ฉันตายไปแล้วครั้งหนึ่ง
ตายเพราะเห็นสามีตัวเองกำลังมีอะไรกับหญิงอื่นบนเตียงของเรา แล้วเขายังปกป้องหญิงคนนั้นจากฉัน
ทำให้ฉันขาดสติขับรถออกมากลางสายฝนยามค่ำคืน จนเกิดอุบัติเหตุ
ฉันเจ็บ ฉันตาย ฉันไร้ลมหายใจ
และฉันกลับฟื้นขึ้นมาใหม่
กลับคืนมาในวันที่ยังหมั้นกับชายชั่วคนนั้นอยู่
เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสครั้งที่สอง
ฉันจะไม่มีวันทำพลาดอีก
ฉันจะขอร้ายต่อทุกคนที่เป็นศัตรู! โดยเฉพาะชายหญิงชั่วช้าคู่นั้น!!
************************************************
"ไปไหนมา" เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้
"คุยงานค่ะ"
นิรินตอบสั้นๆ และพยายามจะเดินเลี่ยงขึ้นบันได แต่อธิปกลับคว้าต้นแขนเธอไว้ กระชากดึงเข้าหาตัวเอง จนตัวของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของเขา
"คุยงานหรือไปอ่อยไอ้ธันวามันกันแน่"
อธิปกระซิบชิดใบหู มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวบางอย่างถือดี เขาต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบ ใช่แล้ว คือกำราบนิรินให้อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเหมือนก่อน ไม่ให้ออกไปทำเรื่องที่ชวนหงุดหงิดได้อีก บางทีการให้ความหวานกับเธอบ้าง ก็อาจทำให้เรื่องมันกลับมาง่ายขึ้น แค่เรื่องง่ายๆ ในคืนหนึ่งเท่านั้น
อธิปเชื่อมั่นว่านิรินจะใจสั่นเหมือนทุกครั้ง เพราะที่ผ่านมา เพียงแค่เขาสะกิด เธอก็พร้อมจะทอดกายให้เขาอย่างถวายหัวยินดีจนเก็บไว้ไม่อยู่ เที่ยวเฝ้ารอเลยด้วยซ้ำ
"ไม่ต้องแกล้งทำเป็นเล่นตัวหรอกริน ฉันรู้ว่าเธอโหยหาสัมผัสจากฉันใจจะขาด"
ชายหนุ่มกดจมูกลงที่ซอกคอหอมกรุ่น เตรียมจะมอบบทรักที่เขาคิดว่าเธอโหยหา เพื่อกำราบพยศผู้หญิงที่เริ่มจะควบคุมยากคนนี้
ตลอดการสัมผัส นิรินนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนใหญ่ อธิปกลับตีความว่านั่นคือความเคลิบเคลิ้ม
"ที่ผ่านมาฉันละเลยเธอไปหน่อย แต่คืนนี้ฉันจะ 'ชดเชย' ให้จนเธอลุกไปทำงานไม่ได้เลยล่ะ"
ความลำพองใจทำให้อธิปไม่ได้สังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนิริน มันไม่ใช่แววตาของหญิงสาวที่ขัดเขิน แต่มันคือความชิงชังที่เข้มข้นจนเกือบจะเป็นความสะอิดสะเอียน ดวงตาคู่สวยหลับตาลงนิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อสะกดอารมณ์คลื่นไส้ที่พลุ่งพล่านขึ้นมา เมื่อสัมผัสถึงกลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นไออุ่นจากตัวผู้ชายที่เคยทำร้ายหัวใจเธอจนตายไปครั้งหนึ่ง
ภาพค่ำคืนสุดท้ายของลมหายใจฉายในเปลือกตาเธอ
“ว่าง่ายแบบนี้แหละ ดีแล้ว”
อธิปเห็นเธอไม่ขัดขืน จึงยิ้มย่ามใจก่อนจะค่อยๆ จับปลายคางมนเชิดขึ้น เขาก้มลงหวังจะปิดปากอิ่มที่มักจะใช้เถียงเขาในช่วงหลัง ด้วยจุมพิตที่เขาเชื่อว่าเป็น ‘รางวัล’ ชั้นเลิศ
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะสัมผัสลงมา นิรินก็ลืมตาขึ้น แววตาคู่นั้นวาวโรจน์และเย็นเยียบจนอธิปชะงักงัน
"เมื่อก่อนฉันอาจจะเคยโง่จนนึกว่าสัมผัสของคุณคือสวรรค์ แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่คุณแตะต้องตัวฉัน ฉันกลับรู้สึกเหมือนถูกเข็มสกปรกทิ่มลงบนผิวหนัง"
"นิริน! อย่ามาเล่นสงครามประสาทกับฉัน"
"ฉันไม่ได้เล่นค่ะ ฉันกำลังพูดเรื่องจริง" นิรินเหยียดยิ้มเย็น ยิ้มที่แสดงถึงความรู้สึกดั่งที่พูดออกมา พลางใช้มือเรียวค่อยๆ แกะมือหนาออกจากเอวทีละนิ้วอย่างใจเย็น
"เก็บความกระสันของคุณไว้เถอะค่ะ เพราะต่อให้คุณจะเปลือยกายอ้อนวอนตรงหน้าฉันในตอนนี้ ฉันก็ไม่มีวัน 'โหยหา' อะไรจากคุณอีก นอกจากอิสรภาพที่จะไปให้พ้นจากที่นี่!"
เธอจ้องตาเขาอย่างท้าทาย ไร้ซึ่งความกลัว ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ไร้ซึ่งความรักล้นปริ่มที่เขาเคยรู้จัก