เสียงว๊ากที่มีแค่เราที่ได้ยิน 🛠
"ธนากร" พี่ว๊าก รุ่นพี่ปี 4 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงกำยำใบหน้าหล่อคมกริบแต่นิ่งสนิทเสียงดังก้องฟังแล้วสะดุ้งเป็นที่เกรงใจไปทั่วมหาวิทยาลัยแต่ลึกๆข้างในอ่อนโยนและห่วงใยคนที่รักมากที่สุด
"นิล" รุ่นน้องปี 1 รูปร่างบางเพรียว ผิวขาวเนียน หน้าตาอ่อนหวาน น่าทะนุถนอม ขี้ลืม ขี้ตกใจง่าย ใจดี ซื่อสัตย์ และมีความมุ่งมั่น รักเดียวใจเดียว
"เสียงตะโกนที่ดังที่สุด"..........
“ยืนตรง! หลังตั้งตรง! มือแนบลำตัวให้สนิท!”
เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วสนามฝึกจนใบไม้ข้างรั้วดูเหมือนจะสั่นไหวตามน้ำเสียงทุกคนในแถวต่างเกร็งตัวไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียวยกเว้นร่างเล็กที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงท้ายแถว
“ขอโทษครับพี่… มาสายนิดเดียวเอง”
นิลยกมือไหว้อย่างเก้อเขินใบหน้าขาวซีดจางลงเมื่อสบตากับคู่สายตาคมกริบที่จ้องมองเขาอย่างเข้มงวดธนากรก้าวยาวๆเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงความสูงใหญ่ที่บดบังแสงแดด
“นิดเดียวเหรอ! ดูเวลาสิ! มาสายไปสิบนาทีแล้ว! กฎระเบียบไม่ได้อ่านก่อนมาหรือไง!” เสียงดังก้องจนเพื่อนรอบข้างสะดุ้งตาม “วิ่งรอบสนาม 5 รอบ! ให้หายใจเป็นจังหวะก่อนเข้าแถว! เร็วเข้า!”
“ครับๆ!”
นิลไม่กล้าเถียง รีบวิ่งออกไปทันที แม้จะรู้สึกตกใจทุกครั้งที่โดนดุ แต่แปลกที่เขาไม่เคยรู้สึกโกรธเคืองเลยมีแต่ความรู้สึกแปลกๆในอกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของพี่คนนี้หัวใจมักเต้นแรงผิดปกติเสมอ...
เย็นวันนั้นฝนตกหนักจนถนนลื่นเป็นน้ำมันนิลเดินกลับหอพักอย่างระมัดระวังแต่ด้วยร่างกายที่บางเบาและไม่ชินทางเขาก็พลาดท่าล้มลงกับพื้นอย่างจังเข่าถลอกจนเลือดซึมออกมาชุ่มกางเกงเจ็บจนแทบจะลุกไม่ขึ้น
“โง่เหรอ! เดินไม่ดูทางทำไม!”
เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลังก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะปรากฏขึ้นธนากรหน้าตาดูตกใจแต่พยายามเก็บอาการไว้จับแขนนิลขึ้นพยุงตัวอย่างแรงแต่ระมัดระวังไม่ให้เจ็บเพิ่ม
“เจ็บมากไหม?” ถามเสียงเข้มแต่เบาลงกว่าปกติ
“พอไหวครับ… แค่ถลอกนิดเดียวเอง”
นิลพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้พี่เขาไม่ต้องกังวล
“นิดเดียวเหรอ! ดูสิเลือดไหลออกมาเยอะแยะ!”
ธนากรตะโกนอีกครั้ง......?
ก่อนจะจับตัวพาเดินก้าวยาวๆไปที่ห้องพักของตัวเอง.....
