จบ ทะเบียนรักซ่อนปรารถนา
25
ตอน
1.75K
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
13
เพิ่มลงคลัง
เธอแต่งงานกับเขาเพราะข้อตกลง ไม่ใช่ความรัก ตั้งใจจะเป็นเพียงภรรยาในนาม แต่สามีผู้สุขุมกลับค่อย ๆ รุกเข้ามาในหัวใจ ด้วยสายตาอบอุ่น สัมผัสแผ่วเบา และคืนหนึ่งที่ทำให้เธอไม่อยากหนีอีกต่อไป

ทะเบียนรักซ่อนปรารถนา

พระเอก: ธาม อัครเดช อายุ 36 ปี

นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการบ้านหรูและโรงแรมบูติกหลายแห่ง สุขุม เงียบขรึม พูดน้อย แต่คำไหนคำนั้น เขาไม่ใช่ผู้ชายหวาน ไม่ถนัดง้อ ไม่ถนัดอธิบายความรู้สึก แต่เป็นคนจำรายละเอียดของคนที่ใส่ใจได้ทุกอย่าง

นางเอก: มิลิน วราริน อายุ 25 ปี

ดีไซเนอร์สาว เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเล็ก ๆ สวยหวาน ดื้อเงียบ ภายนอกดูนุ่มนิ่ม แต่จริง ๆ มีศักดิ์ศรีสูง ไม่ชอบถูกบังคับ เธอยอมแต่งงานกับธามเพื่อพยุงธุรกิจของครอบครัว แต่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมเป็น “เมียจริง” ของเขาง่าย ๆ

เจ้าสาวในนาม

เสียงปากกาขีดลงบนกระดาษดังเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบในห้องรับรองของโรงแรมหรู

มิลิน วราริน มองชื่อตัวเองบนเอกสารด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกว่าทุกครั้ง

ลายเซ็นของเธออยู่ตรงนั้น ชัดเจน สวยงาม เรียบร้อย เหมือนคนเซ็นยอมรับทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ทั้งที่ความจริงแล้วปลายนิ้วของเธอยังเย็นเฉียบ และหัวใจยังสั่นอยู่ลึก ๆ

ข้อตกลงทางธุรกิจ

การช่วยเหลือบริษัทของพ่อ

การแต่งงานที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดีที่สุด

ทะเบียนสมรสที่มีชื่อเธอกับผู้ชายคนหนึ่งผูกติดกันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่เธอจะตั้งตัวทัน

มิลินเคยคิดว่าการแต่งงานควรเกิดจากความรัก เกิดจากการเลือกใครสักคนด้วยหัวใจ ไม่ใช่เกิดจากตัวเลขหนี้สิน ตารางประชุม และสายตาเหนื่อยล้าของพ่อที่นั่งกุมมือเธอแล้วพูดว่า “ช่วยบ้านเราสักครั้งได้ไหมลูก”

เธอไม่ได้อยากเป็นคนเสียสละที่ดีขนาดนั้น

แต่เธอก็ใจแข็งไม่พอจะมองครอบครัวตัวเองล้มลงต่อหน้าต่อตา

“เรียบร้อยแล้วครับ”

เสียงของทนายดังขึ้นอย่างสุภาพ มิลินจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

อีกฝั่งของโต๊ะ ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น

ธาม อัครเดช

สามีของเธอ

คำว่าสามีทำให้หัวใจเธอกระตุกอย่างประหลาด ทั้งที่ชายตรงหน้าแทบไม่เหมือนสามีในฝันของหญิงสาวคนไหนเลย เขาไม่ยิ้มหวาน ไม่พูดเอาใจ ไม่ทำท่าตื่นเต้นกับการแต่งงานครั้งนี้แม้แต่น้อย ใบหน้าคมเข้มของเขาสงบนิ่ง ดวงตาลึกอ่านยาก เหมือนผู้ชายที่สามารถควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รวมถึงสถานการณ์ตรงหน้านี้ด้วย

เขาเซ็นเอกสารเสร็จก่อนเธอด้วยซ้ำ มือใหญ่จับปากกาอย่างมั่นคง ไม่มีลังเล ไม่มีสั่น ไม่มีรอยไหวใด ๆ

ต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง

“ตั้งแต่วันนี้ คุณมิลินจะย้ายไปอยู่บ้านคุณธามนะครับ” ทนายกล่าวต่อ “ตามที่ทั้งสองครอบครัวตกลงกันไว้”

มิลินเม้มริมฝีปากแน่น

ทั้งสองครอบครัวตกลงกันไว้

ใช่ ทุกคนตกลงกันไว้หมดแล้ว เหลือแค่เธอที่เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังถูกชีวิตผลักเข้าไปอยู่ในบทบาทภรรยาของผู้ชายแปลกหน้า

แม้จะไม่ใช่คนแปลกหน้าเสียทีเดียว

เธอรู้จักธามในฐานะนักธุรกิจรุ่นพี่ที่พ่อของเธอเคารพมาก เขาเป็นผู้ชายที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่มาก เป็นคนเงียบ สุขุม และดูมีอำนาจโดยไม่ต้องขึ้นเสียง เขาเคยมาที่บ้านเธอสองสามครั้งในฐานะแขกของพ่อ แต่ทุกครั้งเธอแทบไม่เคยพูดกับเขาเกินสามประโยค

และวันนี้เขากลายเป็นสามีของเธอ

ตลกร้ายสิ้นดี

หลังผู้ใหญ่และทนายทยอยออกจากห้องไป บรรยากาศก็เงียบลงจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศชัดเจน

มิลินนั่งหลังตรง มือประสานกันบนตัก พยายามทำเหมือนตัวเองเข้มแข็ง ทั้งที่ความรู้สึกข้างในยุ่งเหยิงไปหมด

ธามยังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้รีบลุก ไม่ได้รีบพูด เพียงมองเธอด้วยสายตานิ่งลึก

สายตาของเขาไม่ได้กดดัน แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุไปถึงความหวั่นไหวข้างใน

“คุณไม่จำเป็นต้องฝืนทำตัวเหมือนพอใจ” เขาพูดขึ้นในที่สุด

เสียงของเขาทุ้ม ต่ำ และหนักแน่น

มิลินช้อนตามองทันที “ฉันไม่ได้ฝืนค่ะ”

“งั้นก็แปลว่าคุณพอใจ?”

เธอเงียบไป

ธามมองเธอนิ่ง ๆ มุมปากขยับนิดเดียว คล้ายไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ใช่สีหน้าเย็นชาเสียทีเดียว

“ไม่ต้องตอบก็ได้”

มิลินสูดลมหายใจเข้าลึก “คุณธามคะ ฉันขอพูดตรง ๆ ได้ไหมคะ”

“พูดได้”

“การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะข้อตกลงระหว่างครอบครัว ฉันขอบคุณที่คุณช่วยบริษัทของพ่อ แต่ฉันยังไม่พร้อมจะเป็นภรรยาของคุณในแบบที่…” เธอหยุดไปเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนขึ้น “ในแบบนั้น”

ธามไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า

เขาเพียงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ดวงตาคมยังจับอยู่ที่ใบหน้าเธอ

“ในแบบไหน”

มิลินหน้าร้อนกว่าเดิมทันที

เขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร แต่ยังถามเหมือนต้องการให้เธอพูดออกมาเอง

“คุณก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”

“ผมอยากได้ยินจากปากคุณ”

คำตอบเรียบ ๆ ของเขาทำให้เธอขมวดคิ้วนิด ๆ

ผู้ชายคนนี้ใจเย็นจนน่าหมั่นไส้

มิลินยืดหลังขึ้นกว่าเดิม ก่อนพูดให้ชัดทีละคำ

“ฉันยังไม่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณค่ะ”

ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้งหลังประโยคนั้น

เธอคิดว่าเขาอาจไม่พอใจ หรืออย่างน้อยก็ควรมีท่าทีเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ธามกลับเพียงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย

“ผมเข้าใจ”

มิลินชะงัก

ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ

“คุณเข้าใจจริง ๆ เหรอคะ”

“ผมไม่เคยคิดจะบังคับคุณตั้งแต่แรก”

คำตอบนั้นทำให้บางอย่างในอกเธอคลายลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ทั้งหมด

“แล้วเรื่องห้องนอน…”

“คุณจะมีห้องของคุณ” เขาตอบทันที “ผมมีห้องของผม”

เธอหันไปมองเขาอย่างแปลกใจ

“เราจะอยู่ในบ้านเดียวกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย” ธามพูดต่อ “แต่เรื่องอื่นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเต็มใจ”

มิลินไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกโล่งใจหรือเสียหน้าอย่างประหลาดดี

เขาสุภาพเกินไป ใจเย็นเกินไป และดูเหมือนไม่เดือดร้อนกับการมีเธอเป็นภรรยาในนามเลยแม้แต่นิด

บางทีสำหรับเขา การแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งดีลทางธุรกิจ

เป็นการลงทุน

เป็นการช่วยเหลือครอบครัวพันธมิตร

เป็นการสร้างภาพลักษณ์มั่นคงในสายตาผู้ใหญ่

ไม่ใช่เรื่องของหัวใจ

ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ

เธอควรดีใจที่เขาไม่เรียกร้อง ไม่รุกล้ำ ไม่ทำให้เธออึดอัด

แต่ทำไมลึก ๆ แล้วกลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีผลอะไรต่อเขาเลย

“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเบา ๆ

ธามลุกขึ้นยืน ติดกระดุมสูทด้วยท่าทางสุขุม

“ผมให้คนเตรียมของที่บ้านไว้แล้ว ถ้าคุณอยากกลับไปเก็บของเพิ่ม ผมจะให้คนขับรถไปส่ง”

“ฉันกลับเองได้ค่ะ”

“วันนี้นักข่าวรออยู่ด้านล่าง”

มิลินชะงัก

เธอลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท

การแต่งงานของลูกสาวตระกูลวรารินกับนักธุรกิจอย่างธาม ไม่ใช่เรื่องเล็กในแวดวงสังคม ต่อให้จัดพิธีแบบเงียบ ๆ ก็ยังมีคนอยากรู้ อยากถ่ายรูป อยากถามว่าเจ้าสาวรู้สึกอย่างไร

รู้สึกอย่างไรน่ะหรือ

เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่

ธามเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนยื่นมือให้

มิลินมองมือนั้นนิ่ง

มือของเขาใหญ่ นิ้วเรียวยาว ข้อนิ้วชัดเจน เป็นมือของผู้ชายที่ดูแข็งแรงและมั่นคงอย่างน่าประหลาด

“เราต้องออกไปด้วยกัน” เขาบอก “อย่างน้อยต่อหน้าคนอื่น คุณคือภรรยาของผม”

คำว่าภรรยาของผมทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่ง

มิลินพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเพราะเธอยังไม่ชิน ไม่ใช่เพราะน้ำเสียงทุ้มต่ำของเขา ไม่ใช่เพราะสายตานิ่งลึกที่มองมา และไม่ใช่เพราะมือใหญ่ที่รออยู่ตรงหน้า

เธอค่อย ๆ วางมือตัวเองลงบนฝ่ามือของเขา

เพียงปลายนิ้วสัมผัสกัน ความอุ่นจากมือเขาก็แผ่เข้ามาจนเธอเผลอกลั้นหายใจ

ธามกุมมือเธอไว้อย่างมั่นคง ไม่แน่นจนเจ็บ แต่ก็ไม่หลวมพอให้ถอยหนีง่าย ๆ

เขาพาเธอเดินออกจากห้องรับรองไปด้วยกัน

ทันทีที่ประตูเปิด แสงแฟลชจากกล้องด้านนอกก็สว่างวาบขึ้นพร้อมเสียงเรียกชื่อมากมาย

“คุณธามคะ มองกล้องนี้หน่อยค่ะ”

“เจ้าสาวยิ้มหน่อยครับ”

“แต่งงานกันกะทันหันแบบนี้ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ”

มิลินตัวแข็งไปเล็กน้อย

คำถามนั้นทำให้เธออับอายจนอยากถอยกลับเข้าไปในห้อง แต่ยังไม่ทันขยับ มือของธามก็กระชับขึ้น เขาเบี่ยงตัวมายืนบังเธอจากกล้องบางส่วนอย่างแนบเนียน

“วันนี้เป็นวันส่วนตัวของครอบครัวครับ” ธามตอบเสียงเรียบ “ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ แต่ผมขอไม่ตอบคำถามที่ไม่ให้เกียรติภรรยาของผม”

เสียงรอบข้างเงียบลงชั่วขณะ

มิลินเงยหน้ามองเขาทันที

ใบหน้าของธามยังนิ่งเหมือนเดิม ทว่าแววตาคมกลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ได้ตำหนิรุนแรง แต่คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้นักข่าวหลายคนลดไมค์ลงโดยอัตโนมัติ

ภรรยาของผม

เขาพูดคำนั้นอีกแล้ว

และแปลกที่ครั้งนี้มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกผูกมัดอย่างเดียว

แต่มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกปกป้อง

ธามพาเธอเดินผ่านกลุ่มนักข่าวไปยังรถคันสีดำที่จอดรออยู่ด้านหน้า เขาเปิดประตูให้เธอด้วยตัวเอง รอจนเธอเข้าไปนั่งเรียบร้อยจึงตามขึ้นมา

ประตูรถปิดลง ตัดเสียงวุ่นวายทั้งหมดไว้ด้านนอก

ภายในรถเงียบและเย็นสบาย แต่มิลินกลับรู้สึกว่าฝ่ามือตัวเองยังร้อนอยู่ตรงจุดที่เคยถูกเขากุม

เธอดึงมือกลับมาวางบนตัก ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ธามหันมองเธอเล็กน้อย

“ตกใจมากไหม”

“นิดหน่อยค่ะ”

“หลังจากนี้จะมีข่าวอีกสองสามวัน แล้วจะเงียบไปเอง”

“คุณดูชินกับเรื่องแบบนี้มากนะคะ”

“ผมอยู่กับมันมานาน”

มิลินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหันไปมองวิวด้านนอกกระจก

รถเคลื่อนออกจากโรงแรมอย่างนุ่มนวล เส้นทางด้านนอกเต็มไปด้วยแสงไฟของเมืองในยามค่ำ ผู้คนยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

จากลูกสาวบ้านวราริน

กลายเป็นภรรยาของธาม อัครเดช

เพียงแค่ลายเซ็นไม่กี่เส้น

“คุณมิลิน”

เสียงเรียกของเขาทำให้เธอหันกลับไป

“คะ?”

“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เลือกการแต่งงานครั้งนี้เพราะอยากแต่ง”

เธอนิ่งไป

ธามมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยากกว่าทุกครั้ง

“แต่ระหว่างที่คุณอยู่กับผม ผมจะไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเลือก”

ประโยคนั้นเรียบง่าย ไม่หวาน ไม่โรแมนติก ไม่มีคำสัญญาใหญ่โต

แต่มันกลับกระทบหัวใจเธออย่างประหลาด

มิลินเม้มปากนิด ๆ ก่อนตอบเสียงเบา

“ขอบคุณค่ะ”

ธามพยักหน้ารับ แล้วหันกลับไปมองข้างหน้า

หลังจากนั้นในรถก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก

แต่ความเงียบครั้งนี้ไม่เหมือนความเงียบในห้องรับรองเมื่อครู่ มันไม่ได้อึดอัดเท่าเดิม ไม่ได้เย็นชาเท่าเดิม ทว่ายังเต็มไปด้วยระยะห่างบางอย่างที่ทั้งคู่ต่างยังไม่คิดจะก้าวข้าม

กระทั่งรถแล่นเข้าสู่รั้วบ้านหลังใหญ่

บ้านของธามตั้งอยู่ในย่านเงียบสงบ ห่างจากความวุ่นวายของเมืองพอสมควร เป็นบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นผสมความอบอุ่น มีสวนกว้าง ไฟทางเดินสีเหลืองนวล และกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนแสงจันทร์จาง ๆ

มิลินมองบ้านหลังนั้นผ่านกระจกรถด้วยหัวใจที่เต้นช้าลง

จากคืนนี้เป็นต้นไป เธอต้องอยู่ที่นี่

กับผู้ชายที่เพิ่งกลายเป็นสามีตามกฎหมายของเธอ

ธามลงจากรถก่อน แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ มิลินก้าวลงมายืนบนพื้นทางเดินอย่างระมัดระวัง ชายกระโปรงยาวของชุดเรียบหรูที่เธอสวมลากผ่านข้อเท้าเล็กน้อย

ลมกลางคืนพัดผ่านผิวกาย ทำให้เธอเผลอยกมือลูบแขน

ธามสังเกตเห็น เขาถอดสูทตัวนอกออกแล้วคลุมลงบนไหล่เธอโดยไม่พูดอะไร

กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเขาโอบล้อมเธอทันที

อบอุ่น

สะอาด

สุขุม

และอันตรายต่อหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

มิลินเงยหน้ามองเขา “ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้หนาวมาก”

“ใส่ไว้”

แค่สองคำสั้น ๆ แต่ทำให้เธอเถียงไม่ออก

เธอกระชับเสื้อสูทของเขาไว้บนไหล่ พยายามไม่สนใจว่ามันใหญ่กว่าตัวเธอมากแค่ไหน และไม่สนใจด้วยว่าการมีเสื้อของเขาคลุมอยู่แบบนี้ทำให้เธอดูเหมือนถูกเขาครอบครองอย่างไร

แม่บ้านวัยกลางคนออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“คุณธาม คุณมิลิน ยินดีต้อนรับค่ะ ห้องของคุณมิลินจัดไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ”

มิลินยิ้มรับอย่างสุภาพ “ขอบคุณค่ะ”

เธอเดินตามธามเข้าไปในบ้าน ภายในตกแต่งเรียบหรูแต่ไม่เย็นชาอย่างที่คิด โทนไม้ สีครีม และแสงไฟอุ่นทำให้บ้านหลังนี้ดูน่าอยู่กว่าภาพที่เธอจินตนาการไว้มาก

ธามพาเธอขึ้นไปชั้นสอง

ทางเดินชั้นบนเงียบ มีประตูหลายบานเรียงกัน เขาหยุดตรงหน้าห้องหนึ่งแล้วเปิดประตูเข้าไป

“ห้องคุณ”

มิลินก้าวเข้าไปด้านใน

ห้องกว้างกว่าที่คิด มีเตียงใหญ่ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานเล็ก ๆ และมุมกระจกสำหรับแต่งตัว ทุกอย่างจัดไว้อย่างเรียบร้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงักคือราวแขวนเสื้อผ้าที่มีชุดบางส่วนของเธอแขวนไว้อยู่แล้ว

ชุดของเธอ

รองเท้าของเธอ

กล่องอุปกรณ์ออกแบบของเธอ

แม้แต่แจกันดอกลิลีสีขาวที่เธอชอบก็วางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง

เธอหันกลับไปมองเขาอย่างแปลกใจ

“คุณให้คนไปเอาของฉันมาเหรอคะ”

“ผมให้เลขาติดต่อคุณแม่คุณ เธอเป็นคนเลือกของจำเป็นส่งมา”

“แล้วดอกไม้…”

“ผมเห็นที่ห้องทำงานคุณมีดอกลิลี”

มิลินนิ่งไป

เขาเคยเห็นด้วยหรือ

เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเคยเข้าไปในห้องทำงานของเธอตอนไหน อาจเป็นวันที่เขามาคุยกับพ่อที่บ้าน แล้วเธอเปิดประตูห้องค้างไว้ หรืออาจเป็นวันที่เธอเดินผ่านเขาพร้อมช่อดอกไม้ในมือ

เรื่องเล็กขนาดนั้น เขากลับจำได้

“ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะให้คนเอาออก”

“ไม่ค่ะ” เธอตอบเร็วไปนิด “ฉันชอบ”

ธามมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ห้องผมอยู่ถัดไปอีกสองห้อง ถ้ามีอะไรเรียกได้”

หัวใจมิลินกระตุกเล็กน้อยโดยไม่รู้สาเหตุ

ห้องเขาอยู่ใกล้แค่นั้นเอง

“ค่ะ”

เขากำลังจะหมุนตัวออกไป แต่เธอกลับเรียกไว้ก่อน

“คุณธามคะ”

เขาหันกลับมา “ครับ”

มิลินจับชายเสื้อสูทที่ยังคลุมอยู่บนไหล่ เพิ่งนึกได้ว่ามันเป็นของเขา

“เสื้อคุณค่ะ”

เธอถอดมันออกอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นคืนให้เขา

ธามเดินกลับเข้ามาใกล้เพื่อรับเสื้อ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขาชัดกว่าเดิม

ปลายนิ้วของเขาแตะโดนปลายนิ้วเธอเพียงเสี้ยววินาทีตอนรับเสื้อ

แต่แค่นั้นก็ทำให้เธอชะงัก

เขาเองก็เหมือนจะนิ่งไปเล็กน้อย

ดวงตาคมหลุบมองมือเธอ ก่อนเงยขึ้นสบตา

บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที

มิลินไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่รีบดึงมือกลับ ทั้งที่ควรทำ เธอเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองผู้ชายตรงหน้าด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

ธามเป็นฝ่ายถอยออกมาก่อน

“พักผ่อนเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมามากแล้ว”

น้ำเสียงเขายังนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตากลับลึกขึ้นเล็กน้อย

มิลินพยักหน้าเบา ๆ

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

เขาปิดประตูให้เธออย่างแผ่วเบา

ทันทีที่อยู่คนเดียว มิลินก็ยืนนิ่งอยู่กลางห้องนานหลายวินาที

เธอมองประตูที่เพิ่งปิดลง ก่อนยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง

หัวใจยังเต้นแรงอยู่

ไม่ควรเป็นแบบนี้

เขาแค่กุมมือเธอ

แค่ปกป้องเธอต่อหน้านักข่าว

แค่คลุมเสื้อให้

แค่จำได้ว่าเธอชอบดอกลิลี

เรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น

แต่ทำไมเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้นกลับอันตรายกว่าคำหวานเสียอีก

มิลินเดินไปนั่งลงบนปลายเตียงช้า ๆ มองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางของตัวเอง แสงไฟในห้องสะท้อนประกายเล็ก ๆ จากเพชรเม็ดนั้น

มันสวย

แต่หนัก

หนักเหมือนคำว่าภรรยาที่เธอยังไม่พร้อมแบกรับเต็มหัวใจ

เธอสูดลมหายใจลึก แล้วบอกตัวเองเสียงเบา

“แค่ในนามเท่านั้น มิลิน”

ใช่

เธอจะเป็นภรรยาของธามแค่ในนาม

จะรักษาระยะห่าง

จะไม่หวั่นไหวกับความใจเย็นของเขา

จะไม่เผลอไปรู้สึกกับผู้ชายที่มองการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงข้อตกลง

เธอมั่นใจว่าตัวเองทำได้

แต่ในห้องถัดไปอีกสองห้อง ธาม อัครเดชยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง มือข้างหนึ่งถือเสื้อสูทที่ยังมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอติดอยู่

เขามองออกไปยังสวนมืดสลัวด้านนอก ดวงตานิ่งลึกกว่าปกติ

ความจริงเขาควรโล่งใจ

ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง

เธอย้ายเข้ามาแล้ว

เธอปลอดภัยจากปัญหาของครอบครัว

และเขาก็ให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะไม่แตะต้องเธอ ถ้าเธอไม่เต็มใจ

แต่น่าแปลก

เพียงแค่เธอยืนอยู่ในบ้านหลังนี้

เพียงแค่เสื้อของเขาเคยคลุมไหล่บางของเธอ

เพียงแค่ปลายนิ้วแตะกันชั่ววินาที

ความสงบที่เขาภูมิใจนักหนาก็เริ่มสั่นคลอน

ธามหลับตาลงช้า ๆ

ภรรยาในนามอย่างนั้นหรือ

เขาไม่รู้ว่ามิลินจะรักษาคำนั้นไว้ได้นานแค่ไหน

แต่ที่แน่ ๆ…

เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะใจเย็นกับเธอได้นานเท่าไร

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว