ไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
หน้าศาลสูงอากาศร้อนไปด้วยเปลวแดด ท้องฟ้าสีครามไม่มีเมฆสักก้อน แต่อากาศร้อนถึงขนาดนั้นก็ไม่ทำให้ฝูงนักข่าวที่มารอสัมภาษณ์ทนายจำเลยชื่อดังท้อถอยไปได้
แมทธิว เวสต์ เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยใบหน้าหล่อเหลาแต่เรียบเฉย หลังศาลตัดสินให้แอนโทนี่ ลูกความมาเฟียอิตาลีของเขา แพ้คดีกรรโชกทรัพย์และตั้งตนเป็นมาเฟีย
แมทธิวเดินผ่านสายตาอาฆาตจากบรรดาพี่น้องของแอนโทนี่ออกจากห้องพิจารณาคดีไปแบบมึนๆ หลังจากนี้เขาคงต้องงดเข้าร้านอาหารอิตาลีสักพักใหญ่ๆ เพราะถ้าเข้าไปอาจจะไม่ได้กินแค่อาหาร อาจมีจานหลักเป็นรองเท้าหรือขนมหวานเป็นลูกปืนตบท้ายมาให้อิ่มท้องนานขึ้นกว่าเดิม มันช่วยไม่ได้ที่ต้องงดกินของโปรดสักพัก เพราะแอนโทนี่เป็นเจ้าของร้านอาหารอิตาลีชื่อดังที่สุดในฟลอริดา ดังจนสามารถเปิดร้านให้ญาติพี่น้องช่วยกันบริหารอีกกว่าสิบสาขา
แน่นอนคนอิตาลีรักพี่น้องพอๆ กับรักการทำอาหาร ใครทำพี่น้องคนอิตาลีเจ็บต้องเจ็บกว่า และตอนนี้เขาน่าจะเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะมื้อค่ำของคนอิตาลีครึ่งฟลอริดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“คุณเวสต์จะกลับออฟฟิศเลยไหมครับ”
ไมค์ โรดิเกรส ผู้ช่วยทนายหนุ่มบราซิลกล้ามแน่น ผมใส่เจลจนเรียบกริบ รับแฟ้มคดีจากเจ้านายมาถือไว้
“ก็ดีเหมือนกันนะคุณโรดิเกรส ฉันว่าจะกลับไปตั้งหลักสักหน่อย”
แมทธิวหยุดยืนหน้ากระจกบานสูงริมผนังก่อนถึงหน้าประตูศาล เขาขยับเนกไทให้เข้าที่แล้วดึงเสื้อสูทแบรนด์ดังให้กระชับตัว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเรียบเฉยเมื่อมองตัวเองในกระจก
“ไปกันเถอะไมค์ ฝูงแร้งรอจิกซากความพ่ายแพ้ของเราอยู่หน้าประตูศาลแล้ว”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากแล้วเดินก้าวขายาวๆ ไปที่หน้าประตู และเมื่อพ้นประตูศาล ฝูงนักข่าวที่รออยู่หน้าบันไดก็กรูเข้ามา เบียดเสียดกันเพื่อยื่นไมคของช่องตัวเองมาจ่อให้ใกล้ที่สุดจนแทบจะทิ่มปากเขา กล้องโทรทัศน์ถูกยกขึ้นพร้อมๆ กันแล้วทุกตัวก็จ่อมาที่หน้าเขา
“คุณเวสต์คิดยังไงกับการตัดสินของลูกขุนครับ” นักข่าวจากโทรทัศน์ช่องดังตะโกนผ่านหัวใครหลายคน
“คุณเวสต์คิดว่าการตัดสินในวันนี้จะทำให้ปัญหาการชิงพื้นที่ของมาเฟียอิตาลีกับมาเฟียรัสเซียรุนแรงขึ้นไหมคะ”
“ขอทางหน่อยครับ คุณเวสต์ไม่มีอะไรจะพูด ทุกอย่างเป็นไปตามที่ศาลตัดสิน เราจะไม่ละเมิดอำนาจศาล” ไมค์ดันนักข่าวที่ยืนออปิดทางอยู่ออกอย่างยากลำบาก
แมทธิวได้แต่อมยิ้มแล้วเดินแหวกฝูงนักข่าวลงมาจากบันได ก่อนพุ่งตรงไปที่รถออดี้เอสแปดสีดำสนิทที่คนขับรถจอดรออยู่ริมบาทวิถี และเมื่อเขาปิดประตูรถ ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง
“ไมค์ เดี๋ยวถึงออฟฟิศแล้วสั่งพิซซามาเลี้ยงทุกคนนะ กินกันให้จุกตายไปเลย”
ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไป แมทธิวมองชื่อบนหน้าจอแล้วยิ้มมุมปาก
“ไงเพื่อน แพ้ได้ไงวะ ไม่สมกับเป็นคุณเวสต์เลย”
เสียงจากปลายสายทำเอาเขาอยากต่อยหน้าไอ้เพื่อนรักสักหมัด ระบายแค้นในอกให้มันเบาลงบ้าง
“แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดานะไอ้คุณเดวิด” แมทธิวมองสาวๆ ที่สวมชุดบิกินีเดินอยู่บนถนนเลียบชายหาดด้วยสายตาว่างเปล่า
