เจ้าชายในกรงเกียร์
The Prince in Gear's Cage
⚠️ คำเตือน
เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
นิยายเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชายรักชาย (Y/BL) ฉากอีโรติก ภาษาที่รุนแรง และสถานการณ์ที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้อ่านบางกลุ่ม หากคุณรู้สึกไม่สบายใจกับเนื้อหาดังกล่าว กรุณางดอ่าน ผู้เขียนไม่มีเจตนาส่งเสริมหรือสนับสนุนพฤติกรรมใด ๆ ในชีวิตจริง เนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการสร้างสรรค์เท่านั้น
🔒 คำเตือนลิขสิทธิ์
© สงวนลิขสิทธิ์โดย One of สายหมอก
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ซ้ำ หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของงานชิ้นนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย หากพบการละเมิดกรุณาแจ้งผู้เขียนโดยตรง
👤 ประวัติตัวละคร
🔧 พระเอก — กิร์ ธีรวิชญ์ ศิลเจริญกาล
ชื่อเล่น กิร์ — อายุ 22 ปี — ส่วนสูง 182 ซม. — น้ำหนัก 74 กก.
นักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล
รูปลักษณ์ :
ผิวสองสีอมทอง ผมดำหยักเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มักเปล่งประกายฉลาด ร่างกายกำยำแน่น สร้างมาจากการซ้อมมวยและแบกโปรเจกต์วิศวะมาตลอดสี่ปี มือใหญ่และหยาบกร้านจากการทำงานในโรงงาน แต่นิ้วแม่นยำราวกับถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและ… สัมผัส
นิสัย :
เย็นชาคมคาย พูดน้อยแต่ทุกคำมีน้ำหนัก เชื่อในตรรกะและเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ไม่เคยก้มหัวให้ใครแม้เงินจะตึง ซ่อนความอ่อนโยนไว้ใต้เกราะเหล็กที่ตีขึ้นด้วยมือตัวเอง เกลียดการถูกดูถูก แต่เกลียดการแสดงออกมากกว่า ยิ้มยาก แต่เมื่อยิ้ม คนตรงหน้าหัวใจสั่น
👑 นายเอก — ซัลมาน บิน ราชิด อัล-มาซรูอี
ชื่อเล่น ซาล — อายุ 29 ปี — ส่วนสูง 188 ซม. — น้ำหนัก 85 กก.
เจ้าชายลำดับที่ 3 แห่งราชวงศ์อัล-มาซรูอี (ปัจจุบันถูกถอดพระยศชั่วคราว)
รูปลักษณ์ :
ผิวสีน้ำผึ้งเข้ม ดวงตาสีเทาอมเขียวที่หาได้ยากในสายเลือดอาหรับ มรดกจากพระมารดาชาวตุรกี ผมดำหยักธรรมชาติทรงเรียบร้อยเสมอ กรามคมเส้นโครงหน้าราวกับแกะสลักจากหิน ร่างสูงใหญ่ที่ยังคงความสง่าแม้อาณาจักรจะพังทลาย ช่วงบนของลำตัวยังคงทรงพลังและกว้างผึ่งผาย แต่ขาทั้งสองข้างนั้นสูญเสียการเคลื่อนไหวไปตั้งแต่สามปีก่อน เมื่อครั้งที่มีคนพยายามลอบสังหารเขากลางถนนในกรุงอาบูดาบี กระสุนนัดที่พลาดหัวใจไปเพียงนิ้วเดียว กลับเฉือนไขสันหลังจนขาดความรู้สึกตั้งแต่เอวลงไป รถเข็นที่เขานั่งอยู่นั้นทำจากโลหะดำเรียบ ดูแพงและแข็งแกร่ง เหมือนตัวเขาเอง
นิสัย :
หยิ่งผยองและเย็นเยียบ เคยชินกับการสั่งและได้รับการเชื่อฟัง อัตตาสูงจนเกือบบดบังสติปัญญาที่แท้จริง ความพิการไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลงแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งทำให้เขาอันตรายขึ้น เพราะเขาพิสูจน์ต่อตัวเองทุกวันว่าไม่ต้องการความเวทนาจากใคร เกลียดการถูกมองด้วยสายตาสงสาร และจะตอบโต้ทันทีหากใครกล้าแสดงออก ในใจลึก ๆ รู้ว่าตัวเองตกต่ำ แต่ไม่มีวันยอมรับต่อหน้าใคร โดยเฉพาะต่อหน้าเด็กอายุยี่สิบสองที่กลายมาเป็น "เจ้าของ" ของเขา รักศักดิ์ศรีมากกว่าชีวิต แต่ชะตากรรมกำลังจะพิสูจน์ว่านั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา
📖 อารัมภบท
มีคำพูดหนึ่งที่ซัลมานได้ยินมาตั้งแต่วันที่เขาเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า "ราชวงศ์"
"เลือดของเจ้าชายไม่เคยไหลลง มันไหลออกไปปกครอง"
