ทุกชาติภพฉันจะจำเธอได้
นักเขียน: เซเฟร่า

ดราม่า

จบ ทุกชาติภพฉันจะจำเธอได้

ทุกชาติภพฉันจะจำเธอได้

นักเขียน: เซเฟร่า

ดราม่า

31
ตอน
131
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
3
เพิ่มลงคลัง
เรื่องราวความรักของแม่ทัพหลงเทียนเฉินและชิงหลัน ศิษย์กับอาจารย์ที่ไม่อาจก้าวล้ำจารีตประเพณี จนเดินทางข้ามภพข้ามชาติกับคำอธิษฐานอันแรงกล้า ที่ว่าทุกชาติภพฉันจะจำเธอให้ได้

หลังจากเดินทางข้ามมณฑลกลับมาถึงเมือง เซี่ยงไฮ้ เมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าอันวุ่นวาย แม้เขาก็หมกมุ่นอยู่กับงานเพื่อสลัดภาพฝันร้ายนั้นออกไปแต่ภายในใจกลับเรียกร้องหาแต่หญิงสาวคนนั้น ราวกับเธอมีชีวิตอยู่ในชาตินี้จริงๆ

ความกระวนกระวายในใจทำให้ใจชายหนุ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวในความทรงจำ แต่ความรู้สึกบอกว่าเธออยู่ไม่ไกลจากเขา และคล้ายเธอกำลังรอเขาอยู่

ความทรงจำเหล่านั้นหลอกหลอนเขาอยู่หลายวัน จนชายหนุ่มกำลังคิดว่าจะไปตามหาเธอจากที่ไหนดี จนกระทั่งผู้ช่วยของเขานำเอกสารโปรเจกต์เร่งด่วนชิ้นหนึ่งมาส่งให้ เป็นงานรีโนเวทและต่อเติมพื้นที่ด้านหลังของแกลเลอรีศิลปะแห่งหนึ่งในตัวเมืองที่ยังสร้างไม่สมบูรณ์

ผู้ช่วยรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าจ้างรายนี้ยอมจองคิวรอนานนับเดือนเพื่อให้กู้เทียนเฉินเป็นผู้ออกแบบโครงการด้วยตนเอง แม้ทางบริษัทจะเสนอให้เลือกใช้บริการบริษัทสถาปนิกแห่งอื่นแทน หากไม่ต้องการรอ แต่ทางนั้นก็ยังยืนยันที่จะรอ

ทันทีที่เขาเปิดดูแบบแปลนอาคารที่ส่งมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง หัวใจสั่นระรัว... แบบแปลนนี้มีโครงสร้างและสัดส่วนเหมือนกับจวนของเขาที่หนามเจียงไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่จริงด้วยตัวเองทันที

และเมื่อรถยนต์จอดสนิทเบื้องหน้าแกลเลอรีศิลปะใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ เขาถึงกับขยับกายไม่ได้ สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าแม้จะใช้วัสดุสมัยใหม่ แต่รูปทรง เค้าโครง และจิตวิญญาณของมันคือจวนหนามเจียงในอดีตชาติอย่างแน่นอน! และส่วนหลังที่ยังสร้างไม่เสร็จและผู้ว่าจ้างยังไม่พอใจ จนต้องตามหาตัวสถาปนิกมือหนึ่งมาแก้ไข... ก็คือตำแหน่งของห้องทรงอักษรของเขา

ภายในแกลเลอรีที่เงียบสงบ ชายอาวุโสในชุดสูทสากลภูมิฐานผู้หนึ่งเดินออกมาต้อนรับเขา ทันทีที่เขาสบตาชายสูงวัย ร่างทั้งร่างก็ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน... ใบหน้า ท่วงท่า และแววตาที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาคนนี้ คือ เสิ่นเสวียนเหิง อดีตกุนซือที่ปรึกษาคู่คิดของเขาในอดีตชาติ

“ยินดีที่ได้พบครับคุณกู้ ผมเสิ่นเสวียนเหิงเป็นทนายความประจำตระกูลและผู้ช่วยดูแลที่นี่...” แต่เหมือนชายสูงวัยชะงักก็ไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความเมตตา “แปลกจริง... ทันทีที่เห็นหน้าคุณ ผมกลับรู้สึกถูกชะตาด้วยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าพวกเราเคยพบกันมานานอย่างนั้นแหละ”

เขาพยายามสะกดกั้นหยาดน้ำตาและก้อนสะอื้นในคอ พยักหน้ารับคำเบาๆ “ครับ... ผมก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน”

