ทะเบียนรักซ่อนปรารถนา
พระเอก: ธาม อัครเดช อายุ 36 ปี
นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการบ้านหรูและโรงแรมบูติกหลายแห่ง สุขุม เงียบขรึม พูดน้อย แต่คำไหนคำนั้น เขาไม่ใช่ผู้ชายหวาน ไม่ถนัดง้อ ไม่ถนัดอธิบายความรู้สึก แต่เป็นคนจำรายละเอียดของคนที่ใส่ใจได้ทุกอย่าง
นางเอก: มิลิน วราริน อายุ 25 ปี
ดีไซเนอร์สาว เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเล็ก ๆ สวยหวาน ดื้อเงียบ ภายนอกดูนุ่มนิ่ม แต่จริง ๆ มีศักดิ์ศรีสูง ไม่ชอบถูกบังคับ เธอยอมแต่งงานกับธามเพื่อพยุงธุรกิจของครอบครัว แต่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมเป็น “เมียจริง” ของเขาง่าย ๆ
เจ้าสาวในนาม
เสียงปากกาขีดลงบนกระดาษดังเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบในห้องรับรองของโรงแรมหรู
มิลิน วราริน มองชื่อตัวเองบนเอกสารด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกว่าทุกครั้ง
ลายเซ็นของเธออยู่ตรงนั้น ชัดเจน สวยงาม เรียบร้อย เหมือนคนเซ็นยอมรับทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ทั้งที่ความจริงแล้วปลายนิ้วของเธอยังเย็นเฉียบ และหัวใจยังสั่นอยู่ลึก ๆ
ข้อตกลงทางธุรกิจ
การช่วยเหลือบริษัทของพ่อ
การแต่งงานที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดีที่สุด
ทะเบียนสมรสที่มีชื่อเธอกับผู้ชายคนหนึ่งผูกติดกันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่เธอจะตั้งตัวทัน
มิลินเคยคิดว่าการแต่งงานควรเกิดจากความรัก เกิดจากการเลือกใครสักคนด้วยหัวใจ ไม่ใช่เกิดจากตัวเลขหนี้สิน ตารางประชุม และสายตาเหนื่อยล้าของพ่อที่นั่งกุมมือเธอแล้วพูดว่า “ช่วยบ้านเราสักครั้งได้ไหมลูก”
เธอไม่ได้อยากเป็นคนเสียสละที่ดีขนาดนั้น
แต่เธอก็ใจแข็งไม่พอจะมองครอบครัวตัวเองล้มลงต่อหน้าต่อตา
“เรียบร้อยแล้วครับ”
เสียงของทนายดังขึ้นอย่างสุภาพ มิลินจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
อีกฝั่งของโต๊ะ ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
ธาม อัครเดช
สามีของเธอ
คำว่าสามีทำให้หัวใจเธอกระตุกอย่างประหลาด ทั้งที่ชายตรงหน้าแทบไม่เหมือนสามีในฝันของหญิงสาวคนไหนเลย เขาไม่ยิ้มหวาน ไม่พูดเอาใจ ไม่ทำท่าตื่นเต้นกับการแต่งงานครั้งนี้แม้แต่น้อย ใบหน้าคมเข้มของเขาสงบนิ่ง ดวงตาลึกอ่านยาก เหมือนผู้ชายที่สามารถควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รวมถึงสถานการณ์ตรงหน้านี้ด้วย
เขาเซ็นเอกสารเสร็จก่อนเธอด้วยซ้ำ มือใหญ่จับปากกาอย่างมั่นคง ไม่มีลังเล ไม่มีสั่น ไม่มีรอยไหวใด ๆ
ต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง
“ตั้งแต่วันนี้ คุณมิลินจะย้ายไปอยู่บ้านคุณธามนะครับ” ทนายกล่าวต่อ “ตามที่ทั้งสองครอบครัวตกลงกันไว้”
มิลินเม้มริมฝีปากแน่น
ทั้งสองครอบครัวตกลงกันไว้
ใช่ ทุกคนตกลงกันไว้หมดแล้ว เหลือแค่เธอที่เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังถูกชีวิตผลักเข้าไปอยู่ในบทบาทภรรยาของผู้ชายแปลกหน้า
