจ ที่ผมเอาแต่ตะคอกใส่มันเหมือนคนบ้า

“จัดการ มึงจะจัดการยังไง คนอื่นเขาคิดว่ากูเป็นเกย์กันทั้งประเทศแล้ว! ”

“แล้วไง?”มันเลิกคิ้วถาม เหมือนมันไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้ผมกำลังรู้สึกยังไง

 “มึงทำเหมือนเป็นเรื่องเล่น! ทำเหมือนกูเป็นแค่ของเล่น มึงไม่เคยสนใจชีวิตใครเลยนอกจากตัวเอง!”

“แล้วจะเอายังไง!”มันตะคอกกลับอย่างหมดความอดทน

“อย่ามายุ่งกับกูอีก! ปล่อยกู ปล่อยให้กูใช้ชีวิตแบบคนปกติ มึงทำได้ไหมล่ะ!”ความโกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุด  

ผมปล่อยให้ความเครียดเข้ามาควบคุมจิตใจ 

  ถ้ายิ่งผมยังอยู่กับมันแบบนี้ สักวันหนึ่งคนอื่นต้องรู้แน่ว่าผมถูกมันข่มขืน ผมจะกลายเป็นเป็นผู้ชายที่ถูกตราหน้าว่าโดนข่มขืน!

“ได้”ไอ้แก่ตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าที่แสดงอารมณ์ไม่พอใจก่อนหน้านี้หายไปหมด เหลือใบเพียงใบหน้าเรียบนิ่งที่ไม่แสดงอารมณ์อะไร

“...........”ยอมรับว่าผมตกใจกับคำตอบของมันไม่น้อย ไม่คิดว่ามันจะทำตามที่ผมต้องการทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าผมจะพยายามเท่าไหร่ ผมก็หนีมันไม่ได้เลยสักครั้ง

“ถ้าอยู่กับกู  ทำให้มึงอายขนาดนั้น  กูจะไม่ยุ่งกับมึงอีก”มันบอกหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง ตอนนั้นเองที่อารมณ์เดือดของผมเมื่อครู่หายไปจนหมด

“กูจะปล่อยมึงไป ต่อไปนี้กูกับกับมึงไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก”บานประตูค่อยๆปิดลง พร้อมๆกับใจของผมที่ค่อยแตกละเอียด  มันเจ็บ จนชาไปทั้งตัว อยากจะเดินไปแล้วบอกว่าทุกอย่าเมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ขากลับไม่ยอมขยับ

ทั้งๆที่ในหัวคิดว่าดีแล้ว แต่ใจของผมกลับไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน

ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ผมลงอยู่ที่พื้นห้องอย่างหมดแรง ในหัวคิดแต่สิ่งที่ไอ้แก่มันพูดเมื่อกี้ พยายามบอกตัวเองว่าดีแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด ได้กลับมาชีวิตอย่างปกติ เป็นผู้ชายปกติ ไปเรียน อ่านหนังสือ หรือไปเที่ยวที่ไหน ผมก็ไม่จำเป็นต้องขอใคร กลับมาใช้ชีวิตปกติอย่างเดิม

เหมือนเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น

...............................

ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่ผมได้กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม เย็นวันที่ผมขอให้ไอ้แก่ปล่อยผมไป ผมก็ถูกลูกน้องของมันพามาส่งที่หอพักเดิม พร้อมเอกสารเช่าใบเดิมที่ผมเคยยกเลิกไปก่อนหน้านี้ ข้าวของผมถูกนำมาให้บ้างส่วนและทีเหลือก็ถูกส่งมาให้ในเช้าวันถัดมา

ข่าวของผมที่เคยถูกตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์เงียบหายไปในทันที เรื่องราวต่อจากนั้นไม่ถูกตีพิมพ์หรือขุดคุ้ยอย่างที่ผมคิด  ทั้งๆที่เรื่องทั้งหมดเป็นดังที่ต้องการ ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงไม่มีความสุขเลยสักนิด

ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมพยามทำตัวให้ยุ่งตลอดเวลา  ออกไปติวกับเพื่อนๆ จนเกือบสว่างทุกวัน เช้ามาก็ไปสอบ ผมนอนวันละไม่ถึง3ชั่วโมงด้วยซ้ำ ไม่ใช่ไม่มีเวลา  แต่ผมนอนไม่หลับ  พยายามข่มตาลงที่ไร ทุกครั้งผมก็เห็นแต่ภาพไอ้แก่วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำๆ  พอหลับก็ฝันแต่เรื่องของผมกับมัน  ซ้ำๆทุกคืน

“มึงจะเขี่ยอีกนานไหม”ผมนั่งกินข้าวกลางวันอยู่โรงอาหารใต้คณะ  ตอนเช้าผมเพิ่งสอบเสร็จไป

“......”ผมเลิกเขี่ยข้าวในจานเมื่อถูกพี่ปอนด์ทัก ช่วงหนึ่งสัปดาห์มานี้ผมกับพี่ปอนด์กลับมาตัวติดกันเหมือนเดิม พี่ปอนด์รู้ว่าผมกลับมาอยู่ที่เดิมแล้ว   และแกไม่ได้ถามอะไรเลย

“เป็นไรไอ้น่าน เครียดเรื่องสอบไง  ตกก็ลงใหม่มึงเพิ่งปี2กลัวอะไรว่ะ”พี่เทมที่นั่งฝั่งเดียวกับพี่ปอนด์ก็อดห่วงท่าทีของผมไม่ได้

“อืม”ผมยิ้มแห้งๆพยักหน้ารับแล้วลงมือกินข้าวต่อ

“แดกเยอะๆ สภาพมึงตอนนี้อย่างกับแรงงานในเกาหลีเหนือ โทรมจนไม่รู้จะโทรมยังไง “ พี่ปอนด์ตักลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่จากข้าวผม ถึงปากจะด่าผมตลอดเวลาแต่ผมก็รู้ว่าแกเป็นห่วงผมไม่น้อยเหมือนกัน

“เฮ้ย โคตรน่ารักลูกใครว่ะ”เสียงร้องแตกตื่นของคนในคณะดังระงมจนผมอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง

“มีอะไรกันว่ะนั้น”พี่ปอนด์ลุกขึ้นยืน เพื่อดูกลุ่มคนที่ไปกระจุกมุงดูรวมกันอยู่ที่เดียว

“น่าน”เสียงเล็กคุ้นหูดังขึ้นเรียกความสนใจของผมได้ไม่น้อย  ก่อนที่ร่างขาวเล็กๆจะโผล่ออกมาจากฝูงคนที่ยืนมุง

“ฉิงฉิง จงชิง”ผมรีบลุกขึ้นเดินไปหาเด็กสองคนที่วิ่งเข้ามาใส่

“น่าน”ทั้งสองคนพุ่งเข้ากอดผมทันที ก่อนที่จะร้องไห้ออกมา  สายตามแทบทุกคู่ จับจ้องมาที่ผมและเด็กทั้งสองคนกันหมด โดยเฉพาะพี่ปอนด์กับพี่เทมที่ตอนนี้ทั้งสองคนอ้าปากค้างกันเลย

“มาได้ไง ใครมาส่ง”ผมรีบชะเง้อมองดู ใจเต็มไปด้วยความหวังว่าจะเจอใครบางคนที่ผมฝันถึงทุกคืนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่ก็ไม่เจอ ไม่มีแม้แต่เงา ผมเห็นเพียงแค่แท็กซี่คันหนึ่งขับผ่านไป  ผมเลยกลับมาสนใจฉิงฉิงกับจงชิงที่กอดขาผมอยู่

“ลูกใครว่ะไอ้น่าน”พี่เทมถามอย่างสงสัย

“หรือว่าลูกมึง”พี่ปอนด์ทำหน้าตกใจแบบสุดๆ  ลุกเดินเข้ามาหาผมที่มีเด็กสองคนกอดขาอยู่

“เอ่อ เรื่องมันยาวพี่”ผมก้มมองทั้งสองคนที่ยังคงร้องไห้เบาๆเพราะความกลัว ไม่รู้ว่ามาได้ไง แล้วมีใครรู้หรือเปล่าว่ามาที่นี่

“ก็ว่ามึงพาไปที่อื่นก่อนดีกว่า น้องเขากลัวจนตัวสั่นแล้ว”พี่เทมเสนอ เมื่อเห็นว่าทั้งฉิงฉิงและจงชิงยังกอดผมแน่นร้องไห้ไม่ยอมหยุด

.......................................................................

“แล้วมึงจะไปไหน กลับหอ?”ผมขอให้พี่ปอนด์พาออกมาจากมหาลัยโชคดีที่ทั้งผมและพี่ปอนด์ไม่มีสอบช่วงบ่าย แต่พี่เทมมี แกเลยมาด้วยไม่ได้

ผมมองฉิงฉิงและจงชิงที่ตอนนี้ยังนั่งกอดผมอยู่ที่เบาะหลังรถไม่ยอมปล่อย เห็นผื่นแดงขึ้นตามแขนทั้งสองคน ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ อาจจะเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวข้างนอก ไม่รู้ว่าทั้งสองคนขึ้นแท็กซี่มาได้ยังไง เพราะบ้านไอ้แก่มันอยู่ในพื้นที่บ้านจัดสรร แถมยังมีแต่บ้านคนรวยๆ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้บริการแทกซี่กันเลย  ไม่น่าจะมีแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาง่ายๆ  จะขึ้นทีก็ต้องเดินออกไปไกลพอสมควรกว่าจะถึงทางเข้าหน้าโครงการ

“ไม่ดีกว่าพี่ หอผมมันร้อน ไปหาที่เย็นๆได้ไหม”ผมตอบพี่ปอนด์ทั้งที่ตายังคงจับจ้องเด็กทั้งสองคนในอ้อมกอด ตอนนี้ที่สองคนหยุดร้องไห้แล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เงียบมาตั้งแต่ขึ้นรถ

“งั้นไปบ้านกูแล้วกัน”พี่ปอนด์เสนอ ผมได้แต่พยักหน้าตกลง  อย่างน้อยๆบ้านพี่ปอนด์ก็มีแอร์  และคนก็ไม่พลุกพล่านด้วย เพราะถ้าจะไห้ผมไปส่งทั้งสองคนที่บ้าน ผมก็ไม่กล้า กลัว กลัวที่จะเผชิญหน้ากับใครบ้างคน

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบ้านพี่ปอนด์

“แม่หวัดดีครับ”ผมยกมือไว้แม่พี่ปอนด์ที่ออกมาเปิดประตูรับ

“จ๊ะ แล้วนั้นลูกเต้าเหล่าใครกัน”แม่พี่ปอนด์มองฉิงฉิงและจงชิงอย่างแปลกใจ พอรู้ตัวว่าถูกมอง ทั้งสองคนก็ยิ่งหลบหลังผมเข้าไปอีก

“คนรู้จักน่ะครับ วันนี้ขอรบกวนหน่อยนะครับ พอดีหอน่านร้อนแล้วสองคนนี้แพ้อากาศร้อนๆด้วย”ผมบอกยิ้มแห้งๆ  แม่พี่ปอนด์ตอบรับด้วยรอยยิ้มและพยักหน้าเบาๆ

“เดี๋ยวแม่เอาน้ำมาให้ นะลูก”พี่ปอนด์พาผมเข้ามาในบ้านเรานั่งกันอยู่ที่โซนนั่งเล่น ของตัวบ้าน

“ขอบคุณครับ”ผมบอกพยายามแกะฉิงฉิงและจงชิงออก

ไม่นานน้ำหวานสามแก้ก็ถูกยกมาให้   ก่อนที่แม่พี่ปอนด์จะขอตัวออกไปเอาขนมที่สั่งไว้ที่หน้าปากซอย

“ตกลงเอาไง ลูกใคร แล้วทำไมติดหนึบมึงอย่างกับตุ๊กแกแบบนี้ว่ะ”พี่ปอนด์นั่งที่โซฟาเดี่ยวที่อยู่ถัดไปเล็กน้อย ถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

“ลูกช่างอิ่น”ผมตอบกลับไปตรงๆ 

“ห๊ะ! ไอ้หัวงูนั้นมันมีลูกมีเมียแล้วหรอว่ะ แล้วทำไมมันถึง...”พี่ปอนด์หยุดไว้แค่นั้น คงเพราะเห็นสีหน้าของผมที่ไม่สู้ดีนัก ผมได้ยินเสียงถอนหายใจ ก่อนที่ปอนด์จะขอขึ้นไปห้อง ปล่อยให้ผมเคลียร์เรื่องตรงหน้านี่เอง

“กินน้ำก่อน”ผมบอกพร้อมเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำหวานที่มีหูจับให้ทั้งสองคน  พอรับแก้มไปก็ยกดื่มแทบจะหมดแก้ว คงจะหิวไม่น้อย

“แล้วออกมากันยังไง ใครพามา”พอได้กินน้ำ ทั้งสองคนก็มีท่าทางสนชื่นขึ้น ตอนนี้ไม่เกาะผมแล้ว แต่นั่งมองรอบๆบ้านแทน

“มาเอง”ฉิงฉิงตอบ ตายังคงจับจ้องไปที่ตุ๊กตาทำมือ ที่เป็นงานอดิเรกของแม่พี่ปอนด์

“กลัว”ต่างกับจงชิงที่โผล่เข้ากอดผมอีกครั้ง

“แล้วคนที่โน้นรู้ไหมว่าออกมา”ผมถามฉิงฉิง แต่เจ้าตัวกลับไม่ตอบแถมยังลุกขึ้นไปหยิบตุ๊กตาเด็กผู้หญิงในชุดระบายที่แม่พี่ปอนด์ทำขึ้นมา มองดูอย่างชอบใจ

“.....”คงไม่มีใครรู้ว่าสองคนนี้ออกมาแน่นอน  ปานนี้คงตามหากันแย่ ผมเลยตัดสินใจโทรไปที่บ้านของไอ้แก่ โชคดีที่ผมมีเบอร์  ผมเลยโทรไปบอกว่าทั้งสองคนอยู่กับผม เสียงแม่บ้านที่รับโทรศัพท์ดูโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด พร้อมบอกอีกว่าตามหาตัวกันหลายชั่วโมงแล้ว และบอกว่าจะให้คนมารับ ผมเลยบอกที่อยู่บ้านพี่ปอนด์ไป

“น่าน”จงชิงเงยหน้าจากแกของผม ขึ้นมาเรียก ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ดูน่าสงสารจับใจ

“ครับ”เผลอตอบรับคำเรียกด้วยความเอ็นดูปนเศร้าใจ

“กลับบ้านกัน”น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความเหวาวอน ทำเอาขอบตาผมร้อนพราว รู้สึกปวดที่อกไปหมด

“.......”ผมไม่ได้ตอบ แต่ลูบหัวจงชิงเบาๆอย่างเอ็นดู ร่างเล็กดูผอมลงกว่าครั้งล่าสุดที่เจอ ไม่น่าเชื่อ แค่ไม่ถึงอาทิตย์ที่พวกเราอยู่ด้วยกัน ทำให้ผมรู้สึกรักและห่วงทั้งสองคนขนาดนี้  อยากจะกลับไปดูแล  นึกโกรธตัวเองที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้  จนพาให้นึกถึงคำพูดของตัวเองที่ต่อว่าไอ้แก่วันนั้น

จริงๆคนที่เห็นแก่ตัวคงจะเป็นผมเอง

ถึงเรื่องราวเริ่มต้นของผมและมันจะเลวร้ายจนไม่น่าเชื่อ ถึงตอนแรกผมจะทนอยู่กับมันเพราะคำขู่ แต่ในตอนหลังล่ะผมยอมอยู่กับมันเพราะอะไร   

พักหลังมามันไม่ได้ยกเอาเรื่องรูปพวกนั้นมาอ้างแถมยังคืนไฟล์ให้อีก แต่ทำไมตอนนั้นผมไม่รับ เพราะผมกลัวว่าจะเป็นของปลอม หรือ กลัวที่จะตอนเดินออกจากชีวิตมันกันแน่

“นะ กลับบ้านกัน”จงชิงอ้อนขออีกครั้ง น้ำสีใสไหลเอ่อจนล้น ไหลลงมาตามแก้มนิ่ม

“ไม่ได้หรอก..กลับไปไม่ได้แล้ว”ผมตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถึงแม้จะเป็นแค่ประโยคสั้นๆ แต่กลับพูดได้อย่างยากลำบาก ปวดในอก จนเหมือนมีอะไรมาติดอยู่ในลำคอ

“ทำไม กลับเถอะนะ”ใบหน้าขาวขนาดไม่เกินฝ่ามือ แสดงสีหน้าอย่างเว้าวอน จนผมเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่

“ทำไมกลับไม่ได้ ไม่มีใครกล้าว่าหรอก”ฉิงฉิงเดินกลับมานั่งข้ามผม ผมเลยดึงฉิงฉิงเข้ามากอด  แค่จงชิงคนเดียวผมก็ปวดใจจนไม่รู้จะทำไงแล้ว แล้วยิ่งมาเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของฉิงฉิงที่มันจะเก็บความรู้สึกอีก  ยิ่งทำให้ผมร้องไห้ออกมาอย่างกั้นไม่อยู่ 

ผมไม่รู้จะทำยังไง ถึงผมจะอยากกลับไปแค่ไหน ผมก็ไม่สามารถทำได้  เพราะผมเป็นคนเลือกที่จะเดินออกมา ผมก็ไม่ควรกลับไปที่ตรงนั้นอีกครั้ง ถึงแม้ต้องเจ็บปวดทุรนทุรายขนาดไหน

ผมก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

“น่าน พอดีคุณเขามารับ...”แม่พี่ปอนด์เดินกลับเข้ามาจากการไปเอาขนมที่สั่งไว้  พอเห็นผมร้องไห้ ท่านก็มีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด

ผมรีบเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว  ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น  ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฏตรงหน้าผม

สวมใส่สูทสีเข้มตั้งแต่หัวจรดเท้า สวมใส่แว่นกันแดดราคาแพงขับให้ใบหน้าหล่อเหล่าดูเข้มขรึมขึ้นไปอีก ปากบางได้รูปเหยียดตรงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

ผมลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ รวมทั้งเด็กทั้งสองคน แม่พี่ปอนด์เดินขึ้นชั้นสอง อย่างให้เวลาส่วนตัว ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างผมกับไอ้แก่ มันยื่นนิ่ง แว่นตากันแดดซ่อนดวงตาคม จนไม่อาจรับรู้ได้ว่าตอนนี้สิ่งที่มันกำลังจับจ้องนั้นคืออะไร 

TBC.

แต่งเองยังอดปวดใจไม่ได้ ตอนหน้าเตรียมรับมือกันดีๆนะ

ตอนนี้ต้นฉบับส่งให้ สนพใทั้งหมดเเล้วเพราะเเต่งจบนานเเล้ว จะถยอยเอาลงให้อ่านเรื่อยๆนะครัช

ปล.แปปลิ้งจองนิยายไม่ได้ ยังไงก็ฝากทุกคนช่วยเข้าไปอุดหนุนด้วยนะครัช ดูรายละเอียดการจองได้ที่เเฟนเพจ เต่าตุ่นYAOI STORY นะครัช

https://goo.gl/bGYLMFhttps://goo.gl/bGYLMF

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น