เข้ามาจะพันแผลให้ถ้าปล่อยไว้จะติดเชื้อเดี๋ยวลำบากกว่าเดิมในห้องธนากรนั่งลงก้มมองบาดแผลในมือที่ดูหยาบกร้านจากการฝึกงานและยกของหนักกลับเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลระมัดระวังจนนิลต้องเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ"พี่ทำไมต้องดุผมทุกครั้งเลยครับ"
นิลถามขึ้นเบาๆในขณะที่มือพี่เขากำลังเช็ดทำความสะอาดแผลให้ธนาหยุดมือชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าพี่ไม่เข้มงวดกับน้อง"แล้วใครจะสอนให้น้องรู้จักระวังตัวรู้จักเข้มแข็งล่ะเขาพูดเสียงต่ำลงน้องดูอ่อนแอเกินไปถ้าปล่อยให้ทำตามใจตัวเองเดี๋ยวไปเจอเรื่องอะไรข้างนอกก็รับมือไม่ได้อีก
"พี่แค่ไม่อยากเห็นน้องต้องเจ็บตัวอีกก็เท่านั้น"
หัวใจของนิลเต้นแรงขึ้นมาทันทีคำพูดที่ฟังดูเข้มงวดแต่ซ่อนความห่วงใยลึกซึ้งทำให้เขารู้สึกอบอุ่นจนลืมความเจ็บปวดที่เข่าไปเลย
“พี่… กลัวผมจะเป็นอะไรไปเหรอครับ?”
“ก็…ก็แค่ไม่อยากให้น้องเป็นภาระของค่ายเท่านั้นแหละ!”
ธนากรรีบเบนหน้าหนีหูแดงระเรื่อจนเห็นได้ชัดท่ามกลางแสงไฟสลัวๆวันเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆแน่นแฟ้นขึ้น...
เสียงว๊ากของธนากรยังคงดังอยู่บ้างแต่เนื้อหาในคำพูดกลับเต็มไปด้วยความเอาใจใส่จนกระทั่งวันหนึ่งนิลถูกเพื่อนร่วมชั้นชวนไปทานข้าวข้างนอกเลยกลับช้ากว่าปกติโดยไม่ได้บอกกล่าวก่อนเมื่อเปิดประตูหอพักก็เจอกับร่างสูงยืนพิงผนังรออยู่ดวงตาคมกริบจ้องมองมาด้วยสีหน้าที่ดุดันจนน่ากลัว
“กลับมาช้าขนาดนี้ ไปไหนมา!”
เสียงตะโกนดังลั่นจนสะท้อนฝาผนัง.....
“ก็…เพื่อนชวนไปทานข้าวข้างนอกนิดหน่อยครับ
"นิลตอบเสียงอ่อยรู้สึกผิดทันที".......
“เพื่อนเหรอ! แล้วทำไมไม่บอกพี่ก่อน!!
รู้ไหมว่าพี่รอจนเป็นกังวล!”
ธนากรก้าวเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างแน่นน้ำเสียงเข้มขึ้น
“หรือว่ามีใครมาจีบถึงได้ลืมเวลาลืมพี่ไปหมด!”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ!” นิลรีบปฏิเสธส่ายหน้าแรงๆ “
แค่ไปกินข้าวกันจริงๆผมไม่มีใจให้ใครนอกจากพี่เลยครับ!
คำตอบที่จริงใจทำให้ความดุดันในสายตาค่อยๆจางลง
"ธนา"ถอนหายใจยาวกอดร่างบางนั้นเข้ามาแนบอก
"จำไว้นะ…"
อย่าให้พี่ต้องกังวลอีก.....
พี่ไม่ชอบเลยที่เห็นน้องไปอยู่กับใครนานๆโดยไม่มีพี่อยู่
นิลซบหน้าลงกับอกกว้างส่งยิ้มหวานออกมา
“ครับ… ผมจำได้แล้วครับพี่”
พี่ว๊ากตัวร้าย 🛠 นายหน้าหวาน
ธนา ⚙ นิล