เสิ่นเสวียนเหิงเดินนำเขาตรวจดูพื้นที่รอบๆ แกลเลอรี พลางทอดสายตาด้วยความอาทร ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แกลเลอรีนี้เป็นของคุณหนูครับคุณกู้... แต่ตั้งแต่วางแบบจนสร้าง คุณหนูเธอทำเองทั้งหมดแม้จะไม่ได้จบด้านสถาปัตย์มาก็ตาม” ชายสูงวัยเล่าช้าๆ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังบริเวณด้านหลังที่ต้องการแก้ไข

เขาเฝ้าฟังด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ‘ช่างเหมือนจริงๆ...’ เขาพึมพำในความคิด ระหว่างที่เดินคุยกันอยู่นั้น ด้วยความใจลอย แผ่นหลังของเขาขยับไปชนเข้ากับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ตั้งหลบมุมอยู่จนล้มครืนกระจัดกระจายลงบนพื้นหิน ผ้าขาวผืนหนาที่เคยใช้คลุมปิดบังภาพวาดเหล่านั้นสะบัดเปิดออกในพริบตา

เขาก้มลงมอง... และร่างทั้งร่างก็พลันแข็งทื่อ ภาพวาดสีน้ำมันนับสิบภาพตรงหน้าคือรูปของตัวเขาเองในเครื่องแต่งกายชุดเกราะและชุดโบราณของเทียนเฉินอ๋อง ทั้งภาพที่นั่งสุขุมอยู่ใต้ศาลาชมจันทร์ ภาพในชุดเกราะบนหลังม้าที่เขาบุกเดี่ยวครั้งสุดท้าย หรือจะเป็นภาพในชุดชาวดอยที่ถือช่อดอกไม้ที่หมู่บ้านเฟยชุ่ยความเจ็บแปลบวิ่งซ่านไปกลางอก มือของเขาสั่นเมื่อเห็นปีที่มุมภาพ ภาพแรกถูกวาดเมื่อเจ้าของภาพมีอายุเพียงแปดขวบ

ภาพถัดมาอายุสิบขวบ

สิบสามขวบ

สิบห้าขวบ

สิบแปดขวบ

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา...เธอไม่เคยลืมเขาเลย

ทุกฝีแปรงเต็มไปด้วยความละเมียดละไมและหยาดน้ำตาของผู้สะบัดพู่กัน โดยมีชื่อนามปากกา ‘ชิงหลัน’ กำกับอยู่มุมภาพทุกใบ

จังหวะที่กำลังตกตะลึงกับภาพเหล่านั้น เสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าแกลเลอรี เขาหันกลับไปมองก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย... แม่ของเขานั่นเอง ท่านเดินเข้ามาด้านในและสายตาที่มองตรงมายังเขาเมื่อเห็นเขาก็ฉายแววตระหนกไม่น้อยเช่นกัน

“อ้าว... อาเฉิน ลูกมาที่นี่ได้อย่างไร” ผู้เป็นแม่เอ่ยเมื่อเดินมาใกล้

“แล้วแม่...” เขาเอ่ยได้เพียงเท่านั้นเมื่อเห็นผู้เป็นแม่มองไปยังกองภาพวาดบนพื้น

ก่อนที่ท่านจะเอ่ยขึ้น “แม่รู้จักเจ้าของที่นี่มาตั้งแต่เธอยังเด็กๆ ก็เลยมาหาเธอที่นี่บ่อยๆ เมื่อเดือนก่อนแม่มาเห็นเธอกำลังนั่งวาดภาพนี้อยู่ พอเห็นว่าหน้าตาของชายหนุ่มในภาพเหมือนลูกราวกับพิมพ์เดียวกัน แม่เลยเอ่ยปากขอรูปหนึ่ง วันนี้ตั้งใจจะมารับ... ไม่นึกเลยว่า...” ท่านหยุดชะงักไปเพียงเท่านั้น น้ำเสียงหม่นหมองลง

แม่หันมามองหน้าลูกชายพลางถอนหายใจ ก่อนจะดึงเขาออกมาจากตรงนั้นหลายก้าวแล้วจึงเอ่ยเสียงเบา “อาเฉิน... ที่จริงแล้ว เจ้าของแกลเลอรีนี้ก็คือ คู่หมั้นของลูกที่หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่พวกลูกยังแบเบาะ แต่เพราะลูกเอาแต่หนีหน้า ไม่ยอมไปเจอเธอและหนีไปเรียนต่อต่างประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า ลูกถึงไม่เคยรู้เลยว่าคู่หมั้นของลูกคือเธอ”

ถ้อยคำของมารดาเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ... เธอจำเขาได้มาตลอดชีวิต และพยายามสร้างจวนหนามเจียงนี้ขึ้นมาเพื่อรอคอยเขาหรือ ทว่าชาตินี้เขากลับเป็นฝ่ายผลักไสและทอดทิ้งเธอด้วยความไม่รู้

