**ณ ยอดเขาคุนหลุน ดินแดนรอยต่อระหว่างภพเซียนและโลกมนุษย์**
สายลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านซากปรักหักพังของอารามโบราณ กลิ่นอายคาวเลือดและไอหมอกทมิฬอบอวลไปทั่วบริเวณ แสงจันทร์วันเพ็ญสีนวลตาบัดนี้ถูกบดบังด้วยเงาร่างของบุรุษชุดดำนับร้อยสายตาคมกริบดุจพญาแร้ง พวกมันคือ ‘หน่วยพิฆาตโลหิต’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมที่สุดในใต้หล้า
เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว... **ดอกบัวเก้าสี** ของวิเศษที่ค้ำจุนพลังชีวิตของเผ่าหงส์เพลิง!
"ส่งของมาเสียเถิดแม่นาง หากเจ้าไม่อยากให้ยอดเขาแห่งนี้กลายเป็นสุสานของเจ้า!" หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำตวาด เสียงของมันสะท้อนก้องกังวานด้วยลมปราณขั้นสูง
ภายใต้ซุ้มประตูหินที่ผุพัง ร่างระหงในชุดท่องยุทธ์ภพสีแดงชาดสวมหมวกสานกั้นม่านแพรบางเบายืนนิ่งไม่ไหวติง ลมราตรีพัดชายเสื้อสะบัดพลิ้ว **เฟิ่งชิงเกอ** ธิดาเทพแห่งเผ่าหงส์เพลิงคลี่ยิ้มบางใต้ผ้าคลุมหน้า นิ้วเรียวงามดุจลำเทียนกำลังหมุนจอกสุราเล่นอย่างไม่ทุกข์ร้อน
"สุสานงั้นหรือ? ช่างเป็นฮวงซุ้ยที่ทำเลไม่เลว..." น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบหลุดออกจากริมฝีปาก "แต่เสียใจด้วย คนที่ต้องนอนเฝ้าที่นี่... คือพวกเจ้า!"
ตูม!!
สิ้นคำพูด ชิงเกอสะบัดข้อมือเพียงคราเดียว จอกสุราดินเผากระจัดกระจายกลายเป็นเศษอาวุธลับพุ่งทะยานแหวกอากาศดุจห่าฝน แฝงด้วยเพลิงอัคคีพิสุทธิ์สีทองระเบิดเข้าใส่กลุ่มชายชุดดำจนแตกกระเจิง โลหิตสาดกระเซ็นพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวน!
"ฆ่ามัน!!"
กระบี่นับร้อยเล่มพุ่งจู่โจมพร้อมกัน ทว่าชิงเกอกลับเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย เธอชัก ‘กระบี่ขนนกเพลิง’ ออกจากฝัก ประกายไฟสีชาดสว่างวาบ ทุกกระบวนท่าที่ตวัดออกไปทั้งงดงามดุดันและเฉียบคม ศัตรูสามคนล้มลงทุกๆ หนึ่งก้าวที่เธอเดิน
แต่ในจังหวะที่หัวหน้าหน่วยพิฆาตอาศัยความมืดลอบเข้ามาข้างหลัง พร้อมกรงเล็บเหล็กอาบยาพิษหมายจะปลิดชีพธิดาเทพ...
**ฟิ้ว— ฉึก!**
ลูกหมุดเหล็กทมิฬเล่มหนึ่งพุ่งมาจากความมืดด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง มันปักทะลุข้อมือของหัวหน้าหน่วยพิฆาตอย่างแม่นยำจนกระดูกแตกละเอียด!
"อ๊ากกกก!"
"ไยต้องลอบกัดสตรี... ช่างน่าสมเพชนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเย็นชาจับขั้วหัวใจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดฉลองพระองค์สีครามเข้ม ปักลายมังกรคาบแก้วด้วยดิ้นเงิน **มหาเทพหรงเหยียน** ก้าวออกมาจากเงามืดอย่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาปานประติมากรรมสวรรค์ทว่าเรียบเฉยดุจน้ำแข็งพันปี ในมือของเขาไม่มีแม้กระทั่งอาวุธ มีเพียงพัดจีบเล่มหนึ่งที่โบกเบาๆ แต่แรงกดดันจากพลังเซียนมหาเทพที่แผ่ออกมา กลับกดทับจนพวกชายชุดดำที่เหลืออยู่ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น
ชิงเกอหมุนตัวกลับมา เผชิญหน้ากับบุรุษผู้มาใหม่ แววตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืด ดุเดือดและหยั่งเชิง
"มหาเทพหรงเหยียนแห่งแดนอุดร? ท่านมาแย่งเหยื่อของข้าหรือ?" ชิงเกอเอ่ยถาม เสียงประชดประชันเล็กๆ
"เป้าหมายของข้าคือสืบหาคนทรยศ ส่วนดอกบัวนั่น... ข้าไม่ได้สนใจ" หรงเหยียนตอบเรียบๆ สายตามองสำรวจดรุณีตรงหน้าด้วยความทึ่งในใจ ‘นางรับมือคนพวกนี้ได้ โดยที่ลมหายใจไม่ติดขัดเลยสักนิด’
แต่ยังไม่ทันที่ยอดฝีมือทั้งสองจะได้เจรจาขิงความเหนือชั้นกันต่อ...
"ลูกพี่คราบ! ช่วยด้วยยยยย! ไฟไหม้ก้นข้าแล้ววว!"
เสียงโวยวายแหลมสูงทำลายบรรยากาศตึงเครียดระดับสามภพพังทลายลงในพริบตา! **เสี่ยวเป่า** เซียนจิ้งจอกในร่างมนุษย์ วิ่งกระเจิงออกมาจากพุ่มไม้หนา ในสภาพที่ไฟจากคาถาของชิงเกอดันปลิวไปติดหางฟูๆ ของเขาเข้าอย่างจัง ส่วนข้างหลังมี **ต้าหนิว** ชายร่างยักษ์สมองทึบวิ่งถือถังน้ำใบโตตามมาติดๆ
"เสี่ยวเป่า! เจ้าอยู่นิ่งๆ สิ ข้าจะสาดน้ำแล้วนะ!" ต้าหนิวตะโกนลั่น
"อย่าเพิ่งสาด! ในถังนั้นมันน้ำมันมวยที่เจ้าเอาไว้ทาแก้ปวดเมื่อยไม่ใช่เร้ออออ!"
พรึ่บ!!
"อ๊ากกกกตูมมม!"
สองคู่หูตัวป่วนสะดุดขากันเอง ล้มคะมำกลิ้งหลุนๆ เข้ามาขัดจังหวะตรงกลางระหว่างเฟิ่งชิงเกอและมหาเทพหรงเหยียนพอดี ส่งผลให้ไฟ แฟลช และควันฟุ้งกระจายอบอวล ศัตรูที่เหลือรอดพากันอาศัยจังหวะนรกนี้หนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศละทาง
ชิงเกอมองซากความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนจะหันไปสบตากับหรงเหยียนที่มุมปากกระตุกเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี
**การร่วมเดินทางระดับมหากาพย์... ที่ผสมผสานระหว่างความเก่งกาจระดับสะเทือนฟ้าดิน และความบ้าบอระดับสวรรค์ล่ม ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!**
