“ประกาศขึ้นเครื่องครั้งสุดท้ายสำหรับเที่ยวบิน xx123 ปลายทางหาดใหญ่...”
ชายหนุ่มร่างหนาหันรีหันขวางเป็นระยะๆตั้งแต่โซนเคาท์เตอร์เช็คอินจนมาถึงโซนนั่งรอขึ้นเครื่อง ครุ่นคิดถึงคนที่เขารออย่างใจจดใจจ่อ คนที่เขารออยู่ดื้อแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ความเอาแต่ใจนั่นก็คงเป็นความผิดของเขาเองที่ยอมตามใจทุกอย่างมาตลอดตั้งแต่รู้จักกัน จนถึงเมื่อวานเขาก็ยังยอมตามใจกับการตอบรับคำบอกเลิกของคนรัก คิดว่ารอให้ใจเย็นลงกว่านี้สักหน่อยแล้วค่อยจับเข่าคุยกันอีกที
ถึงจะตอบรับคำบอกเลิกแต่ แต่ทริปนี้เป็นทริปฉลองคบกันครบรอบสามปีที่เขาวางแผนมาตั้งนาน ทั้งยังจองทุกอย่างไว้หมดแล้ว จึงขอให้คนรักไปด้วยกัน จะในฐานะพี่น้องก็ได้ แน่นอนว่าได้รับคำปฏิเสธ แต่เขาก็ยังหวังว่าพวกเราจะได้ไปด้วยกันจริงๆ วันนี้เขาจึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้
เสียงประกาศให้ขึ้นเครื่องสำหรับผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายดังขึ้น ชายหนุ่มก็อดที่จะหันมองหาคนรักเป็นครั้งสุดท้ายไม่ได้ ในที่สุดก็ได้แต่ถอนหายใจหันหลังสะพายกระเป๋าเป้แล้วลุกขึ้นเดินไปขึ้นเครื่องบิน
ชายหนุ่มเดินลงนั่งที่นั่งริมหน้าต่างที่ปกติคนรักของเขาจะเป็นคนนั่งเสมอ คาดเข็มขัดที่นั่งแล้วก็หยิบหูฟังสีขาวขึ้นมาครอบหูเลือกเพลงฟังแบบที่ปกติไม่เคยได้ทำเพราะคนรักมักจะชวนเขาคุยโน่นนี่ตลอดการเดินทาง ก็นะ เคยบินด้วยกันก็แค่ไฟท์ภายในประเทศ ถ้าได้ลองไปต่างประเทศด้วยกัน เขาอาจจะได้ฟังเพลงตอนที่ตัวน้อยของเขางีบหลับบ้างล่ะมั๊ง
"..." ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อยเมื่อถูกขัดระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆถึงคนรัก ผู้โดยสารที่นั่งติดทางเดินแถวเดียวกันสะกิดเบาๆที่แขนของเขา เขาจึงดึงหูฟังออกมาคล้องไว้ที่คอแล้วหันไปมอง
"คุณนั่งผิดที่"
"ผม..." มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้นั่งผิดที่แน่แต่ก็ก้มลงไปจะหยิบบัตรที่นั่งขึ้นมาตรวจสอบ
"เฮียนั่งที่ผม"
"พู่กัน" ชายหนุ่มลุกขึ้นอัตโนมัติแล้วรีบขยับตัวกดดันให้คนที่นั่งริมทางเดินต้องขยับออกไป จนเด็กหนุ่มที่มาใหม่เดินเบียดเข้าไปนั่งที่ริมหน้าต่างเขาก็รีบขยับเข้าไปนั่งที่นั่งตรงกลาง
"ดีใจที่พู่กันมา" รอยยิ้มกว้างเปิดเผยอย่างเก็บไม่อยู่
"ก็เฮียเล่นไปบอกยัยแพทแบบนั้น ถ้าไม่มาพ่อได้ฆ่าผมตาย"
"..." นั่นสินะ แพทก็ต้องบอกอาโชคอยู่แล้ว ดีนะที่เขาโทรไปบอกแพทเมื่อคืนว่าให้ช่วยเตือนพี่ชายของเธอเรื่องเวลาบินด้วย กลัวว่าจะตื่นไม่ทัน แพทถามยกใหญ่ตามประสาว่าจะไปไหนกันโน่นนี่ แล้วเธอก็คงเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้อาโชคฟัง
เมื่อวานตอนที่เขาขอให้พู่กันไปเที่ยวด้วยกันเพราะเสียดายโบนัสครึ่งหนึ่งที่จ่ายไปแล้ว พู่กันตะโกนใส่หน้าเขาเสียงแข็งว่าไม่ไป แถมยังบอกว่ารวยขนาดเขาจะไปเสียดายอะไรกับเงินแค่นั้น มันก็อาจจะใช่ที่เขาไม่ได้เสียดายเงินขนาดนั้น แต่เพราะเขาตั้งใจที่จะใช้เงินที่เขาหาเองกับการฉลองวันครบรอบของพวกเรา เขาตั้งใจจะทำเพื่อคนรักมันก็อดเสียใจไม่ได้ แล้วไหนจะแผนท่องเที่ยวที่เขาตั้งใจทำ ศึกษาข้อมูลเอง จองทุกอย่างเองนี่อีก
"ไม่ต้องมายิ้มเลย บอกไว้ก่อนนะว่าเที่ยวแบบพี่น้อง"
"เฮียไม่ลืมหรอก" ก็นะ ผ่านไปแค่หนึ่งคืนเอง จะหายโกรธกันง่ายๆได้ยังไง ชายหนุ่มยิ้มอ่อนใจ ยังไงพู่กันก็มาอยู่ตรงนี้กับเขาแล้ว เขามีเวลาง้อคนรักอีกตั้ง 15 วัน
"แล้วนี่เฮียจองอาหารไว้ด้วยรึเปล่า"
"จองไว้แล้ว" เฮียไม่ยอมทำให้พู่กันเพิ่มข้อหาทำพู่กันหิวอีกข้อหรอกน่า
'ติ๊ง'
"..." ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดโหมดเครื่องบินทันทีเมื่อเห็นข้อความจากเพื่อนรักส่งเข้ามา แต่เหมือนตาว่องไวของพู่กันคงจะเห็นชื่อคนส่งข้อความแล้วสินะถึงได้เชิดหน้าเมินเขาแบบนี้
"มันก็ส่งสวัสดีวันเสาร์ของมันมาตามเรื่องแหละ ไม่มีอะไร"
"เรื่องของเฮียกับเพื่อนรักไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว"
"ครับๆ ไม่เกี่ยวครับ อะรสมิ๊นที่พู่กันชอบ" ชายหนุ่มยื่นหมากฝรั่งส่งให้คนรักอย่างที่เคย พู่กันมักจะหูอื้อเสมอตอนเครื่องบินขึ้น ปกติเขาจะต้องได้รับยิ้มหวานเป็นการตอบแทน แต่วันนี้กลับได้ค้อนวงใหญ่กลับมา
หลังจากนั้้นคนรักของเขาก็ไม่พูดอะไรอีกเลยจนเครื่องลงจอดที่สนามบินหาดใหญ่
"เฮียไม่เช่ารถหรอ" เฮียจั๋งพาเดินออกมาด้านนอกสนามบิน หันซ้ายหันขวาแล้วก็พาเดินออกห่างจากประตูทางเข้าสนามบินขึ้นทุกที
"ฮืม เดี๋ยวเราขึ้นรถมินิบัสเข้าเมืองไปกินติ่มซำกันดีไม๊"
"ดีๆ" ข้าวกล่องที่กินไปบนเครื่องมันไม่เพียงพอสำหรับเขาเอาเสียเลย
เห็นหน้าคนรักแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ เรื่องกินยังคงทำให้พู่กันของเขามีความสุขได้เสมอ
"กินเสร็จแล้วเราก็นั่งรถไปสตูลกัน"
"สตูล เฮียจะพาผมไปปล่อยเกาะหรอ" เคยอ่านเจอว่าเมื่อก่อนมีเกาะหนึ่งที่ใช้เป็นที่กักขังนักโทษ ถ้าจำไม่ผิดก็อยู่ที่สตูลนี่แหละ
"ใช่ พาไปปล่อยให้พู่กันเดินเล่นที่ตะรุเตาสักครึ่งชั่วโมง แต่ไปพรุ่งนี้นะ วันนี้เราไปเที่ยวถ้ำกันก่อน"
"โอเค ถ้าท้องอิ่ม เฮียจะพาไปไหนก็ได้หมดแหละ"
"น่ารัก" ทำหน้าตาน่าเอ็นดูแบบนี้แล้วก็อดที่จะลูบหัวคนรักไม่ได้
"หยุดเลย ไม่ต้องมาโดนตัว ไม่ได้เป็นไรกัน"
"เฮียลูบหัวพู่กันตั้งแต่ก่อนเป็นอะไรกันตั้งนาน" ชายหนุ่มดึงคนรักเข้ามาแล้วก็ขยี้หัวแทน รังเกียจเขานักหรอ
"เฮียจั๋ง ไม่เล่น"
"โน่น รถที่จะพาเราเข้าเมือง เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว ไม่โมโหแล้วนะ" จั๋งมองตามคนรักที่ก้าวไวๆไปขึ้นรถ หน้างอนๆแบบนั้น ถ้าอยู่ในที่คนน้อยกว่านี้เขาจะอดใจไม่เข้าไปบีบจมูกรั้นๆนั่นได้ไหมนะ
"นั่งเรือเข้าไปหรอเฮีย" ได้ยินพี่ไกด์ท้องถิ่นพูดแบบนี้พู่กันก็อยากจะได้คำยืนยันอีกทีว่าไม่ได้หูเพี้ยน ไม่เคยรู้ว่ามีถ้ำที่ต้องนั่งเรือเข้าชมด้วย ได้การพยักหน้าเป็นคำตอบก็นึกสนใจ เขาชอบน้ำอยู่แล้ว ได้นั่งเรือแบบนี้ก็นึกชอบใจ
"น่าสนุกจัง เฮียจองไว้นานยัง" ถ้าจองตั้งแต่ยังเป็นแฟนกัน เฮียก็น่าจะมาถามๆเขาบ้างว่าสนใจไหม แต่นี่ไม่มีหลุดอะไรออกมาเลย
"ไม่นาน เราต้องรอดูวันน้ำขึ้นน้ำลงถึงจะจองได้ โชคดีที่น้ำลงบ่ายวันนี้พอดี ถ้าน้ำขึ้นเราก็คงอดดู"
"มากับพู่กันต้องโชคดีอยู่แล้ว"
"นั่นสินะ" โรตีแกงแพะเมื่อเที่ยงทำให้คนรักของเขาอารมณ์ดีขนาดนี้ มื้อเย็นจะพาไปกินอาหารทะเลแล้วปิดด้วยชาชักก่อนนอนท่าจะดี
"ชื่อถ้ำแปลกดีเนอะเฮีย รู้เปล่าว่าทำไม"
"รอพี่เขาเล่าให้ฟังดีกว่า มาโน่นแล้ว"
“น้องจะนั่งลำเดียวกับแฟนรึเปล่า” พี่ไกด์ท้องถิ่นเดินมาถึงก็พูดภาษากลางสำเนียงใต้เสียงดังกับคนน้อง
“ไม่ใช่แฟนครับ พี่ชาย”
“อ้อ แล้วยังไง นั่งลำเดียวกันหรือเปล่า”
“เฮียว่าไง” ใจอยากนั่งแยก แต่ถ้ำมืดๆ นั่งกับเฮียก็น่าจะอุ่นใจกว่า
“…”
“นั่งด้วยกันดีไม๊”
“ได้สิ ไปขึ้นลำนั้นเลย"
"ไปกันเล้ย" เด็กหนุ่มรู้สึกคึกคักขึ้นมา รีบเดินตามพี่ไกด์ไปด้านใน
"พู่กันสวมชูชีพก่อน" ทริปใต้ครั้งนี้มีกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำเยอะมาก และคนรักของเขาว่ายน้ำไม่เป็น แถมเป็นเด็กไม่เจียมตัวที่ชอบเล่นน้ำมากๆ
จั๋งรักในพลังงานของพู่กัน มันทำให้ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามันสนุกมีชีวิตชีวา จั๋งนึกไม่ออกเลยว่าชีวิตเขาจะเป็นยังไงถ้าไม่มีพู่กันอยู่ด้วยกัน ยังดีที่พู่กันไม่มีท่าทีเฉยเมยใส่เขา พู่กันยังคงร่าเริงกับเขา ถ้ามีจังหวะเหมาะๆ เขาจะปรับความเข้าใจกับคนรักแน่นอน มาเที่ยวกับพู่กันแบบคนรักมันย่อมดีกว่าแบบพี่น้องอยู่แล้ว
"เสร็จแล้วครับ" จัดแจงชูชีพให้คนรักเสร็จ จั๋งก็เงยหน้าขึ้นมาบอกคนรักที่กำลังมองเขาอยู่ หน้าแดงๆนั่น นึกว่าจะไม่ได้เห็นเสียแล้ว บอกเลิกเขาแล้ว แต่มาเขินใส่เขาแบบนี้มันหมายความว่ายังไงครับพู่กัน รู้แหละว่าน้องพู่กันหลงรักเขาเพราะเขาดูแลเจ้าตัวอย่างดีมาตลอด
"ขอบคุณครับ"
"ไม่ต้องรีบเดิน เดี๋ยวหกล้ม"