จีน
หวนคืนชะตาครานี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้สามีแต่งอนุเข้าจวน
นักเขียน: นงพะงา/เสน่ห์นาง/เมฆาสีครามขาว นักวาด: Nakwadlen
จีน
บทนำ
หวนคืนชะตาครานี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้สามีแต่งอนุเข้าจวน
ในค่ำคืนที่หลานชิงยืนมองพระจันทร์ที่ส่องสว่างเด่นอยู่กลางท้องนภา นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาจากด้านหลัง
“ฮูหยินเจ้าคะ ตอนกลางคืนอากาศหนาวและลมพัดแรงนัก เข้าไปในห้องเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะเจ้าคะ” เกาเสี่ยวเยี่ยนนำเสื้อคลุมสีขาวคลุมไหล่ให้นางแล้วพยุงนางเข้าไปในห้อง
“เจ้าก็ไปนอนที่ห้องของเจ้าเถิด” นางพูดเพียงแค่นั้น เกาเสี่ยวเยี่ยนก็พยักหน้ารับคำสั่งแล้วเดินออกไป
“อยู่ด้วยกันมาสามปี ไม่เคยได้ยินท่านเอ่ยถ้อยคำที่จะให้กำลังใจยามสุขยามทุกข์ แต่เมื่อท่านเอ่ยคำที่ต้องการจะเอ่ยก็เป็นเพียงคำขอแต่งอนุเข้าจวน” น้ำเสียงแผ่วเบานั้นฟังดูเศร้าจนคนที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกน้ำตาคลอ เกาเสี่ยวเยี่ยนปาดน้ำตาแล้วเดินจากไป
บุรุษรูปร่างสูงโปร่งในชุดดำที่แอบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่กระชับกระบี่ในมือแน่นแล้วเดินตรงมายังห้องพักของหลานชิง
“อ๊ะ! เหตุใดข้าจึงเวียนหัว” นางที่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะเดินไปที่เตียงนอน พลันรู้สึกวิงเวียนศีรษะจนร่างกายเซถลา
“ปึง!” สตรีในชุดสีชมพูพร้อมหมวกที่ปกปิดใบหน้าเดินเข้ามาในห้อง หลานชิงพยายามเพ่งมองสตรีนางนั้นด้วยสายตาที่พร่ามัว สายตาของนางเริ่มเลือนลางและร่างก็แทบจะยืนไม่ไหว
“นี่เกิดอะไรขึ้นกับข้า หรือว่าข้าโดนพิษ” เสี้ยววินาทีที่นางกำลังคิดอยู่ สตรีนางนั้นก็ชักมีดสั้นด้ามแกะสลักออกจากฝัก ปลายมีดวาววาบด้วยความคมกริบแล้วพุ่งเข้าหานางอย่างรวดเร็ว
หลานชิงพยายามขยับหลบกระบี่ แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งจนไม่สามารถบังคับได้
“ฉึก!”
“อึก!” ปลายกระบี่แทงทะลุเข้ากลางอกของนางจนสำลักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวดและทรมาน
“เจ้าเป็นผู้ใดกัน” นางเอ่ยคำนี้ออกมา แล้วร่างก็ล้มลงบนพื้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามา
“ข้าจัดการนางแล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วง” สตรีนางนั้นหันไปพูดกับบุรุษผู้นั้นที่ยืนมองนางอยู่ไม่ไกล แต่นางกลับไม่สามารถมองเห็นหน้าเขาได้ เพราะเขาปกปิดใบหน้าไว้อีกทั้งสายตาของนางก็เริ่มเลือนลางไปทุกที เสียงหายใจของนางหอบถี่และกระตุกจนร่างสั่นเทา นางพยายามกะพริบตาถี่ๆ และมองดูสตรีนางนั้นที่ลงมือสังหารนางด้วยมีดสั้น
“ช่างคุ้นเหลือเกิน” ลมจากภายนอกห้องพัดแรงจนหมวกและผ้าคลุมของสตรีนางนั้นเปิดออก เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าของสตรีผู้นั้น คิ้วของหลานชิงขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย นางไม่เคยเจอสตรีผู้นี้มาก่อน เหตุใดสตรีผู้นี้จึงต้องการชีวิตของนางกันเล่า แล้วลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็หลุดลอยไปกับสายลมหนาวที่พัดกระหน่ำเข้ามาในห้อง หลานชิงรู้สึกเพียงแค่ว่าศีรษะของนางหนักอึ้งจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ และทุกอย่างก็มืดดับไป
