หลีอันได้ผูกพันธะกับระบบกู้ภัย เพื่อเข้าไปช่วยเหลือตัวเอกสาย “สวย เก่ง แกร่ง แต่ชีวิตรันทด” ในโลกย่อยต่างๆ และเปลี่ยนแปลงจุดจบของพวกเธอ
ทว่าสิ่งที่หลีอันคาดไม่ถึงคือ ตัวเอกแต่ละคนล้วนเป็นพวกเกิดใหม่ และพวกเธอยังพากันหมายปองตัวเธอเอง...
โลกที่ 1:
นักวิจัยสาวมาดนิ่งผู้เป็นฝ่ายรับสายยั่ว X เจ้าหมึกยักษ์กลายพันธุ์ฝ่ายรุก
ชาติก่อน: วันสิ้นโลกมาเยือน นักวิทยาศาสตร์สาวทุ่มเทวิจัยสายพันธุ์ต่างดาวทั้งวันทั้งคืนเพื่อกอบกู้เผ่าพันธุ์ แต่ผลงานกลับถูกขโมย เธอถูกตราหน้าว่าเป็นนักก๊อปปี้ที่ใครๆ ก็รังเกียจ และจบชีวิตลงในปากของสัตว์ประหลาด
ชาตินี้: เธอพามันหมึกกลายพันธุ์หนีออกมาเพียงลำพัง และบุกเบิกดินแดนส่วนตัวในพื้นที่เขตไร้ระเบียบ
โลกของคนหนึ่งคนกับหมึกหนึ่งตัวกลับไม่เหงา เพราะเจ้าหมึกน้อยมักจะมีไอเดียแปลกๆ โผล่ออกมาเสมอ เช่น การตัดหนวดตัวเองไปทำทาโกยากิ
เพื่อป้องกันพฤติกรรมดังกล่าว นักวิจัยสาวทำได้เพียงตักเตือนอย่างจริงจังว่า “ห้ามทำแบบนั้น หนวดของเธอมีประโยชน์อย่างอื่น ห้ามกินมันเข้าไป”
แต่เจ้าหมึกน้อยกลับชูหนวดอีกข้างขึ้นอย่างงุนงงแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าแค่อันเดียวก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ”
นักวิจัยสาวสอนสั่งด้วยความหวังดี: “เธอยังพัฒนาประโยชน์ใช้สอยอย่างอื่นได้อีก อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่นี้เลย”
โลกที่ 2:
นักบุญหญิงผู้ดูแลความยุติธรรมและการพิพากษา เบื้องหน้าดูใสซื่อแต่เบื้องหลังกลับซ่อนความร้ายกาจฝ่ายรับสายยั่ว X ซัคคิวบัสฝ่ายรุกผู้ขี้ขลาดขั้นสุด
ชาติก่อน: เธอคือเซนต์หญิงผู้เคร่งครัดในกฎหมาย รักษาความเป็นระเบียบและความยุติธรรม แต่กลับถูกพวกผู้อาวุโสใส่ร้าย และสาวกทรยศ จนกลายเป็นผู้ขัดขืนเทพที่ใครๆ ก็เหยียดหยาม
ชาตินี้: เซนต์หญิงก้มมองสาวกผู้คลั่งไคล้ใต้แท่นบูชา ก่อนจะหันมาคว้ามือซัคคิวบัสแล้วหัวเราะเบาๆ พร้อมหยอกเย้า: “ซัคคิวบัสที่ศรัทธาในซาตาน ก็รู้จักเขินอายด้วยเหรอ?”
ซัคคิวบัสพยายามหลบหลีกขณะที่หน้าแดงจัดแล้วแสร้งข่มขู่เสียงดัง: “เธอไม่กลัวฉันเปิดโปงธาตุแท้ของเธอหรือไง?!”
เซนต์หญิงตอบอย่างกระตือรือร้น: “ตอนนี้เลยไหม? นี่เธอกำลังชวนฉันลงนรกไปกับเธออยู่หรือเปล่า?”
ซัคคิวบัส: “เดี๋ยว! นี่มันต่อหน้าเทพแห่งแสงนะ ช่วยสำรวมหน่อย!”
ซัคคิวบัส: “มือฉันเป็นตะคริวไปหมดแล้ว!”
ซัคคิวบัส: “ตกลงใครกันแน่ที่เป็นซัคคิวบัส?!”
โลกที่ 3:
ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักกระบี่ผู้คุมกฎฝ่ายรับสายยั่ว X ลูกหมาป่าน้อยผู้โอหังฝ่ายรุก
ชาติก่อน: โลกบำเพ็ญเพียรเผชิญวิกฤตล่มสลาย ผู้อาวุโสสูงสุดทุ่มเทช่วยชีวิตผู้คน แต่กลับถูกระแวงและถูกสำนักทรยศ สุดท้ายจึงถูกรุมล้อมจนตาย
ชาตินี้: ผู้อาวุโสสูงสุดไม่สนใจภัยพิบัติอีกต่อไป สนใจเพียงปกป้องตัวเองกับลูกหมาป่าน้อยที่เก็บมาได้
ลูกหมาป่าน้อยมีความทะเยอทะยานสูง สามวันเห่าเรียกหา ครึ่งเดือนหัดเดิน ไม่กี่เดือนก็รู้แล้วว่าคนกับหมาป่ามีความแตกต่างกัน จึงสั่งห้ามไม่ให้ผู้อาวุโสสูงสุดช่วยอาบน้ำให้อีกต่อไป
ท่าทีของผู้อาวุโสสูงสุดต่อเรื่องนี้เรียบเฉย เพียงแค่แอบบันดาลให้คืนนั้นฝนตกฟ้าคะนอง จนลูกหมาป่าน้อยตกใจวิ่งกลิ้งหลุนๆ เข้ามาในห้องของเธอ
ในชุดตัวในที่เปียกโชกแนบเนื้อ ลูกหมาป่าน้อยที่หวาดกลัวจนหูโผล่และหางสั่นระริก สีหน้าซีดเผือดโผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น
ผู้อาวุโสสูงสุดคล้องคอเด็กสาวไว้ แล้วเผยรอยยิ้มที่หาได้ยาก เอ่ยกระซิบหยอกล่อ: “ลองชิมดูสิ หวานมากเลยนะ”