“ไหนว่าลูกขุนเอนมาทางนาย หรือมีใครเล่นตุกติก” เดวิดยกแก้วเครื่องดื่มสีฟ้าใสขึ้นจิบอย่างสบายๆ
“ลูกขุนก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปใส่ใจเลย เจอน้ำตาเข้าหน่อยก็เอนแล้ว ดรามากันทั้งนั้น”
“ทำไมพูดเหมือนยอมรับความพ่ายแพ้อย่างนั้นวะแมท”
“นายลืมไปหรือเปล่าว่างานของฉันคือยืนอยู่ข้างฝ่ายแพ้อยู่แล้วเพื่อน แค่นี้ก่อนนะเดฟ คืนนี้เจอกันที่ร้านเดิม”
แมทธิววางสายเพื่อนรักแล้วถอนหายใจเบาๆ เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถคันหรู เห็นสาวๆ สวมบิกินีเดินเต็มหาด ใช่...มหาวิทยาลัยปิดเทอมใหญ่แล้ว หาดไมอามีก็จะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง เต็มไปด้วยหนุ่มหล่อและสาวสวยที่เดินอวดหุ่นกันว่อนไปทั้งหาด แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือคดีข่มขืน ชิงทรัพย์ ทะเลาะวิวาท หึงหวง ฆ่ากันตาย จนคิวว่าความคดีเฮงซวยพวกนี้ของเขาแน่นไปถึงสิ้นปีเลย
แต่นั่นก็ทำเงินให้สำนักงานทนายความของเขาเป็นกอบเป็นกำจากการเป็นทนายจำเลย เขาไม่ได้คิดปกป้องคนผิดให้ลอยนวล แต่คิดสูบเงินจากคนผิดที่อยากหลุดคดีต่างหาก ไม่มีใครอยากติดคุก โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งพ่อแม่ทุ่มเงินไม่อั้นให้เขาสู้ตายเพื่อลูกจะได้ไม่มีประวัติติดตัว
‘แพ้ก็รวย ชนะยิ่งรวยกว่า’ คือนโยบายของเขา ซึ่งทนายทุกคนในบริษัทต้องจำใส่ใจไว้ให้ดี ผิดจากนี้คือทำงานด้วยกันไม่ได้ ทนายของเขาต้องฉลาด ปลิ้นปล้อน กะล่อน และดรามาชนิดที่ฮอลลีวูดต้องเรียกตัวไปแคสติง แอกติงยามอยู่หน้าบัลลังก์ต้องมาเต็ม ยิ่งลูกขุนเป็นพวกดรามายิ่งต้องจัดให้หนัก เกรี้ยวกราดเพื่อชักจูง ร้องไห้เหมือนลูกความเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็ต้องทำ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าลูกความตัวเองผิด แต่เพื่อเงินต้องทำให้ได้
แมทธิวไม่สนใจชื่อเสียงด้านลบ หรือถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามจากฝ่ายโจทก์ว่ากำลังปกป้องคนเลว เขาก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเอง สู้กันตามพยานหลักฐานที่มี แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็ถือว่ากำไร ถ้าเขาสืบแล้วลูกความของตนเป็นฝ่ายถูกจะสู้เต็มที่ เขาจะไม่ยอมให้คนดีต้องติดคุกโดยไม่ได้ทำความผิด
กรุงเทพฯ ประเทศไทย
เมษามาถึงบ้านเกือบสามทุ่ม หลังจากประชุมเรื่องคดีล่อซื้อโคเคนเสร็จ เธอจอดรถแล้วเดินไปปิดประตูรั้วบ้าน ลากร่างหิวโซขึ้นไปอาบน้ำที่ชั้นบน ก่อนลงมาที่ครัว เปิดตู้เย็นแล้วคุ้ยหาของกินที่น่าจะมีอะไรเหลืออยู่บ้าง ตอนนี้เธอหิว และพร้อมที่จะหลับได้ทุกนาที สุดท้ายเมื่อในตู้เย็นไม่มีอะไรนอกจากโยเกิร์ตหมดอายุกับน้ำเปล่า เธอจึงเสียบปลั๊กกาต้มน้ำไฟฟ้าแล้วหยิบโจ๊กคัปมาแกะแบบเซ็งๆ
“ถ้าเจ้ธันวาอยู่คงได้กินอะไรดีๆ กว่านี้”
เมษาบ่นเบาๆ เมื่อคิดถึงพี่ชายตัวแสบที่เห็นแก่การมีผัว เลยกล้าทิ้งน้องสาวไว้คนเดียว แล้วหนีไปแต่งงานมีผัวฝรั่งเป็นตัวเป็นตนที่เยอรมนี แถมตอนนี้ยังเปิดร้านเบเกอรีเล็กๆ ด้วยกันอีก ในขณะที่เธออายุจะแตะเลขสามในอีกเดือนสองเดือนยังไม่เห็นแม้แต่ปลายผมของเนื้อคู่มาปรากฏให้เห็น
เสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน เมษารีบถอดปลั๊กกาต้มน้ำไฟฟ้าแล้วเดินไปหยิบปืนที่ซ่อนเอาไว้ในลิ้นชักในครัว ตอนนี้เธอต้องระวังตัวทุกนาที ตั้งแต่เธอไปถล่มงานปาร์ตี้ยาไอซ์ของลูกชายนักการเมืองชื่อดังจนลงหนังสือพิมพ์อยู่สองสัปดาห์ หญิงสาวจึงกลายเป็นบุคคลที่น่าจะได้กินบุฟเฟต์ลูกตะกั่วฟรีแบบไม่อั้นจากไอ้ตัวพ่อที่เป็นนักการเมืองชื่อดัง
“ไอซ์ นี่อาเอง” เสียงคุ้นหูดังขึ้นที่หน้าประตู
เมษารีบเปิดประตูเมื่อคนที่มาคือพันตำรวจตรีมาโนช ผู้เป็นนายและอาแท้ๆ ของเธอเอง
“คุณอามีอะไรด่วนหรือคะ” หญิงสาวปลดเซฟตีปืนในมือทันที
“ฉันมีเรื่องด่วน รอไม่ได้ ไอซ์รีบไปเก็บของเดี๋ยวนี้ ฉันซื้อตั๋วไปเยอรมันให้แกแล้ว เครื่องออกตีหนึ่ง” ผู้การมาโนชส่งตั๋วเครื่องบินให้เมษา
“ทำไมคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมไอซ์ต้องไปเยอรมันตอนนี้”
“มันจะให้มือปืนรับจ้างเล่นแกตอนรุ่งเช้า ตอนนี้ลูกน้องอากำลังหาตัวมือปืนอยู่ ไอซ์เชื่ออา หลบไปเยอรมันสักพัก แล้วอาจะส่งข่าวไปถ้าสถานการณ์มันดีกว่านี้ รีบไปเก็บของ เอาที่จำเป็นพอ”
“แต่...” เมษามองตั๋วเครื่องบินในมือแล้วไม่เข้าใจ
“ไอซ์ นี่เป็นคำสั่ง! หลบไปก่อน เก็บเนื้อเก็บตัวให้ดี ไปอยู่เงียบๆ กับไอ้ธันวาสักพัก ที่นี่อันตรายเกินไป ฉันปล่อยให้แกอยู่คนเดียวไม่ได้ เข้าใจไหม!”
“ค่ะ” เมื่อผู้เป็นนาย ครู และอาแท้ๆ พูดเสียงแข็ง เมษาจึงพยักหน้าแล้ววิ่งขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บเอกสารและของจำเป็นลงกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ไม่ถึงสิบห้านาทีเธอก็พร้อมเดินทางที่ไม่รู้วันกลับแล้ว
ผู้การมาโนชยื่นซองเอกสารสีขาวประทับตราสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เธอ
“นี่เป็นเอกสารลับที่สถานทูตเยอรมันออกให้ใช้แทนวีซา แกถือเอกสารนี้ไปยื่นที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองเยอรมัน ตอนนี้เลขพาสปอร์ตกับชื่อแกเข้าระบบของเขาแล้ว ไม่ต้องห่วงบ้าน เดี๋ยวฉันจะมาดูให้แกเอง”
เมษาพยักหน้าแล้วเดินตามมาโนชออกจากบ้านไปขึ้นรถตำรวจที่จอดรออยู่
“ฉันจะไปส่งที่สนามบิน”
“ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวส่งกุญแจบ้านให้เขาแล้วถอนหายใจเบาๆ
“คิดซะว่าไปพักร้อนก็แล้วกันนะไอซ์”
ผู้การมาโนชให้ลูกน้องออกรถทันที เขาจะไม่ยอมเสี่ยงอีกแล้ว เมษาเป็นหลานสาวคนเดียวของเขา ไม่นับธันวาที่เกิดมาเป็นหลานชาย แต่ขอเปลี่ยนเป็นหลานสาวเอาตอนหลัง เขาเสีย ‘พี่มนัส’ ไปเพราะคดีเกี่ยวกับนักการเมืองคนหนึ่ง และจะไม่ยอมเสียหลานสาวไปอีกคน
เขารู้อยู่แล้วว่าสองพ่อลูกนี่ต้องเอาคืนเธอแน่ เพราะการบุกจับคราวนี้ได้หลักฐานเป็นของกลางวางเกลื่อน ไอ้ตัวลูกยังเมายาไม่มีสติอยู่เลย นักข่าวตามไปถ่ายรูปมือเป็นระวิง เพราะคนที่ร่วมงานปาร์ตี้ยาครั้งนี้มีแต่ลูกไฮโซทั้งนั้น ชื่อร้อยตำรวจเอกเมษา รังสิยาพัฒน์ ดังกระฉ่อนในคืนเดียว เนื่องจากสื่อเล่นข่าวนี้อย่างหนัก และนั่นทำให้หลานของเขามีอันตราย
......................................................................
พักร้อน...ซ่อนกลรัก (สนพ.sugarbeat) วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไป ราคา 240 บาท
ebook ที่ mebmarket ราคา 195 บาท