พระบิดาบอกไว้เช่นนั้น ขณะที่นิ้วพระหัตถ์เคาะบนพนักราชบัลลังก์ทองคำ สายพระเนตรเปรียบดั่งทะเลทรายที่ไม่เคยรู้จักเมฆ และซัลมานในวัยสิบขวบก็เชื่อ เชื่อทุกคำ ทุกอักษร ทุกลมหายใจที่พระบิดาปล่อยออกมา
แต่นั่นก่อนที่พระบิดาจะสิ้นพระชนม์
ก่อนที่พระอนุชาจะยึดบัลลังก์
ก่อนที่กระสุนนัดหนึ่งในคืนที่ดาวเต็มฟ้าจะพรากทุกอย่างไปจากเขา ไม่ใช่แค่ราชบัลลังก์ แต่รวมถึงการยืนด้วยขาของตัวเอง
ก่อนที่ทุกอย่างที่ซัลมานเชื่อว่าเป็นของเขา จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในมือที่เปล่าเปลือย
ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้า นั่งอยู่บนรถเข็นโลหะดำกลางสนามบินสุวรรณภูมิท่ามกลางกลิ่นอากาศที่ร้อนและแปลกปลอม กระเป๋าใบเดียวอยู่บนตัก และในกระเป๋าใบนั้นมีเพียงหนังสือเดินทาง เงินสดก้อนสุดท้ายก่อนที่บัญชีจะถูกอายัด และสัญญาที่เขาเซ็นชื่อลงไปด้วยมือที่ไม่เคยสั่นมาก่อนในชีวิต
สัญญาแต่งงาน
กับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์อายุยี่สิบสองปี
ซัลมาน บิน ราชิด อัล-มาซรูอี เจ้าชายแห่งราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ที่สืบสายมานับพันปี จะกลายเป็นคู่ชีวิตของเด็กที่อาจยังต้องส่งการบ้านอาจารย์อยู่เลย และที่ทำให้เจ็บปวดกว่านั้น เขาต้องมองขึ้นหาเด็กคนนั้น ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ไม่มีวันลุกขึ้นเองได้
เขาจำได้ว่าวันที่อ่านสัญญา มือของเขาบีบกระดาษจนยับ
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะโกรธ โกรธชะตาที่เล่นตลกโหดร้ายกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"นายชื่อ ซาล ใช่มั้ย?"
เสียงแรกที่ซัลมานได้ยินจากปากของ กิร์ ธีรวิชญ์ ศิลเจริญกาล ไม่ได้มาพร้อมการโค้งคำนับ ไม่มีน้ำเสียงสุภาพอ่อนน้อม และแน่นอน ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มต้อนรับ
มีเพียงเด็กหนุ่มผิวสองสีสวมเสื้อยืดสีเทาและกางเกงขายาวธรรมดา ยืนโน้มพิงรถยนต์สีดำคันงาม แขนไขว้หน้าอก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมาที่เขา ไม่ใช่การจ้องลงมาด้วยความเวทนาที่เห็นรถเข็น ไม่ใช่ความตื่นเต้นที่ได้เห็นเจ้าชาย แต่เป็นการจ้องที่เท่ากัน ตรง และเย็นชา ราวกับว่าเขามองเห็นซัลมานในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่มากไม่น้อยกว่านั้น
และนั่นทำให้ซัลมานรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าสายตาสงสารใด ๆ ที่เคยได้รับ
"ใช่" ซัลมานตอบด้วยเสียงต่ำ ภาษาไทยสำเนียงหนักแต่ชัด "และนายควรทราบว่าจะพูดกับฉันอย่างไร"
กิร์ยกคิ้วข้างเดียว ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วย่อตัวลงเล็กน้อยจนสายตาทั้งสองอยู่ระดับเดียวกัน
"ฉันรู้ว่าจะพูดกับคนที่ฉันจ่ายเงินซื้อมายังไง"
เงียบ
"ขึ้นรถได้เลย… เจ้าชาย"
เขาถอยออก เปิดประตูรถที่ดัดแปลงพิเศษสำหรับรถเข็น แล้วรอไม่ได้รอเพื่อช่วย แต่รอเพื่อให้ซัลมานจัดการตัวเองตามที่ต้องการ
มีบางอย่างในท่าทีนั้นที่ไม่ใช่ความดูถูก และไม่ใช่ความเวทนา แต่ซัลมานอ่านไม่ออกว่ามันคืออะไร และนั่นทำให้เขาโกรธที่สุด
เขาเคลื่อนรถเข็นเข้าไปในรถโดยไม่พูดอีกคำ
แต่ในหัว มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ
เด็กคนนี้… จะต้องเรียนรู้ว่าฉันคือใคร
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คืออีกฝ่ายก็คิดแบบเดียวกันทุกประการ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสงครามที่ไม่มีฝ่ายใดยอมแพ้
จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพังทลายลงต่อกัน
~ One of สายหมอก ~
