ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
พ่อเลี้ยงอาทิตย์ :: 31 ::

ตอนที่ 31



“ค่อยๆ นะคะ นั่งลงเบาๆ นะพ่อเลี้ยง”

“แม่จันทร์ครับ ผมไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ” เจ้าของไร่เอ่ยบอกกับย่าจันทน์ผาที่ดูจะเป็นกังวลแผลของพ่อเลี้ยงมากกว่าใครๆ ทั้งๆ ที่ร่างสูงก็พยายามบอกแล้วว่าแผลของเขาหายเจ็บลงบ้างแล้ว แผลที่เย็บก็สมานเร็ว แค่เจ็บๆ เวลาขยับบ้างแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

“ไม่ต้องพูดเลยค่ะ”

ศตคุณ คณินและพายัพพากันหัวเราะเมื่อเห็นเจ้าของบ้านกำลังถูกดุ

“โกรธอะไรครับ”

“โกรธสิคะ ทำไมถึงไม่ระวังตัวเลยล่ะคะ ทีหลังก็จ้างบอดี้การ์ดมาดูแลเลย แบบนี้ไม่ปลอดภัยหรือให้คุณวัฒน์ส่งลูกน้องมาดูแลก็ได้ ตำรวจรับใช้ประชาชนอยู่แล้ว” พ่อเลี้ยงอาทิตย์เป็นคนที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นเหมือนเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่ง และก็เป็นเจ้านายด้วย

หากพ่อเลี้ยงเป็นอะไรไป ศักดินนท์แย่แน่ๆ

“ใจเย็นๆ นะครับ ผมเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้เอง อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องเครียดๆ ดีกว่านะครับ”

“เฮ้อ...ก็ได้ค่ะ แล้วนี่ถึงเวลาทานอาหารเที่ยงหรือยังคะ ทานมาหรือยัง?”

“เรียบร้อยแล้วครับ หมูไม่ยอมปล่อยให้ผมขาดข้าวสักมื้อหรอกครับ ยาก็กินครบทุกเม็ดตรงเวลาตลอด”

“ดีแล้วล่ะค่ะ ถ้างั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของหนูหมูก็แล้วกัน ย่าแก่แล้ว ดูแลคนตัวใหญ่ๆ แบบนี้ไม่ไหวหรอก” ย่าจันทร์ผาบอก ซึ่งศตคุณก็ตกปากรับคำด้วยความเต็มใจ

“ได้ครับ”

“หน้าบานเลยนะพ่อ”

“เงียบไปเลย ฉันไม่อยู่ก็ทำงานแทนฉันให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าให้พลาด ฉันคาดหวังกับแกมาก รู้ใช่ไหม”

“แล้วก็เข้าโหมดกดดันลูก โวะ!!”

“อย่าบ่นสิคะคุณเขต การทำให้พ่อสบายใจเป็นหน้าที่ของลูกนะคะ แล้วการช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อก็เป็นหน้าที่ของลูกเหมือนกัน”

“นี่ก็เข้าโหมดสอน...โอเค ไอ้เขตทำอะไรก็โดนหมดนั่นแหละ ถ้างั้นผมไปทำงานดีกว่า เบื่อ!!!” คณินสะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไป ก่อนพายัพจะขอตัวไปอีกคน

“มีอาหารอะไรที่ต้องระวังไม่ให้ทานเป็นพิเศษไหมหนูหมู”

“ผมว่าช่วงนี้ทานอะไรอ่อนๆ ก่อนดีกว่าครับ”

“ย่าจะได้ให้เด็กจัดถูกว่าจะให้พ่อเลี้ยงทานอะไรดี ส่วนคนไม่ป่วยก็เป็นอาหารปกตินะคะ” ย่าจันทน์ผากับศตคุณคุยกันอยู่สองคน ไม่สนใจคนที่กำลังนั่งฟังอยู่ข้างๆ กับศตคุณ ทำหน้าเบื่อราวกับตัวเองไม่ได้อยู่ตรงนั้น

ถูกทั้งแม่นมและแม่ของลูก (ในอนาคต) เมินซะอย่างนั้น

“ตามนั้นครับย่าจันทร์”

“ว่าแต่หมอให้หยุดพักกี่วันล่ะลูก”

“ก็อาทิตย์หนึ่งน่ะครับ ถ้าเจ็บน้อยลงแล้วก็ทำงานได้”

“จริงๆ ตอนนี้ฉันก็ทำงานได้แล้วนะ” พ่อเลี้ยงแทรกขึ้นมา ทำเอาร่างเล็กหันมาดุ

“เงียบไปเลยครับ พ่อเลี้ยงต้องเชื่อฟังผม”

“หึหึ...ฉันเชื่อฟังหมูเสมอแหละ”

“หนูหมูรู้ไหมว่าย่าไม่ค่อยได้เห็นมุมเด็กๆ ของพ่อเลี้ยงมานานแล้วล่ะ ครั้งล่าสุดที่เห็นก็ตอนที่พ่อเลี้ยงอายุสิบห้าปีล่ะนะ ถ้าย่าจำไม่ผิด” ย่าจันทร์เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม มองใบหน้าของพ่อเลี้ยงอย่างแสนจะรักและเอ็นดู

ส่วนพ่อเลี้ยงก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ อย่างมีความสุข

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

แต่เขานี่สิเห็นจนหน่ายใจ...เดี๋ยวก็อ้อน เดี๋ยวก็เอาแต่ใจ

“แต่ย่าขอเดาว่าหนูต้องเห็นบ่อยแน่เลย ทำหน้าตาแบบนี้” คนอายุมากที่สุดแซว ซึ่งศตคุณก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ

“ฮะๆ”

“นี่เห็นกันบ้างไหมว่านั่งอยู่ด้วยน่ะ” พ่อเลี้ยงเอ่ยแทรกขึ้นมา

“เห็นไหมคะ ถ้าไม่มีหมูอยู่ ย่าคงจะไม่ได้เห็นแน่ๆ เลย ฮะๆ ย่าไปทำงานต่อดีกว่า วันนี้จะทำขนมถ้วยกับขนมใส่ไส้ของโปรดพ่อเลี้ยงด้วย หนูหมูสนใจไหมลูก?”

“ไม่ให้ไปครับ...ให้หมูอยู่เป็นเพื่อนผม” พ่อเลี้ยงตอบแทนร่างบาง ทำเอาศตคุณต้องหันมาตีแขนแกร่งเบาๆ

“เป็นเด็กหรือไงครับ ต้องมีเพื่อนอยู่ด้วยเนี่ย ผมจะต้องไปทำงานนะครับ”

“ไม่ต้องหรอกน่า อยู่กับฉันก่อน พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้” ร่างสูงต่อรอง

“เฮ้อ...งั้นแค่วันนี้วันเดียวนะครับ พรุ่งนี้ต้องให้ผมทำงานบ้าง”

“อืม...วันเดียว”

“เอาไว้วันหลังนะครับย่าจันทร์ จริงๆ ผมอยากไปมาก แต่มีคนเอาแต่ใจตัวเองน่ะครับ” ศตคุณหันมาพูดกับคนสูงวัยอย่างรู้สึกผิด เลยแอบแขวะร่างสูงไปด้วย

พ่อเลี้ยงหัวเราะออกมาเบาๆ นั่งพิงกับโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อนกับอะไรทั้งนั้น

“จ้า ไม่เป็นไร ย่ามีเวลาสอนอีกเยอะ” ย่าจันทร์ลุกขึ้นยืนยิ้มให้แล้วหันหลังให้ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงักเหมือนเพิ่งจะคิดอะไรออกเลยหันมาคืน

“จริงสิ...พรุ่งนี้คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะมาที่นี่นะคะ มาเยี่ยมพ่อเลี้ยง”

“อะไรนะครับ ท่านกลับมาจากเที่ยวต่างประเทศแล้วเหรอครับ” พ่อเลี้ยงถาม

“กลับมาได้หลายวันแล้วค่ะ อยู่บ้านใหญ่ในเมือง”

“ทำไมไม่เห็นจะบอกผมเลยว่ากลับมาแล้ว”

“ฮ่าๆ เอาใจช่วยนะคะ”

พ่อเลี้ยงกับศตคุณขมวดคิ้วสงสัยขึ้นมาทันทีที่ย่าจันทน์ผาหัวเราะออกมาแล้วพูดประโยคแปลกๆ ออกมาด้วย

“เอาใจช่วยอะไรกันครับแม่จันทร์”

“ก็ท่านทั้งสองไม่ได้จะมาเยี่ยมพ่อเลี้ยงอย่างเดียวหรอกนะคะ แต่จะมาแสกนว่าที่ลูกสะใภ้ด้วย”

สิ้นคำชี้แจงจากย่าจันทน์ผา พ่อเลี้ยงก็ร้องอ๋ออกมาอย่างเข้าใจ แต่ศตคุณตอนนี้หน้าซีดเผือดไปแล้ว มือไม้สั่นด้วยความหวาดกลัวไปหมด

ขอลากลับบ้านวันนี้ดีกว่า...

“อ๋อ...แบบนี้นี่เอง”

ย่าจันทน์ผามองหน้าหวานๆ ที่ฉายชัดถึงความกลัวและกังวลแล้วก็เดินหัวเราะออกไปอย่างอารมณ์ดี...พ่อเลี้ยงเองก็ยิ้มเหมือนไม่มีเรื่องต้องให้เครียด

ร่างบางเห็นแบบนั้นก็หันไปหาเรื่อง...

“ทำไมถึงยังยิ้มได้อีกล่ะครับ”

“แล้วทำไมฉันจะยิ้มไม่ได้”

“พ่อเลี้ยง!!”

ศตคุณล่ะเกลียดใบหน้าที่กวนๆ ของพ่อเลี้ยงตอนนี้เสียจริงๆ เขากำลังกลัวและกังวลอยู่นะ ทำไมถึงได้ทำหน้ามีความสุขมากขนาดนั้น

“เอาน่า มันไม่มีอะไรหรอก ท่านเป็นคนดุก็จริงแต่ใช่ว่าจะดุตลอดเวลาสักหน่อย”

“ผมจะลา...จะกลับบ้านสามวันนะครับ”

“ไม่ได้!” ร่างแกร่งปฏิเสธเสียงแข็ง

“ถ้างั้นผมจะไปภูถึงดาว จะกลับตอนไหนเดี๋ยวบอกอีกที”

ไม่รู้ว่าจะขำหรือว่าโกรธศตคุณดีที่กำลังพยายามหาทางออกให้ตัวเองด้วยการออกไปจากที่นี่

“มันไม่ใช่การแก้ปัญหาหมู มันเป็นการหนี”

“แต่ผมกลัว...” ร่างบางทำหน้าศร้า

“กลัว? กลัวทำไม ฉันอยู่ด้วยทั้งคน เอาล่ะ อย่าไปคิดเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นดีกว่า มาเข้าเรื่องที่นายติดฉันไว้เถอะ ตอนนี้ฉันอยากรู้จนจะเป็นบ้าตายไปแล้ว สรุปมีอะไรจะคุยกับฉันหืม?” พ่อเลี้ยงอาทิตย์วกเข้ากลับมาเรื่องที่ค้างกันไว้ ซึ่งร่างบางไม่ได้ลืมหรอก แต่พยายามไม่พูดถึงมันแล้วนะ

ขอทำใจก่อนไม่ได้หรือไง*!!*

“ค่ะ...คือว่า”

“ห้ามต่อเวลาอีกแล้วนะ”

“เอ่อ...”

“งั้นเราไปคุยกันที่ห้องหนังสือ โอเคไหม?” พ่อเลี้ยงถามความเห็นจากคนตัวเล็ก

“ก็ได้ครับ...”

ร่างบางกับพ่อเลี้ยงลุกขึ้นจากโซฟาในห้องรับแขกแล้วตรงไปยังห้องหนังสือที่อยู่ชั้นบนทันที

ศตคุณคิดว่าต้องการที่ที่มีแค่เรา...มันจะได้กล้าพูดโดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีคนอื่นมาได้ยินหรือเปล่า แต่ไม่ได้คิดเลยว่าถ้าอยู่กันตามลำพัง มันก็จะไม่ปลอดภัยต่อตนเองสักเท่าไหร่นัก

“เอาล่ะ ทีนี้ก็ไม่มีใครแล้ว ว่ามาสิ ฉันรอฟังอยู่” พ่อเลี้ยงอาทิตย์เดินไปนั่งที่โซฟาสำหรับเอาไว้อ่านหนังสือยามที่ต้องการพักผ่อน ศตคุณเลี่ยงที่จะเดินไปใกล้กับเจ้าของบ้านเลยเดินไปยืนอยู่มุมหนังสือที่โซฟาหันหน้าเข้ามาหา

“จะยืนเหรอหมู มานั่งใกล้ๆ นี่มา” พ่อเลี้ยงเรียก แต่ศตคุณส่ายหน้า

“ผมจะยืนคุยตรงนี้แหละครับ”

“ตามใจ...ว่ามาสิ”

ใบหน้าสวยแสดงออกมาอย่างชัดเจนเลยว่ากำลังเขินและก็ประหม่าอยู่ พ่อเลี้ยงมองแล้วยิ้ม ไม่ใช่ว่าไม่รู้เลยว่าศตคุณต้องการจะพูดอะไร แต่เขาก็ไม่อยากที่จะหวังอะไรมากนักหรอก

“ผมจะคุยเรื่องของ ‘เรา’ นะครับ”

“อืม...”

คนสวยหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วก็พ่นออกมายาวๆ เป็นการรวบรวมสมาธิก่อนจะพูดเรื่องสำคัญ...และเมื่อพร้อมเขาก็ลืมตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างนิ่งเฉย

“ผม...ผมเป็นเด็กบ้านนอก จนๆ ไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอกว่าคนอย่างผมมีอะไรดีให้พ่อเลี้ยงมาชอบคนอย่างผม...ช่วงแรกๆ ผมก็แอบคิดนะว่าพ่อเลี้ยงแค่เล่นๆ ไม่นานก็คงเลิกไปเอง ไม่คิดเลยด้วยว่าพ่อเลี้ยงมาจริงจังกับผม ผมเองก็ไม่รู้จักความรักนัก ก็เลยทำให้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อพ่อเลี้ยงเลย ไหนจะฐานะ อายุ ความเหมาะสม ผมเด็กมาก บางครั้งก็อาจจะไม่มีเหตุผลบ้าง ส่วนพ่อเลี้ยงก็เป็นผู้ใหญ่...ผมมองเห็นอนาคตเลยล่ะครับว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าหากว่าผมจะใช้ชีวิตกับพ่อเลี้ยง ได้แต่คิดแบบนี้อยู่ซ้ำๆ ว่าผมอยากจะปล่อยพ่อเลี้ยงไป...อ๊ะ!!”

ปึก!!!

ศตคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อเลี้ยงเดินมาหาตนตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะในขณะที่พูดไปด้วยเขาก็เอาแต่มองพื้น ไม่กล้าสบตากับพ่อเลี้ยงเลย จนยังไม่ทันได้พูดจบเลยก็ถูกสองแขนใหญ่กักขังเอาไว้ แผ่นหลังก็ชนกับชั้นหนังสือจนไปไหนไม่ได้ ใบหน้าสวยเงยหน้ามองก็เห็นสีหน้าและสายตาโกรธขึ้งของพ่อเลี้ยง

มันน่ากลัวมาก...มากกว่าที่เคยเห็นมาอีก

“นี่คือสิ่งที่อยากจะบอกฉันงั้นเหรอ?” ถามเสียงต่ำ เหมือนพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองจนร่างบางตัวสั่น หลบสายตาอย่างหวั่นๆ

นี่เราพูดยังไม่ทันจบเลยนะ...ไม่พอใจตรงคำพูดไหนล่ะเนี่ย

“ผมยังพูดไม่จบ”

“ฉันไม่ให้นายพูดแล้วหมู”

“พ่อเลี้ยง...”

“คิดว่าฉันจะต้องมาทนฟังนายบอกว่าเราไม่เหมาะสมกัน...นายเลยจะไปจากฉันงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก!!”

พ่อเลี้ยงตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ฟังอะไรอีกแล้ว พอคิดไตร่ตรองในสิ่งที่ตนพูดไปก็เข้าใจทันทีว่ามันอ้อมเกินไป ไม่เข้าสาระสักที

มีแต่น้ำ...ที่พ่อเลี้ยงต้องการฟัง คือเนื้อสินะ...