เขายืนอึ้งอยู่นานจนผู้เป็นแม่ดึงตัวเขาเดินกลับมาหาชายสูงวัย ก่อนจะแนะนำตัวเขาให้อีกฝ่ายทราบอย่างเป็นทางการ “คุณทนายเสิ่นคะ นี่คือลูกชายของดิฉันเองค่ะ กู้เทียนเฉิน”

เขาเอ่ยทักทายทนายเสิ่นอีกครั้ง และแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“คู่หมั้นของคุณหนูเองหรอกหรือนี่ มิน่าล่ะถึงได้มีวาสนามาออกแบบที่นี่ด้วยกัน” ชายสูงวัยเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะเล่าต่อ “ก่อนคุณหนูจะเกิดอุบัติเหตุ ในบรรดาสถาปนิกทั้งหมด คุณหนูเลือกบริษัทของคุณทันทีหลังจากเห็นเพียงแค่ชื่อ... คงเพราะมีวาสนาต่อกันเช่นนี้นี่เอง” เสิ่นเสวียนเหิงหัวเราะชอบใจ

“เธอเกิดอุบัติเหตุ...” เขาถามด้วยความตกใจเล็กน้อย “แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”

ชายสูงวัยสีหน้าหมองลงเล็กน้อย พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ “ยังเลย... อุบัติเหตุครั้งนั้นแม้หมอจะบอกว่าร่างกายเธอกลับมาฟื้นตัวปกติดีแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ฟื้นเลย นี่ก็ล่วงเดือนมาแล้ว”

ทนายเสิ่นเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เขายอมรับว่าตกใจอยู่มาก รู้สึกเจ็บหน่วงไปในอกอย่างอธิบายไม่ถูก ‘ชิงหลัน... ชิงหลันคือเธอจริงๆ ใช่ไหม’ เขาคร่ำครวญภายในใจ

“นั่นไงครับ... รูปของเธอ คุณหนูชิงหลัน” เสียงชายสูงวัยเอ่ยพลางชี้มือไปยังรูปภาพใบใหญ่ที่ติดอยู่ตรงผนัง

หัวใจของเขาหล่นวูบเมื่อได้ยินประโยคท้าย... ชิงหลัน แม้ชาตินี้เธอก็ยังใช้ชื่อนี้หรือ... แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคือภาพบนผนังนั้น เป็นเธอ... เป็นเธอจริงๆ ชิงหลัน น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า ร่างกายแข็งทื่อและชาไปทั่วตัว เขาถอยหลังสองสามก้าวอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกดีใจและสับสนปนเปกันไปหมดจนอธิบายไม่ถูก

เขาจ้องประสานสายตากับรูปภาพบนผนัง คล้ายกับภาพนั้นมีชีวิต... แม้ในภาพเธอจะกำลังส่งยิ้มบางๆ แต่เขากลับรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังตัดเพ้อต่อว่าเขาอยู่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับอากาศบริเวณนั้นไม่เพียงพอให้เขาหายใจ

 

 

 

..........................................................,..

 

 

นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนตั้งใจเขียนมาก เขียนนานมากด้วย ถือเป็นการเยียวยาบาดแผลเป็นทางใจของหลายๆคนที่อ่านนิยายที่ไม่สมหวัง รับรองว่าบทสรุปจะเยียวยาทุกความรู้สึกของนักอ่านทุกท่านให้มีแต่ความสุข ขอให้ทุกคนโชคดีและตั้งใจอ่านให้จบนะ

 

ปล.จากใจผู้เขียน เซเฟร่า

 

 

ประกาศสำคัญ] ลิขสิทธิ์งานเขียน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (และฉบับเพิ่มเติม)

นิยายทุกเรื่องของ :เซเฟร่า

ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง สแกนเนื้อหา หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อกำหนดนี้ครอบคลุมถึง:

การคัดลอกเนื้อหาไปลงในแพลตฟอร์มอื่น (ยกเว้นเจ้าของเอง)

การนำไปดัดแปลงพล็อตเรื่อง หรือเปลี่ยนแปลงตัวละครเพื่อเขียนใหม่

การนำไปอ่านในรูปแบบ "นิยายเสียง" ลงใน YouTube, TikTok หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ

การสรุปเนื้อหาเพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

หากพบเห็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีการยอมความ

“งานเขียนทุกคำมีชีวิต โปรดให้เกียรติจินตนาการและแรงกายแรงใจของนักเขียนด้วยนะคะ”

 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว