เจ้าชายในกรงเกียร์ (The Prince in Gear’s Cage)
นักเขียน: One of นักวาด: NUMO

Y

เจ้าชายในกรงเกียร์ (The Prince in Gear’s Cage)

เจ้าชายในกรงเกียร์ (The Prince in Gear’s Cage)

นักเขียน: One of นักวาด: NUMO

Y

3
ตอน
253
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
18
เพิ่มลงคลัง
คำเตือนเนื้อหา
คำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องอาจมีการสปอยล์ถึงเนื้อเรื่องหลัก
​"ฉัน... ฉันไม่ได้อยาก..." ซัลมานปฏิเสธเสียงสั่นเครือ ทั้งที่ส่วนกลางลำตัวสั่นระริกชี้หน้าอีกฝ่าย​"ปากแข็ง"

เจ้าชายในกรงเกียร์

 

The Prince in Gear's Cage

 

⚠️ คำเตือน

 

เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

 

นิยายเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชายรักชาย (Y/BL) ฉากอีโรติก ภาษาที่รุนแรง และสถานการณ์ที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้อ่านบางกลุ่ม หากคุณรู้สึกไม่สบายใจกับเนื้อหาดังกล่าว กรุณางดอ่าน ผู้เขียนไม่มีเจตนาส่งเสริมหรือสนับสนุนพฤติกรรมใด ๆ ในชีวิตจริง เนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการสร้างสรรค์เท่านั้น

 

🔒 คำเตือนลิขสิทธิ์

 

© สงวนลิขสิทธิ์โดย One of สายหมอก

 

ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ซ้ำ หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของงานชิ้นนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย หากพบการละเมิดกรุณาแจ้งผู้เขียนโดยตรง

 

👤 ประวัติตัวละคร

 

🔧 พระเอก — กิร์ ธีรวิชญ์ ศิลเจริญกาล

 

ชื่อเล่น กิร์ — อายุ 22 ปี — ส่วนสูง 182 ซม. — น้ำหนัก 74 กก.

 

นักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล

 

รูปลักษณ์ :

 

ผิวสองสีอมทอง ผมดำหยักเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มักเปล่งประกายฉลาด ร่างกายกำยำแน่น สร้างมาจากการซ้อมมวยและแบกโปรเจกต์วิศวะมาตลอดสี่ปี มือใหญ่และหยาบกร้านจากการทำงานในโรงงาน แต่นิ้วแม่นยำราวกับถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและ… สัมผัส

 

นิสัย :

 

เย็นชาคมคาย พูดน้อยแต่ทุกคำมีน้ำหนัก เชื่อในตรรกะและเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ไม่เคยก้มหัวให้ใครแม้เงินจะตึง ซ่อนความอ่อนโยนไว้ใต้เกราะเหล็กที่ตีขึ้นด้วยมือตัวเอง เกลียดการถูกดูถูก แต่เกลียดการแสดงออกมากกว่า ยิ้มยาก แต่เมื่อยิ้ม คนตรงหน้าหัวใจสั่น

 

👑 นายเอก — ซัลมาน บิน ราชิด อัล-มาซรูอี

 

ชื่อเล่น ซาล — อายุ 29 ปี — ส่วนสูง 188 ซม. — น้ำหนัก 85 กก.

 

เจ้าชายลำดับที่ 3 แห่งราชวงศ์อัล-มาซรูอี (ปัจจุบันถูกถอดพระยศชั่วคราว)

 

รูปลักษณ์ :

 

ผิวสีน้ำผึ้งเข้ม ดวงตาสีเทาอมเขียวที่หาได้ยากในสายเลือดอาหรับ มรดกจากพระมารดาชาวตุรกี ผมดำหยักธรรมชาติทรงเรียบร้อยเสมอ กรามคมเส้นโครงหน้าราวกับแกะสลักจากหิน ร่างสูงใหญ่ที่ยังคงความสง่าแม้อาณาจักรจะพังทลาย ช่วงบนของลำตัวยังคงทรงพลังและกว้างผึ่งผาย แต่ขาทั้งสองข้างนั้นสูญเสียการเคลื่อนไหวไปตั้งแต่สามปีก่อน เมื่อครั้งที่มีคนพยายามลอบสังหารเขากลางถนนในกรุงอาบูดาบี กระสุนนัดที่พลาดหัวใจไปเพียงนิ้วเดียว กลับเฉือนไขสันหลังจนขาดความรู้สึกตั้งแต่เอวลงไป รถเข็นที่เขานั่งอยู่นั้นทำจากโลหะดำเรียบ ดูแพงและแข็งแกร่ง เหมือนตัวเขาเอง

 

นิสัย :

 

หยิ่งผยองและเย็นเยียบ เคยชินกับการสั่งและได้รับการเชื่อฟัง อัตตาสูงจนเกือบบดบังสติปัญญาที่แท้จริง ความพิการไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลงแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งทำให้เขาอันตรายขึ้น เพราะเขาพิสูจน์ต่อตัวเองทุกวันว่าไม่ต้องการความเวทนาจากใคร เกลียดการถูกมองด้วยสายตาสงสาร และจะตอบโต้ทันทีหากใครกล้าแสดงออก ในใจลึก ๆ รู้ว่าตัวเองตกต่ำ แต่ไม่มีวันยอมรับต่อหน้าใคร โดยเฉพาะต่อหน้าเด็กอายุยี่สิบสองที่กลายมาเป็น "เจ้าของ" ของเขา รักศักดิ์ศรีมากกว่าชีวิต แต่ชะตากรรมกำลังจะพิสูจน์ว่านั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา

 

📖 อารัมภบท

 

มีคำพูดหนึ่งที่ซัลมานได้ยินมาตั้งแต่วันที่เขาเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า "ราชวงศ์"

 

"เลือดของเจ้าชายไม่เคยไหลลง มันไหลออกไปปกครอง"

 

พระบิดาบอกไว้เช่นนั้น ขณะที่นิ้วพระหัตถ์เคาะบนพนักราชบัลลังก์ทองคำ สายพระเนตรเปรียบดั่งทะเลทรายที่ไม่เคยรู้จักเมฆ และซัลมานในวัยสิบขวบก็เชื่อ เชื่อทุกคำ ทุกอักษร ทุกลมหายใจที่พระบิดาปล่อยออกมา

 

แต่นั่นก่อนที่พระบิดาจะสิ้นพระชนม์

 

ก่อนที่พระอนุชาจะยึดบัลลังก์

 

ก่อนที่กระสุนนัดหนึ่งในคืนที่ดาวเต็มฟ้าจะพรากทุกอย่างไปจากเขา ไม่ใช่แค่ราชบัลลังก์ แต่รวมถึงการยืนด้วยขาของตัวเอง

 

ก่อนที่ทุกอย่างที่ซัลมานเชื่อว่าเป็นของเขา จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในมือที่เปล่าเปลือย

 

ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้า นั่งอยู่บนรถเข็นโลหะดำกลางสนามบินสุวรรณภูมิท่ามกลางกลิ่นอากาศที่ร้อนและแปลกปลอม กระเป๋าใบเดียวอยู่บนตัก และในกระเป๋าใบนั้นมีเพียงหนังสือเดินทาง เงินสดก้อนสุดท้ายก่อนที่บัญชีจะถูกอายัด และสัญญาที่เขาเซ็นชื่อลงไปด้วยมือที่ไม่เคยสั่นมาก่อนในชีวิต

 

สัญญาแต่งงาน

 

กับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์อายุยี่สิบสองปี

 

ซัลมาน บิน ราชิด อัล-มาซรูอี เจ้าชายแห่งราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ที่สืบสายมานับพันปี จะกลายเป็นคู่ชีวิตของเด็กที่อาจยังต้องส่งการบ้านอาจารย์อยู่เลย และที่ทำให้เจ็บปวดกว่านั้น เขาต้องมองขึ้นหาเด็กคนนั้น ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ไม่มีวันลุกขึ้นเองได้

 

เขาจำได้ว่าวันที่อ่านสัญญา มือของเขาบีบกระดาษจนยับ

 

ไม่ใช่เพราะกลัว

 

แต่เพราะโกรธ โกรธชะตาที่เล่นตลกโหดร้ายกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

"นายชื่อ ซาล ใช่มั้ย?"

 

เสียงแรกที่ซัลมานได้ยินจากปากของ กิร์ ธีรวิชญ์ ศิลเจริญกาล ไม่ได้มาพร้อมการโค้งคำนับ ไม่มีน้ำเสียงสุภาพอ่อนน้อม และแน่นอน ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มต้อนรับ

 

มีเพียงเด็กหนุ่มผิวสองสีสวมเสื้อยืดสีเทาและกางเกงขายาวธรรมดา ยืนโน้มพิงรถยนต์สีดำคันงาม แขนไขว้หน้าอก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมาที่เขา ไม่ใช่การจ้องลงมาด้วยความเวทนาที่เห็นรถเข็น ไม่ใช่ความตื่นเต้นที่ได้เห็นเจ้าชาย แต่เป็นการจ้องที่เท่ากัน ตรง และเย็นชา ราวกับว่าเขามองเห็นซัลมานในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่มากไม่น้อยกว่านั้น

 

และนั่นทำให้ซัลมานรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าสายตาสงสารใด ๆ ที่เคยได้รับ

 

"ใช่" ซัลมานตอบด้วยเสียงต่ำ ภาษาไทยสำเนียงหนักแต่ชัด "และนายควรทราบว่าจะพูดกับฉันอย่างไร"

 

กิร์ยกคิ้วข้างเดียว ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วย่อตัวลงเล็กน้อยจนสายตาทั้งสองอยู่ระดับเดียวกัน

 

"ฉันรู้ว่าจะพูดกับคนที่ฉันจ่ายเงินซื้อมายังไง"

 

เงียบ

 

"ขึ้นรถได้เลย… เจ้าชาย"

 

เขาถอยออก เปิดประตูรถที่ดัดแปลงพิเศษสำหรับรถเข็น แล้วรอไม่ได้รอเพื่อช่วย แต่รอเพื่อให้ซัลมานจัดการตัวเองตามที่ต้องการ

 

มีบางอย่างในท่าทีนั้นที่ไม่ใช่ความดูถูก และไม่ใช่ความเวทนา แต่ซัลมานอ่านไม่ออกว่ามันคืออะไร และนั่นทำให้เขาโกรธที่สุด

 

เขาเคลื่อนรถเข็นเข้าไปในรถโดยไม่พูดอีกคำ

 

แต่ในหัว มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ

 

เด็กคนนี้… จะต้องเรียนรู้ว่าฉันคือใคร

 

สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คืออีกฝ่ายก็คิดแบบเดียวกันทุกประการ

 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสงครามที่ไม่มีฝ่ายใดยอมแพ้

 

จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพังทลายลงต่อกัน

 

~ One of สายหมอก ~

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว