“จงเบือนหน้าหนีจากอัลฟ่าต่างถิ่น เพราะที่ใดมีสายเลือดผู้ปกครอง ที่นั่นย่อมอาบย้อมด้วยกลิ่นคาวเลือดและการกดขี่”
ทว่า... เหนือขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงเทียมฟ้า ทะลุม่านหมอกสีเทาหม่นหนาทึบตลอดกาล กลับมีสถาปัตยกรรมสีดำทะมึนตั้งตระหง่านอยู่อย่างน่าเกรงขาม
ปราสาทเฟนริล หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันด้วยความพรั่นพรึงว่า ปราสาททมิฬ
ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้กำแพงหินเย็นเฉียบเหล่านั้น รู้เพียงว่าในยามที่จันทร์นวลอาบไล้ไปทั่วหุบเขา เสียงคำรามที่กึกก้องด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้ายจะสั่นสะเทือนลงมาถึงเชิงเขา สุ้มเสียงนั้นจู่โจมประสาทสัมผัสของโอเมก้าตัวน้อยให้ชาไปทั้งไขสันหลัง บีบให้เด็กน้อยต้องขดตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา และทำให้ผู้ใหญ่ต้องกุมกางเขนภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าด้วยลมหายใจที่ติดขัด
ความตายและความลึกลับที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขาคือนิยามทั้งหมดในชีวิตที่เบลินต์รู้จัก
ทว่าสำหรับเบลินต์ เขาไม่เพียงแค่ได้ยินเสียงคำราม... ในบางค่ำคืนที่ลมพัดแรงเป็นพิเศษ เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นที่เจือมากับหิมะ กลิ่นที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นที่ทำให้สัญชาตญาณโอเมก้าในกายร่ำร้องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
