ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง
นักเขียน: อี้หลานซวี่ซื่อ นักวาด: ยูจีน

จีน

ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง

ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง

นักเขียน: อี้หลานซวี่ซื่อ นักวาด: ยูจีน

จีน

51
ตอน
2.02K
เข้าชม
1
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
21
เพิ่มลงคลัง
คำเตือนเนื้อหา
คำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องอาจมีการสปอยล์ถึงเนื้อเรื่องหลัก
ชาติก่อน ซูอันหนิงเลือกแผ่นดิน ชาตินี้นางอาจต้องเลือกว่าจะอยู่รอด…หรือช่วยเขาให้รอด เมื่อประวัติศาสตร์ชี้ชัด อ๋องฮั่นต้องตาย นาง...จะหยุดโศกนาฏกรรมนี้ได้ หรือจะต้องเห็นเขาเดินสู่ลานประหารอีกครั้ง?

 

❀❀❀❀ 

ชาติก่อน ซูอันหนิง เลือกแผ่นดิน 

ชาตินี้ นางอาจต้องเลือกว่าจะอยู่รอด…หรือช่วยเขาให้รอด 

เมื่อประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่า อ๋องฮั่น ต้องตาย 

และสถานการณ์ในราชสำนักกำลังผลักเขาเข้าสู่เส้นทางกบฏ 

นาง... ผู้กลับมาพร้อมความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์ 

จะหยุดโศกนาฏกรรมนี้ได้ 

หรือจะต้องเห็นเขาเดินสู่ลานประหารอีกครั้ง? 

  

❀❀❀❀ 

โปรยเล่ม 1 

เมื่อ ซูอันหนิง ต้องย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของ พระชายาซู ที่มีชื่อและหน้าตาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว นางพบว่าตนเองต้องมาร่วมหัวจมท้ายกับบุคคลในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะทำการก่อกบฏจนต้องโทษประหารล้างตระกูลอย่าง ฮั่นอ๋อง 

สิ่งแรกที่ซูอันหนิงคิดก็คือต้อง ‘หย่าขาด’ 

แต่สิ่งที่ฮั่นอ๋องพยายามทำคือจะ ‘ไม่ยอม’ ให้นางที่เขาตามหามานานหลุดมือไปอีก 

ความต่างในวัฒนธรรมและเวลาที่จากมาทำให้คนสองคนมองเรื่องราวแตกต่างกัน จึงเกิดเป็นความเข้าใจผิดและขัดแย้งกันอยู่บ่อยๆ ทว่าความขัดแย้งนี้กลับค่อยๆ ผูกพันใจของพวกเขาเข้าหากัน จนกลายเป็นความรักที่ไม่อาจแยกจาก 

แต่ซูอันหนิงกลับไม่กล้าปล่อยกายปล่อยใจรักเขา เพราะนางรู้สึกได้ว่าพระชายาซูผู้เป็นเจ้าของร่างยังไม่จากไหน ปฏิกิริยาและความรู้สึกที่เอ่อท้นขึ้นมาโดยที่นางไม่อาจควบคุมทำให้นางคิดว่าสักวันตนอาจจะต้องคืนทุกสิ่งที่มี รวมทั้ง ‘สามี’ ที่ได้มาเปล่าๆ คนนี้กลับไปให้เจ้าของร่างเดิมในสักวัน 

แต่นางก้าวลงมาบนกระดานหมากของผู้อื่นแล้ว ถึงจะอยากใช้ชีวิตสงบๆ ไม่แก่งแย่งกับใคร แต่ผู้อื่นจะยอมปล่อยให้นางอยู่อย่างสบายใจได้หรือ 

เมื่อถูกแผนร้ายคุกคามชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า ซูอันหนิงจึงต้องลุกขึ้นสู้ แต่อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องสู้เพียงลำพัง เพราะฮั่นอ๋องพร้อมจะหนุนหลังนางเต็มที่ 

 

โปรยเล่ม2 

ซูอันหนิงฝันเห็นเหตุการณ์ในชาติก่อนอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา หลังตื่นจากฝันนางยังจดจำภาพเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ทำให้นางตระหนักถึงความจริงบางอย่างซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจูเกาเซวียนเปลี่ยนไป 

แม้พวกเขาจะเข้าใจกันมากขึ้น แต่ก็ไม่อาจป้องกันแผนร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เปลือกแห่งความริษยาได้ 

พวกเขาจะต้องช่วยกันแก้ไขไปทีละเปลาะ ขณะเดียวกันก็ต้องสืบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง ทว่ายิ่งแผนการของอีกฝ่ายถูกซูอันหนิงขัดขวางไว้มากเท่าใด ชีวิตของนางก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น 

 

-------------ตัวอย่างในเล่ม 2--------------- 

เสียงประทัดดังขึ้นที่ลานด้านนอก ซูอันหนิงสะดุ้งรีบปล่อยมือจากเขาคล้ายเพิ่งรู้สึกตัว จูเกาเซวียนคลายวงแขนเล็กน้อย ประคองนางให้นั่งดีๆ 

ขณะที่นางขยับก้นจะถอยห่างเขากลับกอดรัดนางแน่นขึ้น 

             เสียงลมหายใจของนางขาดห้วง เอ่ยพูดกระท่อนกระแท่น 

"ท่าน...ท่านกลับมาได้อย่างไร" 

             เขาควรจะอยู่ในงานเลี้ยงเฝ้าปีในวังไม่ใช่หรือ จะกลับมาเร็วเพียงนี้ได้อย่างไร... นางคงฝันอยู่กระมัง 

             ชายหนุ่มแนบแก้มกับกระหม่อมของนาง พึมพำตอบเสียงเบา "ข้ากลับมาเฝ้าปีกับเจ้า" 

             ใช่จริงๆ ข้ากำลังฝันอยู่ บุรุษผู้นั้นจะอ่อนหวานกับข้า อ่อนโยนกับข้าอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้หรือ 

คิดเช่นนั้นแล้วซูอันหนิงก็หยิกลงบนอกกว้างราวกับจะทดสอบ ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง อุทานออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาตะปบมือนางแล้วกุมไว้แน่ 

"หยิกข้าด้วยเหตุใด ข้าทำอันใดผิดหรือ..." ฮั่นอ๋องชะงักไปครู่หนึ่งราวกับนึกบางเรื่องขึ้นมาได้ เขารีบอธิบายตนเองทันที 

       "หากเป็นเรื่องข่าวลือเจ้าต้องเชื่อข้านะ ข้าไม่ได้นัดสตรีนางใดไว้ทั้งนั้น ข้าไปค่ายเหนือฝึกทหาร ส่วนหญิงแซ่หวังไปส่งอาหารให้บิดานาง" 

       หญิงแซ่หวัง?...เขาเรียกอีกฝ่ายว่าหญิงแซ่หวังแทนที่จะเรียกคุณหนูหวังหรือ 

 

-----------------⛇⛇⛇⛇------------------ 

ชายหนุ่มชะงักงันมองนางนิ่งนานราวกับถูกบางอย่างพุ่งชนเข้าที่อก ในใจมีคำถามผุดขึ้นมากมาย 

             นางเคยแต่งหน้าแบบนี้ออกไปเดินข้างนอกหรือไม่? 

ในนิยายที่เคยเขียนบรรยายถึงนางว่าแต่งกายงดงามเรียกผึ้งภมรนั้น...แล้วนางแต่งเช่นไร? 

             เขาเลื่อนสายตามองสตรีตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความหึงหวงพลันแล่นพล่าน นางที่เป็นเช่นนี้เขาไม่อยากให้ใครได้เห็นแม้แต่น้อย! 

มือที่ถือพัดอยู่กำแน่นขึ้น แล้วค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดใบหน้าครึ่งบนของนางไว้ 

 ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาโน้มตัวลงมา แตะริมฝีปากนางเบาๆ ราวกับแมลงปอแตกผิวน้ำ สัมผัสนุ่มเย็นแทบทำให้เขาหักใจผละออกไม่ได้ พอยืดตัวขึ้นลมหายใจออกก็พรูยาว เพิ่งรู้ว่าตนเองกลั้นหายใจไว้นานเพียงนี้ 

ชายหนุ่มต้องปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะเอ่ยถาม 

"เหตุใดต้องปิด ไม่ได้มีแผลเสียหน่อย" 

พูดจบก็ถือพัดของนางเดินไปทางโต๊ะอาหาร พอหันไปมองรอบห้องถึงเพิ่งรู้ตัว ว่ายามนี้ประตูห้องปิดอยู่ ทั้งคู่อยู่กันเพียงลำพัง เขาถึงกับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าบ่าวออกจากห้องไปหมดแล้ว 

 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว