เทียนกอดอกพลางเหลือบไปเห็นกระเป๋าของต้นหนาวที่เปิดอ้าซ่าอยู่ เขาเห็นว่ามีสติ๊กเกอร์การ์ดที่ห้อยตามกระเป๋าด้วยใบหน้าของเขาที่โผล่ออกมายิ้มร่าอยู่ “แล้วนั่นนายจะพกของพวกนั้นไปด้วยทุกที่เลยเหรอ?”
ต้นหนาวรีบตะครุบกระเป๋าไว้ในทันที
“ยุ่งน่า นี่มันแรงบันดาลใจในการเรียนของผม คุณไม่เข้าใจหรอก”
“แล้วเรื่องอะไรฉันจะต้องเข้าใจ? มันจะขนาดไหนกัน” เทียนที่มือล้วงกระเป๋าสองข้างโน้มตัวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีกวนประสาท
“ก็เพราะพี่เทียนของผมเขาทั้งใจดี ทั้งอบอุ่น ไม่เหมือนคุณหรอกที่หน้าตาก็ไม่ได้แย่แต่กลับประสาทเสียสุด ๆ มาว่าพี่เทียนไง”
เทียนถึงกลับมายืนตัวตรงเหมือนเดิมเพราะเพิ่งจะโดนด่าว่าประสาทเสียต่อหน้าต่อตา แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากเถียงกลับสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่กำลังตกลงมาจากกระเป๋าต้นหนาว มันคือพัดพลาสติกรูปหน้าเขาเอง เทียนก้มลงไปหยิบพัดใบนั้นขึ้นมาต้นหนาวที่เห็นก็รีบจะคว้าคืน
“เอาคืนผมมานะ” แต่เทียนกลับชูสูงขึ้นจนต้นหนาวเอื้อมไม่ถึง เขาพลิกดูด้านหลังพัดที่มีลายมือโย้เย้เขียนว่า พี่เทียนครับ หนาวมาหาพี่ที่ปักกิ่งแล้ว พร้อมกลับรูปยิ้มที่ถูกวาดขึ้น
“พี่เทียนงั้นเหรอ?” เจ้าตัวหรี่ตามองพัดสลับกับมองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังกระโดดเหยง ๆ จะเอาของคืน “นายชอบหมอนี่มากเลยเหรอ? ไอ้ดาราที่ชื่อเว่ยจื่อเทียน?”
“ชอบสิ ชอบที่สุดในโลกเขาเป็นแรงผลักดันให้ผมเก็บเงินมาเรียนที่นี่นะ!!” ต้นหนาวตะโกนพูดขณะที่มือก็พยายามแย่งพัดคืนมา
“แล้วถ้าฉันบอกว่า ไอ้คนที่นายชอบนักหนาจริง ๆ แล้วเขาอาจจะ ประสาทเสีย กว่าที่นายคิดล่ะ?”
