CHAPTER I
FIRST FLIGHT
Cabin Crew, prepare for departure.
ทุกเที่ยวบินเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบความพร้อม แต่ไม่มีคู่มือเล่มไหน สอนให้เราตรวจสอบความทะเยอทะยานของมนุษย์
FLIGHT LOG 001
Flight: AT218
Route: Bangkok → Tokyo
Aircraft: Boeing 787-9
Estimated Flight Time: 5 Hours 42 Minutes
Crew Briefing: 07:15
Boarding: 08:10
Unreported Incidents: 0
ห้องประชุมลูกเรือ Crew Briefing มักเงียบกว่าที่คนภายนอกจินตนาการ
ไม่มีเสียงหัวเราะดัง ไม่มีการพูดคุยข้ามโต๊ะ
มีเพียงเสียงพลิกเอกสารเบา ๆ เสียงรูดซิปกระเป๋า และเสียงรองเท้าหนังที่เดินผ่านพื้นพรมสีเทา
ลูกเรือทยอยนั่งประจำที่ตามรายชื่อ บางคนเปิดสมุดโน้ต
บางคนตรวจเครื่องแบบเป็นครั้งสุดท้าย
บางคนเพียงนั่งนิ่ง ๆ พร้อมแก้วกาแฟในมือ
ลลินเลือกนั่งแถวหลัง ไม่ใช่เพราะขี้อาย แต่เพราะเธอชอบมองภาพรวมของห้องมากกว่าการเป็นจุดสนใจ
วันนี้เป็นเที่ยวบินแรกที่เธอจะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับทีมนี้
เธอรู้จักชื่อของหัวหน้าลูกเรือจากคำบอกเล่ามาก่อน "มินตรา"
หัวหน้าลูกเรือรุ่นพี่ที่ได้รับคำชมจากทั้งผู้โดยสารและผู้บริหาร
หลายคนบอกว่า "ถ้าได้บินกับพี่มิน งานจะราบรื่น" "พี่เขาดูแลลูกทีมดี" "ใจเย็นที่สุดคนหนึ่งของบริษัท"
ลลินยังไม่เคยพบเธอ จนกระทั่งประตูห้องเปิดออก
หญิงสาวในเครื่องแบบสีกรมท่าเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่ง
ผมรวบเรียบ ป้ายชื่อสีทองสะท้อนแสงไฟ
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นก่อนที่เธอจะกล่าวคำแรก
"Good morning, everyone." ไม่ดัง ไม่เข้มงวด
แต่เพียงพอให้บทสนทนาทุกอย่างในห้องหยุดลงพร้อมกัน
ลลินมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ "ทุกคนคงเคารพเธอมาก..."
เธอยังไม่รู้ว่าความเคารพ กับ ความหวาดระแวง
บางครั้ง...มีหน้าตาเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก
มินตราเปิดแฟ้ม Briefing "Welcome to Flight AT218, Bangkok to Tokyo."
เธอเงยหน้าขึ้น "ก่อนอื่น วันนี้เรามีลูกเรือใหม่หนึ่งท่าน"
สายตาทั้งห้องหันมาทางลลิน "ลลิน"
"ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ"
ลลินลุกขึ้นเล็กน้อย "สวัสดีค่ะ ดิฉันลลิน วันนี้เป็นไฟลต์แรกที่ได้ร่วมทีมกับทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"
เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นทั่วห้อง
มินตรายิ้ม "Welcome onboard."
ประโยคสั้น ๆ แต่อบอุ่นพอให้ลลินคลายความประหม่า
การ Briefing ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ
มินตราแจ้งเวลาบิน สภาพอากาศ พื้นที่ที่อาจเกิด Turbulence
จากนั้นจึงเข้าสู่ข้อมูลผู้โดยสารพิเศษ
"วันนี้มีผู้โดยสารใช้วีลแชร์หนึ่งท่าน"
"เด็กเดินทางลำพังสองคน"
"และมี VIP หนึ่งท่านใน Business Class"
เธอหยุดดูเอกสาร ก่อนเงยหน้าขึ้น
"ขอให้ทุกคนตรวจสอบตำแหน่งและหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง" จากนั้นจึงเริ่มไล่ถามทีละตำแหน่ง
"Door L1?"
"Present."
"Door R1?"
"Present."
"Mid Cabin Evacuation?"
"Present."
ไม่มีใครเปิดคู่มือ ทุกคนตอบได้ทันที เหมือนซ้อมกันมานับร้อยครั้ง
ลลินเริ่มเข้าใจว่า เบื้องหลังรอยยิ้มของลูกเรือ
คือระเบียบวินัยที่แทบไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
มินตราปิดแฟ้มลงเบา ๆ "มีคำถามไหมคะ" ไม่มีใครตอบ
เธอยิ้มอีกครั้ง "งั้นขอให้ทุกคนมีไฟลต์ที่ปลอดภัยนะ"
ก่อนจะพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
"คืนนี้เรา Layover ที่โตเกียว" เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากหลายมุม
มินตราหัวเราะตาม "ถ้าใครยังไม่เหนื่อย..."
เธอเว้นจังหวะ "...ไปทานข้าวด้วยกันนะ"
"ได้ค่ะพี่" "ร้านเดิมนะ" "คิดถึงราเม็งแล้ว"
บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ลลินยิ้มตาม
เธอคิดเพียงว่า "ทีมนี้สนิทกันดีจัง"
ลูกเรือทยอยลุกออกจากห้อง
ลลินกำลังจะเดินตาม
"ลลิน" เธอหันกลับ มินตรายืนอยู่ข้างประตู
"มีอะไรคะ" มินตราเดินเข้ามา ยื่นมือมาจับมือเธอเบา ๆ
รอยยิ้มของเธออ่อนโยนจนแทบไม่มีใครระแวง
"ไม่ต้องเกร็งนะ" เธอพูดช้า ๆ
"พี่ดูแลลูกทีมทุกคน..."ก่อนยิ้มกว้างขึ้นเพียงนิดเดียว "...เหมือนครอบครัว"
ลลินยิ้มตอบโดยไม่ลังเล "ขอบคุณค่ะพี่"
เธอเชื่อคำพูดนั้น เหมือนที่ครั้งหนึ่ง...
เธอเคยเชื่อคำเดียวกันจากใครอีกคน
และเธอไม่รู้เลยว่า บางครั้ง คำว่า "ครอบครัว" อาจเป็นประตูบานแรก ของกรงที่มองไม่เห็น
Boarding will commence in fifteen minutes.
เสียงประกาศดังขึ้นจากลำโพง
ลูกเรือทุกคนแยกย้ายไปยังประตูขึ้นเครื่อง
ลลินสูดลมหายใจเข้าลึก
นี่เป็นเพียงเที่ยวบินธรรมดา
อย่างน้อย...เธอก็เชื่อเช่นนั้นในวันนั้น
END OF CHAPTER 1
"บางองค์กรสร้างความจงรักภักดีด้วยความไว้ใจ
บางองค์กรสร้างมัน...ด้วยคำที่ฟังดูอบอุ่นที่สุด"