“ใจเย็นๆ นะครับ”

“ใจเย็นเหรอหมู? ให้ฉันใจเย็นอะไรอีก ให้รอนายฉันก็รอมาแล้ว...รอโดยไม่รู้เลยว่านายจะชอบฉันเมื่อไหร่ แต่นี่นายกำลังจะบอกให้ฉันเลิกรอใช่ไหม”

“ครับ...ผมกำลังจะบอกให้คุณเลิกรอ”

“เฮอะ!!!” พ่อเลี้ยงส่งเสียงในลำคอ ยิ้มมุมปากราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่เขาก็มองร่างบางด้วยสายตาที่เจ็บปวด...

แค่เห็นภายนอกจะไปรู้อะไร...เหมือนจะเข้มแข็งนะ

แต่ถ้าได้เห็นภายในของเขาจะรู้ว่าเจ็บแค่ไหน

“เลิกรอได้แล้วครับพ่อเลี้ยง” เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“หึหึ เข้าใจแล้ว”

พ่อเลี้ยงหัวเราะน้อยๆ อย่างสมเพชตัวเองก่อนจะค่อยๆ ปล่อยแขนออกจากการกักขังศตคุณ

เขาเคยบอกเอาไว้แล้วไง...จะไม่บังคับศตคุณอีกแล้ว

ถ้าต้องการไป เขาก็จะไม่รั้ง ไม่บังคับ...

รู้ไหม...ว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเจ็บปวดได้ขนาดนี้ เพราะคิดว่านายต้องรักฉัน ฉันก็เลยทุ่มความรักทั้งหมดที่ไม่เคยมอบให้ใคร มอบให้กับนายเพียงคนเดียว

นี่เหรอคือการตอบแทนความรักที่ฉันให้...

หมับ!!!

ในจังหวะที่เขาหันหลังให้กับศตคุณ ร่างบางก็ใช้แขนเล็กโอบรัดรอบเอวสอบเอาไว้แน่น ใบหน้าแนบกับแผ่นหลังกว้างแล้วพูดออกมาเสียงเบา หากแต่ชัดเจนในหัวใจ

จากที่รู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจเพราะศตคุณ ก็เหมือนถูกให้อากาศจากคนๆ เดียวกัน

“เลิกรอได้แล้วครับ...เพราะผม ‘รัก’ พ่อเลี้ยงแล้ว”

พ่อเลี้ยงยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข ยืนนิ่งให้ร่างบางกอดอยู่แบบนั้น เขาเองก็ดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน...มันพูดไม่ออก

ตอนแรกที่ทนฟังไม่ได้เพราะไม่คิดจะมีประโยคบอกรัก...

ได้ยินแค่ว่าอยากปล่อยเขาไป พ่อเลี้ยงก็ทนไม่ได้แล้ว

“พ่อเลี้ยง...โกรธเหรอครับ” ถามเสียงหวั่นๆ เมื่อร่างสูงยังคงนิ่งเฉย ไม่ขยับ หากแต่ร่างเล็กกว่าก็ไม่เห็นใบหน้าหล่อ...

“ปล่อย” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมา ทำเอาร่างเล็กใจหายวาบ

ถ้าคิดว่าเขาโกรธ โอเค เล่นบทโกรธก็ได้ โทษฐานที่ทำให้เขาเสียใจ...

“ขอโทษครับ...อย่าโกรธผมเลยนะครับ” ศตคุณยิ่งกอดรัดเอวสอบแน่น โดยลืมไปว่าบริเวณเอวของพ่อเลี้ยงมีแผลจากการโดนยิงอยู่

พ่อเลี้ยงเองก็ดีใจจนลืมความเจ็บไปชั่วขณะ

“หมู...ปล่อยฉัน”

“ไม่ครับ”

“มันเจ็บนะหมู ฉันเจ็บแผล”

“อ๊ะ! ขอโทษครับ” ศตคุณรีบปล่อยแขนออกจากเอวหนาทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ รีบขอโทษขอโพย อ้อมมาด้านหน้าคนตัวใหญ่แล้วถือวิสาสะเลิกเสื้อของพ่อเลี้ยงขึ้นเพื่อดูแผลอย่างเป็นห่วง ลูบเบาๆ ที่ผ้าพันแผล เงยหน้ามองสบกับดวงคมที่มองกันด้วยสายตาที่ทำให้หน้าแดง

“ก่ะ แกล้งกันนี่ครับ”

“เปล่า...เจ็บจริงๆ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ดวงตาของพ่อเลี้ยงทำให้ศตคุณไม่กล้าสบตา

หมับ!!!

ร่างบางผละกายออกห่าง หากแต่ก็โดนรวบเอวไว้แล้วร่างก็ถูกกระชากให้แนบชิดกับกายหนาของพ่อเลี้ยง มือเล็กยกขึ้นมาวางบนหน้าอกแกร่งเพื่อจะผลักร่างแกร่งออกห่างจากตัว แต่ก็ไม่มีแรงที่จะทำอะไรได้

สายของพ่อเลี้ยง ร้อนแรง...และต้องการ

ต้องการอะไร...ศตคุณก็ไม่ได้ใสซื่อขนาดไม่รู้หรอก

“ขอฟังอีกที...รู้สึกยังไงนะ”

ร่างเล็กส่ายหน้าแรงๆ ปฏิเสธความต้องการของพ่อเลี้ยง ก้มหน้าลงใช้หน้าผากแนบกับอกแกร่ง เลื่อนมือขึ้นไปวางบนบ่าหนา

“นะ...”

เฮือก!!

สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขอข้างหูเบาๆ ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งตกใจ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูง พอร่างเล็กนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไร ก็ถูกปลายลิ้นร้อนของพ่อเลี้ยงแลบเลียที่ใบหูเบาๆ จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“อ๊ะ! ย่ะ อย่านะครับ”

“คนดี...บอกฉันอีกครั้ง แล้วฉันจะไม่ทำอะไร…” หมดสิ้นแล้วกับความใจแข็ง ศตคุณอ่อนยวบยาบจนไม่มีแรงยืน ทิ้งน้ำหนักไปยังร่างแกร่งเพื่อหยัดร่างของตัวเองไว้

ตัดสินใจเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เพราะหวังว่าคนตัวสูงจะไม่ทำอะไร

“รัก...รักพ่อเลี้ยงครับ...อ๊ะ!!!”

พรึ่บ!!!

ร่างสูงตวัดแขนช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้ม ด้วยความตกใจแขนเรียวก็ยกโอบรอบคอแกร่งกันตัวเองตกลงพื้น ใบหน้าสวยแหงนมองกับใบหน้าหน้าอย่างหวาดหวั่น เพราะตอนนี้กำลังมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและหัวใจ

“ในที่สุดก็ถึงวันนี้...”




/////////////////////////////////////

อย่าลืมคอมเม้นท์ให้กำลังใจยูกิด้วยน้า รู้สึกว่าช่วงหลังๆ เม้นท์จะตกลงไปเยอะเลย ^^ แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ข้อติชมต่างๆ ยูกิจะนำมันไปพัฒนาค่ะ

พูดคุย สอบถาม ทวงนิยาย ติดตามข่าวสารก็ไปที่แฟนเพจเลยนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

กลับหน้าเรื่อง

แพลนนิยายที่จะแต่งของ Sawachi Yuki

บอกเอาไว้ก่อนนะคะว่าเป็นเพียงแพลนคร่าวๆ เท่านั้นค่ะ ที่โพสก็เพื่อจองชื่อเรื่องเอาไว้ด้วย ฮ่าๆ แล้วก็ไม่ได้จะแต่งเรียงลำดับด้วยนะคะ อยากแต่งเรื่องไหนก็จะแต่ง...

 

เรื่องที่จบแล้ว

1.      Beautiful Boy [Project] สยบรักราชินีซึนเดเระ (ฟลาวน์ X แอล) นิยายวัยเด็กน้อยขาดประสบการณ์สุดๆ

2.      Double Husband มีสามีทั้งที...ได้ฟรีถึงสอง (ดิน X ดรีม X เพลิง)

3.      เสพติดอันตราย...รักผู้ชายพันธุ์โหด (พัฒน์ X ธีร์)

4.    Hidden Love วาโยซ่อนรัก (นอร์ท วาโย)

5.    Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก (ราม อิน,จักร จอม,ขรรค์ เงิน)

6.    พ่อเลี้ยงอาทิตย์ (อาทิตย์ X หมู)

7.    อาณาเขตรัก (เขต X เมฆ)

8.    He is mine ที่ร้าย เพราะนายเป็นของฉัน!!! (พุฒิ เจ็ม)

 

 

Sawachi Yuki

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น