
❀❀❀❀
ชาติก่อน ซูอันหนิง เลือกแผ่นดิน
ชาตินี้ นางอาจต้องเลือกว่าจะอยู่รอด…หรือช่วยเขาให้รอด
เมื่อประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่า อ๋องฮั่น ต้องตาย
และสถานการณ์ในราชสำนักกำลังผลักเขาเข้าสู่เส้นทางกบฏ
นาง... ผู้กลับมาพร้อมความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์
จะหยุดโศกนาฏกรรมนี้ได้
หรือจะต้องเห็นเขาเดินสู่ลานประหารอีกครั้ง?
❀❀❀❀
โปรยเล่ม 1
เมื่อ ซูอันหนิง ต้องย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของ พระชายาซู ที่มีชื่อและหน้าตาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว นางพบว่าตนเองต้องมาร่วมหัวจมท้ายกับบุคคลในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะทำการก่อกบฏจนต้องโทษประหารล้างตระกูลอย่าง ฮั่นอ๋อง
สิ่งแรกที่ซูอันหนิงคิดก็คือต้อง ‘หย่าขาด’
แต่สิ่งที่ฮั่นอ๋องพยายามทำคือจะ ‘ไม่ยอม’ ให้นางที่เขาตามหามานานหลุดมือไปอีก
ความต่างในวัฒนธรรมและเวลาที่จากมาทำให้คนสองคนมองเรื่องราวแตกต่างกัน จึงเกิดเป็นความเข้าใจผิดและขัดแย้งกันอยู่บ่อยๆ ทว่าความขัดแย้งนี้กลับค่อยๆ ผูกพันใจของพวกเขาเข้าหากัน จนกลายเป็นความรักที่ไม่อาจแยกจาก
แต่ซูอันหนิงกลับไม่กล้าปล่อยกายปล่อยใจรักเขา เพราะนางรู้สึกได้ว่าพระชายาซูผู้เป็นเจ้าของร่างยังไม่จากไหน ปฏิกิริยาและความรู้สึกที่เอ่อท้นขึ้นมาโดยที่นางไม่อาจควบคุมทำให้นางคิดว่าสักวันตนอาจจะต้องคืนทุกสิ่งที่มี รวมทั้ง ‘สามี’ ที่ได้มาเปล่าๆ คนนี้กลับไปให้เจ้าของร่างเดิมในสักวัน
แต่นางก้าวลงมาบนกระดานหมากของผู้อื่นแล้ว ถึงจะอยากใช้ชีวิตสงบๆ ไม่แก่งแย่งกับใคร แต่ผู้อื่นจะยอมปล่อยให้นางอยู่อย่างสบายใจได้หรือ
เมื่อถูกแผนร้ายคุกคามชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า ซูอันหนิงจึงต้องลุกขึ้นสู้ แต่อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องสู้เพียงลำพัง เพราะฮั่นอ๋องพร้อมจะหนุนหลังนางเต็มที่
โปรยเล่ม2
ซูอันหนิงฝันเห็นเหตุการณ์ในชาติก่อนอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา หลังตื่นจากฝันนางยังจดจำภาพเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ทำให้นางตระหนักถึงความจริงบางอย่างซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจูเกาเซวียนเปลี่ยนไป
แม้พวกเขาจะเข้าใจกันมากขึ้น แต่ก็ไม่อาจป้องกันแผนร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เปลือกแห่งความริษยาได้
พวกเขาจะต้องช่วยกันแก้ไขไปทีละเปลาะ ขณะเดียวกันก็ต้องสืบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง ทว่ายิ่งแผนการของอีกฝ่ายถูกซูอันหนิงขัดขวางไว้มากเท่าใด ชีวิตของนางก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น
-------------ตัวอย่างในเล่ม 2---------------
เสียงประทัดดังขึ้นที่ลานด้านนอก ซูอันหนิงสะดุ้งรีบปล่อยมือจากเขาคล้ายเพิ่งรู้สึกตัว จูเกาเซวียนคลายวงแขนเล็กน้อย ประคองนางให้นั่งดีๆ
ขณะที่นางขยับก้นจะถอยห่างเขากลับกอดรัดนางแน่นขึ้น
เสียงลมหายใจของนางขาดห้วง เอ่ยพูดกระท่อนกระแท่น
"ท่าน...ท่านกลับมาได้อย่างไร"
เขาควรจะอยู่ในงานเลี้ยงเฝ้าปีในวังไม่ใช่หรือ จะกลับมาเร็วเพียงนี้ได้อย่างไร... นางคงฝันอยู่กระมัง
ชายหนุ่มแนบแก้มกับกระหม่อมของนาง พึมพำตอบเสียงเบา "ข้ากลับมาเฝ้าปีกับเจ้า"
ใช่จริงๆ ข้ากำลังฝันอยู่ บุรุษผู้นั้นจะอ่อนหวานกับข้า อ่อนโยนกับข้าอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้หรือ
คิดเช่นนั้นแล้วซูอันหนิงก็หยิกลงบนอกกว้างราวกับจะทดสอบ ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง อุทานออกมาเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาตะปบมือนางแล้วกุมไว้แน่
"หยิกข้าด้วยเหตุใด ข้าทำอันใดผิดหรือ..." ฮั่นอ๋องชะงักไปครู่หนึ่งราวกับนึกบางเรื่องขึ้นมาได้ เขารีบอธิบายตนเองทันที
"หากเป็นเรื่องข่าวลือเจ้าต้องเชื่อข้านะ ข้าไม่ได้นัดสตรีนางใดไว้ทั้งนั้น ข้าไปค่ายเหนือฝึกทหาร ส่วนหญิงแซ่หวังไปส่งอาหารให้บิดานาง"
หญิงแซ่หวัง?...เขาเรียกอีกฝ่ายว่าหญิงแซ่หวังแทนที่จะเรียกคุณหนูหวังหรือ
-----------------⛇⛇⛇⛇------------------
ชายหนุ่มชะงักงันมองนางนิ่งนานราวกับถูกบางอย่างพุ่งชนเข้าที่อก ในใจมีคำถามผุดขึ้นมากมาย
นางเคยแต่งหน้าแบบนี้ออกไปเดินข้างนอกหรือไม่?
ในนิยายที่เคยเขียนบรรยายถึงนางว่าแต่งกายงดงามเรียกผึ้งภมรนั้น...แล้วนางแต่งเช่นไร?
เขาเลื่อนสายตามองสตรีตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความหึงหวงพลันแล่นพล่าน นางที่เป็นเช่นนี้เขาไม่อยากให้ใครได้เห็นแม้แต่น้อย!
มือที่ถือพัดอยู่กำแน่นขึ้น แล้วค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดใบหน้าครึ่งบนของนางไว้
ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาโน้มตัวลงมา แตะริมฝีปากนางเบาๆ ราวกับแมลงปอแตกผิวน้ำ สัมผัสนุ่มเย็นแทบทำให้เขาหักใจผละออกไม่ได้ พอยืดตัวขึ้นลมหายใจออกก็พรูยาว เพิ่งรู้ว่าตนเองกลั้นหายใจไว้นานเพียงนี้
ชายหนุ่มต้องปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะเอ่ยถาม
"เหตุใดต้องปิด ไม่ได้มีแผลเสียหน่อย"
พูดจบก็ถือพัดของนางเดินไปทางโต๊ะอาหาร พอหันไปมองรอบห้องถึงเพิ่งรู้ตัว ว่ายามนี้ประตูห้องปิดอยู่ ทั้งคู่อยู่กันเพียงลำพัง เขาถึงกับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าบ่าวออกจากห้องไปหมดแล้ว

