"สารวัตรเสือ" นายตำรวจหนุ่มที่ปัจจุบันเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเต็มตัว ซึ่งเขาพาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมาอยู่บ้านเกิดเมืองนอนที่บ้านหนองอุ่มได้สองปีแล้ว
แต่ใครเล่าจะรู้ว่า "น้องปั้นหรือเด็กชายกำปั้น" นั้นติดใจตำส้มข้างวัดเป็นอย่างมาก ถึงขั้นบอกคนเป็นพ่อว่าขอลงรถรับส่งที่หน้าร้านของ "อาปูน" ทุกวันเลยได้ไหม แน่นอนว่าสารวัตรเสือก็อนุญาต เพราะตัวเขาเองก็อยากไปเจอหน้าพ่อค้าส้มตำทุกวันเหมือนกัน ...
ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองที่มีเด็กน้อยเป็นตัวเชื่อม จะสามารถพัฒนาไปไกลได้แค่ไหนก็ไม่อาจทราบได้
เพราะปัจจุบันยังไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำว่าทำไมนายตำรวจหนุ่มผู้ที่เพียบพร้อมขนาดนี้ถึงได้กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวและหอบลูกกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด
บ้างก็ว่าถูกเมียทิ้ง
บ้างก็ว่าทิ้งเมีย
บ้างก็ว่าทะเลาะกับเมียเดี๋ยวเธอก็กลับมาง้อ ...
แม้จะมีคำครหามากมายของชาวบ้านเมื่อเห็นว่านายตำรวจหนุ่มนั้นคอยขายขนมจีบให้พ่อค้าส้มตำทุกวัน แต่ท้ายที่สุดแล้วชายหนุ่มผู้ที่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองราวกับไม้บรรทัดก็เลือกเดินหน้าทำตามใจบอกอยู่ดี
ซึ่งสารวัตรเสือก็ได้แต่หวังว่าเปียกปูนจะยอมเปิดใจให้พ่อม่ายอย่างเขาในสักวัน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ....
"อาปูนจ๋า.. พ่อเสือเอ้ย! น้องปั้นสิโทรมาชวนไปกินต้มส้มปลาข่ออยู่บ้านจ้ะ"
"อาปูนจ๋า... พ่อเสือเอ้ย! น้องปั้นสิโทรมาชวนไปงานวัดจ้ะ"
"อาปูนจ๋า... พ่อเสือเอ้ย! น้องปั้น.."
"อาปูนจ๋า... พ่อเสือเอ้ย! น้องปั้น..."
"อาปูนจ๋า... พ่อเสือให้เอ้ย! น้องปั้น...."
เอ้ย! ... เอ้ย!