แม้จะไม่ใช่คนแปลกหน้าเสียทีเดียว
เธอรู้จักธามในฐานะนักธุรกิจรุ่นพี่ที่พ่อของเธอเคารพมาก เขาเป็นผู้ชายที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่มาก เป็นคนเงียบ สุขุม และดูมีอำนาจโดยไม่ต้องขึ้นเสียง เขาเคยมาที่บ้านเธอสองสามครั้งในฐานะแขกของพ่อ แต่ทุกครั้งเธอแทบไม่เคยพูดกับเขาเกินสามประโยค
และวันนี้เขากลายเป็นสามีของเธอ
ตลกร้ายสิ้นดี
หลังผู้ใหญ่และทนายทยอยออกจากห้องไป บรรยากาศก็เงียบลงจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศชัดเจน
มิลินนั่งหลังตรง มือประสานกันบนตัก พยายามทำเหมือนตัวเองเข้มแข็ง ทั้งที่ความรู้สึกข้างในยุ่งเหยิงไปหมด
ธามยังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้รีบลุก ไม่ได้รีบพูด เพียงมองเธอด้วยสายตานิ่งลึก
สายตาของเขาไม่ได้กดดัน แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุไปถึงความหวั่นไหวข้างใน
“คุณไม่จำเป็นต้องฝืนทำตัวเหมือนพอใจ” เขาพูดขึ้นในที่สุด
เสียงของเขาทุ้ม ต่ำ และหนักแน่น
มิลินช้อนตามองทันที “ฉันไม่ได้ฝืนค่ะ”
“งั้นก็แปลว่าคุณพอใจ?”
เธอเงียบไป
ธามมองเธอนิ่ง ๆ มุมปากขยับนิดเดียว คล้ายไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ใช่สีหน้าเย็นชาเสียทีเดียว
“ไม่ต้องตอบก็ได้”
มิลินสูดลมหายใจเข้าลึก “คุณธามคะ ฉันขอพูดตรง ๆ ได้ไหมคะ”
“พูดได้”
“การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะข้อตกลงระหว่างครอบครัว ฉันขอบคุณที่คุณช่วยบริษัทของพ่อ แต่ฉันยังไม่พร้อมจะเป็นภรรยาของคุณในแบบที่…” เธอหยุดไปเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนขึ้น “ในแบบนั้น”
ธามไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า
เขาเพียงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ดวงตาคมยังจับอยู่ที่ใบหน้าเธอ
“ในแบบไหน”
มิลินหน้าร้อนกว่าเดิมทันที
เขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร แต่ยังถามเหมือนต้องการให้เธอพูดออกมาเอง
“คุณก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”
“ผมอยากได้ยินจากปากคุณ”
คำตอบเรียบ ๆ ของเขาทำให้เธอขมวดคิ้วนิด ๆ
ผู้ชายคนนี้ใจเย็นจนน่าหมั่นไส้
มิลินยืดหลังขึ้นกว่าเดิม ก่อนพูดให้ชัดทีละคำ
“ฉันยังไม่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณค่ะ”
ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้งหลังประโยคนั้น
เธอคิดว่าเขาอาจไม่พอใจ หรืออย่างน้อยก็ควรมีท่าทีเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ธามกลับเพียงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย
“ผมเข้าใจ”
มิลินชะงัก
ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ
“คุณเข้าใจจริง ๆ เหรอคะ”
“ผมไม่เคยคิดจะบังคับคุณตั้งแต่แรก”
คำตอบนั้นทำให้บางอย่างในอกเธอคลายลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ทั้งหมด
“แล้วเรื่องห้องนอน…”
“คุณจะมีห้องของคุณ” เขาตอบทันที “ผมมีห้องของผม”
เธอหันไปมองเขาอย่างแปลกใจ
“เราจะอยู่ในบ้านเดียวกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย” ธามพูดต่อ “แต่เรื่องอื่นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเต็มใจ”
มิลินไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกโล่งใจหรือเสียหน้าอย่างประหลาดดี
เขาสุภาพเกินไป ใจเย็นเกินไป และดูเหมือนไม่เดือดร้อนกับการมีเธอเป็นภรรยาในนามเลยแม้แต่นิด
บางทีสำหรับเขา การแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งดีลทางธุรกิจ
เป็นการลงทุน
เป็นการช่วยเหลือครอบครัวพันธมิตร
เป็นการสร้างภาพลักษณ์มั่นคงในสายตาผู้ใหญ่
ไม่ใช่เรื่องของหัวใจ
ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ
เธอควรดีใจที่เขาไม่เรียกร้อง ไม่รุกล้ำ ไม่ทำให้เธออึดอัด
แต่ทำไมลึก ๆ แล้วกลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีผลอะไรต่อเขาเลย
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเบา ๆ
ธามลุกขึ้นยืน ติดกระดุมสูทด้วยท่าทางสุขุม
“ผมให้คนเตรียมของที่บ้านไว้แล้ว ถ้าคุณอยากกลับไปเก็บของเพิ่ม ผมจะให้คนขับรถไปส่ง”
“ฉันกลับเองได้ค่ะ”
“วันนี้นักข่าวรออยู่ด้านล่าง”
มิลินชะงัก
เธอลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท
การแต่งงานของลูกสาวตระกูลวรารินกับนักธุรกิจอย่างธาม ไม่ใช่เรื่องเล็กในแวดวงสังคม ต่อให้จัดพิธีแบบเงียบ ๆ ก็ยังมีคนอยากรู้ อยากถ่ายรูป อยากถามว่าเจ้าสาวรู้สึกอย่างไร
รู้สึกอย่างไรน่ะหรือ
เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่
ธามเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนยื่นมือให้
มิลินมองมือนั้นนิ่ง
มือของเขาใหญ่ นิ้วเรียวยาว ข้อนิ้วชัดเจน เป็นมือของผู้ชายที่ดูแข็งแรงและมั่นคงอย่างน่าประหลาด
“เราต้องออกไปด้วยกัน” เขาบอก “อย่างน้อยต่อหน้าคนอื่น คุณคือภรรยาของผม”
คำว่าภรรยาของผมทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่ง
มิลินพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเพราะเธอยังไม่ชิน ไม่ใช่เพราะน้ำเสียงทุ้มต่ำของเขา ไม่ใช่เพราะสายตานิ่งลึกที่มองมา และไม่ใช่เพราะมือใหญ่ที่รออยู่ตรงหน้า
เธอค่อย ๆ วางมือตัวเองลงบนฝ่ามือของเขา
เพียงปลายนิ้วสัมผัสกัน ความอุ่นจากมือเขาก็แผ่เข้ามาจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
ธามกุมมือเธอไว้อย่างมั่นคง ไม่แน่นจนเจ็บ แต่ก็ไม่หลวมพอให้ถอยหนีง่าย ๆ
เขาพาเธอเดินออกจากห้องรับรองไปด้วยกัน
ทันทีที่ประตูเปิด แสงแฟลชจากกล้องด้านนอกก็สว่างวาบขึ้นพร้อมเสียงเรียกชื่อมากมาย
“คุณธามคะ มองกล้องนี้หน่อยค่ะ”
“เจ้าสาวยิ้มหน่อยครับ”
“แต่งงานกันกะทันหันแบบนี้ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ”
มิลินตัวแข็งไปเล็กน้อย
คำถามนั้นทำให้เธออับอายจนอยากถอยกลับเข้าไปในห้อง แต่ยังไม่ทันขยับ มือของธามก็กระชับขึ้น เขาเบี่ยงตัวมายืนบังเธอจากกล้องบางส่วนอย่างแนบเนียน
“วันนี้เป็นวันส่วนตัวของครอบครัวครับ” ธามตอบเสียงเรียบ “ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ แต่ผมขอไม่ตอบคำถามที่ไม่ให้เกียรติภรรยาของผม”
เสียงรอบข้างเงียบลงชั่วขณะ
มิลินเงยหน้ามองเขาทันที
ใบหน้าของธามยังนิ่งเหมือนเดิม ทว่าแววตาคมกลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ได้ตำหนิรุนแรง แต่คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้นักข่าวหลายคนลดไมค์ลงโดยอัตโนมัติ
ภรรยาของผม
เขาพูดคำนั้นอีกแล้ว
และแปลกที่ครั้งนี้มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกผูกมัดอย่างเดียว
แต่มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกปกป้อง
ธามพาเธอเดินผ่านกลุ่มนักข่าวไปยังรถคันสีดำที่จอดรออยู่ด้านหน้า เขาเปิดประตูให้เธอด้วยตัวเอง รอจนเธอเข้าไปนั่งเรียบร้อยจึงตามขึ้นมา
ประตูรถปิดลง ตัดเสียงวุ่นวายทั้งหมดไว้ด้านนอก
ภายในรถเงียบและเย็นสบาย แต่มิลินกลับรู้สึกว่าฝ่ามือตัวเองยังร้อนอยู่ตรงจุดที่เคยถูกเขากุม
เธอดึงมือกลับมาวางบนตัก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธามหันมองเธอเล็กน้อย
“ตกใจมากไหม”
“นิดหน่อยค่ะ”
“หลังจากนี้จะมีข่าวอีกสองสามวัน แล้วจะเงียบไปเอง”
“คุณดูชินกับเรื่องแบบนี้มากนะคะ”
“ผมอยู่กับมันมานาน”
มิลินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหันไปมองวิวด้านนอกกระจก
รถเคลื่อนออกจากโรงแรมอย่างนุ่มนวล เส้นทางด้านนอกเต็มไปด้วยแสงไฟของเมืองในยามค่ำ ผู้คนยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
จากลูกสาวบ้านวราริน
กลายเป็นภรรยาของธาม อัครเดช
เพียงแค่ลายเซ็นไม่กี่เส้น
“คุณมิลิน”
เสียงเรียกของเขาทำให้เธอหันกลับไป
“คะ?”
“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เลือกการแต่งงานครั้งนี้เพราะอยากแต่ง”
เธอนิ่งไป
ธามมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยากกว่าทุกครั้ง
“แต่ระหว่างที่คุณอยู่กับผม ผมจะไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเลือก”
ประโยคนั้นเรียบง่าย ไม่หวาน ไม่โรแมนติก ไม่มีคำสัญญาใหญ่โต
แต่มันกลับกระทบหัวใจเธออย่างประหลาด
มิลินเม้มปากนิด ๆ ก่อนตอบเสียงเบา
“ขอบคุณค่ะ”
ธามพยักหน้ารับ แล้วหันกลับไปมองข้างหน้า
หลังจากนั้นในรถก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก
แต่ความเงียบครั้งนี้ไม่เหมือนความเงียบในห้องรับรองเมื่อครู่ มันไม่ได้อึดอัดเท่าเดิม ไม่ได้เย็นชาเท่าเดิม ทว่ายังเต็มไปด้วยระยะห่างบางอย่างที่ทั้งคู่ต่างยังไม่คิดจะก้าวข้าม
กระทั่งรถแล่นเข้าสู่รั้วบ้านหลังใหญ่
บ้านของธามตั้งอยู่ในย่านเงียบสงบ ห่างจากความวุ่นวายของเมืองพอสมควร เป็นบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นผสมความอบอุ่น มีสวนกว้าง ไฟทางเดินสีเหลืองนวล และกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนแสงจันทร์จาง ๆ
มิลินมองบ้านหลังนั้นผ่านกระจกรถด้วยหัวใจที่เต้นช้าลง
จากคืนนี้เป็นต้นไป เธอต้องอยู่ที่นี่
กับผู้ชายที่เพิ่งกลายเป็นสามีตามกฎหมายของเธอ
ธามลงจากรถก่อน แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ มิลินก้าวลงมายืนบนพื้นทางเดินอย่างระมัดระวัง ชายกระโปรงยาวของชุดเรียบหรูที่เธอสวมลากผ่านข้อเท้าเล็กน้อย
ลมกลางคืนพัดผ่านผิวกาย ทำให้เธอเผลอยกมือลูบแขน
ธามสังเกตเห็น เขาถอดสูทตัวนอกออกแล้วคลุมลงบนไหล่เธอโดยไม่พูดอะไร
กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเขาโอบล้อมเธอทันที
อบอุ่น
สะอาด
สุขุม
และอันตรายต่อหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
มิลินเงยหน้ามองเขา “ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้หนาวมาก”
“ใส่ไว้”
แค่สองคำสั้น ๆ แต่ทำให้เธอเถียงไม่ออก
เธอกระชับเสื้อสูทของเขาไว้บนไหล่ พยายามไม่สนใจว่ามันใหญ่กว่าตัวเธอมากแค่ไหน และไม่สนใจด้วยว่าการมีเสื้อของเขาคลุมอยู่แบบนี้ทำให้เธอดูเหมือนถูกเขาครอบครองอย่างไร
แม่บ้านวัยกลางคนออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“คุณธาม คุณมิลิน ยินดีต้อนรับค่ะ ห้องของคุณมิลินจัดไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ”
มิลินยิ้มรับอย่างสุภาพ “ขอบคุณค่ะ”
เธอเดินตามธามเข้าไปในบ้าน ภายในตกแต่งเรียบหรูแต่ไม่เย็นชาอย่างที่คิด โทนไม้ สีครีม และแสงไฟอุ่นทำให้บ้านหลังนี้ดูน่าอยู่กว่าภาพที่เธอจินตนาการไว้มาก
ธามพาเธอขึ้นไปชั้นสอง
ทางเดินชั้นบนเงียบ มีประตูหลายบานเรียงกัน เขาหยุดตรงหน้าห้องหนึ่งแล้วเปิดประตูเข้าไป
“ห้องคุณ”
มิลินก้าวเข้าไปด้านใน
ห้องกว้างกว่าที่คิด มีเตียงใหญ่ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานเล็ก ๆ และมุมกระจกสำหรับแต่งตัว ทุกอย่างจัดไว้อย่างเรียบร้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงักคือราวแขวนเสื้อผ้าที่มีชุดบางส่วนของเธอแขวนไว้อยู่แล้ว
ชุดของเธอ
รองเท้าของเธอ
กล่องอุปกรณ์ออกแบบของเธอ
แม้แต่แจกันดอกลิลีสีขาวที่เธอชอบก็วางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง
เธอหันกลับไปมองเขาอย่างแปลกใจ
“คุณให้คนไปเอาของฉันมาเหรอคะ”
“ผมให้เลขาติดต่อคุณแม่คุณ เธอเป็นคนเลือกของจำเป็นส่งมา”
“แล้วดอกไม้…”
“ผมเห็นที่ห้องทำงานคุณมีดอกลิลี”
มิลินนิ่งไป
เขาเคยเห็นด้วยหรือ
เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเคยเข้าไปในห้องทำงานของเธอตอนไหน อาจเป็นวันที่เขามาคุยกับพ่อที่บ้าน แล้วเธอเปิดประตูห้องค้างไว้ หรืออาจเป็นวันที่เธอเดินผ่านเขาพร้อมช่อดอกไม้ในมือ
เรื่องเล็กขนาดนั้น เขากลับจำได้
“ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะให้คนเอาออก”
“ไม่ค่ะ” เธอตอบเร็วไปนิด “ฉันชอบ”
ธามมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ห้องผมอยู่ถัดไปอีกสองห้อง ถ้ามีอะไรเรียกได้”
หัวใจมิลินกระตุกเล็กน้อยโดยไม่รู้สาเหตุ
ห้องเขาอยู่ใกล้แค่นั้นเอง
“ค่ะ”
เขากำลังจะหมุนตัวออกไป แต่เธอกลับเรียกไว้ก่อน
“คุณธามคะ”
เขาหันกลับมา “ครับ”
มิลินจับชายเสื้อสูทที่ยังคลุมอยู่บนไหล่ เพิ่งนึกได้ว่ามันเป็นของเขา
“เสื้อคุณค่ะ”
เธอถอดมันออกอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นคืนให้เขา
ธามเดินกลับเข้ามาใกล้เพื่อรับเสื้อ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขาชัดกว่าเดิม
ปลายนิ้วของเขาแตะโดนปลายนิ้วเธอเพียงเสี้ยววินาทีตอนรับเสื้อ
แต่แค่นั้นก็ทำให้เธอชะงัก
เขาเองก็เหมือนจะนิ่งไปเล็กน้อย
ดวงตาคมหลุบมองมือเธอ ก่อนเงยขึ้นสบตา
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที
มิลินไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่รีบดึงมือกลับ ทั้งที่ควรทำ เธอเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองผู้ชายตรงหน้าด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
ธามเป็นฝ่ายถอยออกมาก่อน
“พักผ่อนเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมามากแล้ว”
น้ำเสียงเขายังนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตากลับลึกขึ้นเล็กน้อย
มิลินพยักหน้าเบา ๆ
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”
เขาปิดประตูให้เธออย่างแผ่วเบา
ทันทีที่อยู่คนเดียว มิลินก็ยืนนิ่งอยู่กลางห้องนานหลายวินาที
เธอมองประตูที่เพิ่งปิดลง ก่อนยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง
หัวใจยังเต้นแรงอยู่
ไม่ควรเป็นแบบนี้
เขาแค่กุมมือเธอ
แค่ปกป้องเธอต่อหน้านักข่าว
แค่คลุมเสื้อให้
แค่จำได้ว่าเธอชอบดอกลิลี
เรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น
แต่ทำไมเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้นกลับอันตรายกว่าคำหวานเสียอีก
มิลินเดินไปนั่งลงบนปลายเตียงช้า ๆ มองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางของตัวเอง แสงไฟในห้องสะท้อนประกายเล็ก ๆ จากเพชรเม็ดนั้น
มันสวย
แต่หนัก
หนักเหมือนคำว่าภรรยาที่เธอยังไม่พร้อมแบกรับเต็มหัวใจ
เธอสูดลมหายใจลึก แล้วบอกตัวเองเสียงเบา
“แค่ในนามเท่านั้น มิลิน”
ใช่
เธอจะเป็นภรรยาของธามแค่ในนาม
จะรักษาระยะห่าง
จะไม่หวั่นไหวกับความใจเย็นของเขา
จะไม่เผลอไปรู้สึกกับผู้ชายที่มองการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงข้อตกลง
เธอมั่นใจว่าตัวเองทำได้
แต่ในห้องถัดไปอีกสองห้อง ธาม อัครเดชยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง มือข้างหนึ่งถือเสื้อสูทที่ยังมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอติดอยู่
เขามองออกไปยังสวนมืดสลัวด้านนอก ดวงตานิ่งลึกกว่าปกติ
ความจริงเขาควรโล่งใจ
ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง
เธอย้ายเข้ามาแล้ว
เธอปลอดภัยจากปัญหาของครอบครัว
และเขาก็ให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะไม่แตะต้องเธอ ถ้าเธอไม่เต็มใจ
แต่น่าแปลก
เพียงแค่เธอยืนอยู่ในบ้านหลังนี้
เพียงแค่เสื้อของเขาเคยคลุมไหล่บางของเธอ
เพียงแค่ปลายนิ้วแตะกันชั่ววินาที
ความสงบที่เขาภูมิใจนักหนาก็เริ่มสั่นคลอน
ธามหลับตาลงช้า ๆ
ภรรยาในนามอย่างนั้นหรือ
เขาไม่รู้ว่ามิลินจะรักษาคำนั้นไว้ได้นานแค่ไหน
แต่ที่แน่ ๆ…
เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะใจเย็นกับเธอได้นานเท่าไร
