อคิน วราธิป อายุ 27 ปี
ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เขาเป็นคนไม่ชอบบังคับและไม่ยอมรับในสิ่งที่ถูกยัดเยียดให้ ในขณะที่การแต่งงานเพื่อธุรกิจ เขากลับยอมรับหญิงสาวอีกคนโดยไม่มีข้อแม้ เพียงเพราะคำว่าเหมาะสม
แต่กลายเป็นว่าผู้หญิงคนนั้นกลับหนีงานแต่งงานไปและผู้หญิงที่ควรจะเป็นแค่น้องเมียแต่ตอนนี้กลับเป็นภรรยาของเขาแทน ไม่ได้ต้องการเลยสักนิด!
มิลิน ศิระประภา อายุ 23 นักศึกษาจบใหม่
มิลินเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลศิรประภาเป็นลูกสาวที่พ่อแม่ไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะพ่อแม่มอบสิ่งเหล่านั้นให้พี่สาวคนโตของเธอไปหมดแล้ว เธอเติบโตมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว แต่เธอก็มีความสุขในแบบฉบับของเธอ
แต่ใครจะคิดว่าความสุขของเธอหมดลงเมื่อพี่สาวหนีตามผู้ชายไปแล้วทิ้งปัญหาไว้
สุดท้ายเป็นเธอที่รับเคราะห์แทนงานแต่งที่คาราคาซังกลายเป็นเธอที่จบปัญหาทุกอย่าง
ชุดวิวาห์ถูกสวมอย่างจำใจ และเธอก็ไม่ได้ต้องการมันเลยสักนิด!
เธอต้องอยู่ในสถานะเจ้าสาวจำยอม กู้หน้าให้สองครอบครัว แต่ทำไมเธอถึงถูกเกลียดอยู่ฝ่ายเดียว
ตัวอย่างบางตอน
"หึ ฉันว่าเธอรู้นะ ไม่งั้นเธอจะแต่งงานกับฉันทำไม" เสียงหัวเราะสั้น ๆ ดังขึ้นในลำคอ
"...." เธอมองเขาอย่างงุนงง เหมือนสมองยังตามไม่ทันกับคำพูดนั้น
อคินก้มลงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอจากระยะใกล้
"ก็เพราะเธอแอบชอบฉันยังไงล่ะ เพราะเธอรู้ว่าถ้าไม่มีมิลันเธอจะได้แต่งงานกับฉันแทน พูดมาสิว่าที่ฉันพูดมันคือเรื่องจริง คิดเหรอว่าฉันจำอีเด็กหน้าจืดที่คอยมองตามฉันอยู่ตลอดเวลาไม่ได้"
อึก!
ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทำเอาชั่วขณะหนึ่งเหมือนโลกหยุดหมุน มิลินชะงักใบหน้าชาวาบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เพราะมันดันเป็นเรื่องจริง แต่นั่นคือก่อนหน้าที่จะรู้ว่าพี่สาวเธอกับเขาจะแต่งงานกัน เธอแอบชอบเขาตั้งแต่มัธยมแล้ว รุ่นพี่ตัวท๊อปที่สาวสวยหมายปอง เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ฮอตสุดในตอนนั้น เธอเองก็ไม่พ้นรัศมีความฮอตนั่นเช่นเดียวกัน เพียงแต่เธอแอบชอบเขาในมุมของตัวเองเท่านั้น ไม่เสนอหน้า ไม่เข้าไปอยูในสายตา และแน่นอนว่าไม่มีใครรู้
แต่ทำไม?
เขารู้ได้ยังไง?
"ทำไม พูดแทงใจดำงั้นเหรอ!" เสียงตะคอกของอคินดังขึ้น ทำให้มิลินสะดุ้งหลุดจากความคิดทันที
"มะ...ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้น" เธอส่ายหน้าแรง ดวงตาเอ่อคลอด้วยม่านน้ำตาเสียงสั่นอย่างห้ามไม่ได้
"ไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ หึ! เธอจะหลอกใครก็ได้ แต่เธอหลอกฉันไม่ได้หรอกมิลิน" เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ
อคินก้มลงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องเธอไม่วาง ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบชิดข้างหู น้ำเสียงกดต่ำช้าและชัดทุกคำ
"เพราะอะไรรู้มั้ย...เพราะสายตาเธอมันหลอกฉันไม่ได้ยังไงล่ะ แต่ฉันจะบอกอะไรให้เอามั้ย" ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัว ข้อมือของเธอก็ถูกคว้า อคินลากเธอไปยังหน้ากระจกอย่างไม่ปรานี
"อ๊ะ…!"
มิลินเซไปตามแรง ก่อนจะถูกจับให้ยืนตรงหน้ากระจกเงา ร่างสูงของเขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังบดบังเธอไว้แทบมิด มือหนาเลื่อนขึ้นไปจับปลายคางของเธอบีบแน่นจนเธอเจ็บ ใบหน้าของเขาโน้มต่ำลงมาใกล้หูเธอ เสียงเขากดต่ำลง
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ เธอควรไปล้างไอ้พวกสีบ้า ๆ นี่ออกให้หมด" นิ้วของเขาลากผ่านแก้มเธออย่างดูแคลน
"แล้วค่อยส่องกระจกดูหน้าตัวเองดี ๆ" เขาบีบคางเธอให้เงยขึ้นเล็กน้อย บังคับให้เธอมองตัวเองในเงาสะท้อน
"ดูสิว่าหน้าจืด ๆ แบบนี้มันมีอะไรน่าภูมิใจบ้าง"
ดวงตาของมิลินสั่นไหว เธอมองภาพตัวเองในกระจกพร่าเลือน เพราะน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอรู้ว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง และเหมือนเขาจะไม่จบแค่นั้น เขาโน้มเข้าใกล้อีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนพัดผ่านข้างใบหูทำเอาร่างบางสะท้านโดยไม่รู้ตัว
"อ่อ นี่ยังไม่รวมเรื่องที่เธอไม่มีอะไรเทียบกับพี่สาวเธอได้ ฉันเองก็ไม่อยากจะพูดเยอะ เพราะเธอน่าจะรู้ตัวดีอยู่แล้ว"
