เรื่องสั้น
ลุงหมอทอง...หมอธรรม คุณไสย สิ่งเร้นลับ (บ้าน ๆ รวมตอนหลากหลาย)
นักเขียน: นาย แต้มบุญ ช่างไม้ลายเสี้ยน
เรื่องสั้น
ลุงหมอทอง...ตอน...จับยามสามตา...กับวิชาแก้เคล็ด...2/2 จบ
---------------
“ยังไงฉันก็ต้องรบกวนแล้วนะ...เพราะตอนนี้นังสร้อยมันก็ไปอยู่ที่นั่นแหละ ห้ามก็ไม่ฟัง มันตื่นเต้น เห็นบอกอยากมีบ้านใหม่ให้ฉันกับนังปริกมันได้มีที่นอนที่กินสบาย ๆ ตอนแก่น่ะ”
“อืม…ได้ ๆ คนกันเองทั้งนั้น...แต่ข้าก็งานเยอะ เดี๋ยวคนนั้นเดี๋ยวคนนู้นน...เอาไว้ถ้าสบโอกาสข้าจะลองแวะดูให้นะ”
***********************
“ลุงหมอ ๆ หยุดก่อน!...นี่ อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ลุงหมอจะไปไหนจ๊ะ...แวะก่อน ๆ นั่งร่มไม้ก่อนจ๊ะ”
“เออ ๆ แล้วนี่เอ็ง ลูกเต้าเหล่าใครฮิ...นังหนู”
บ่ายแก่ ๆ ขณะที่สร้อย สาวใหญ่วันจะเหยียบสี่สิบ ที่นั่งให้หมวดจักสานพัดให้ตัวเองคลายร้อน หลังจากต้องก้ม ๆ เงย ๆ สับ ๆ ถาก ๆ และเก็บไม้เล็กไม้น้อย เพื่อเคลียร์พื้นที่จะสร้างบ้าน สายตาก็เหลือบเห็น ผู้เฒ่าคนนึง ที่เดินมือนึงไพล่หลัง อีกมือถือไม้เท้าค้ำยัน และเดินหลังโก่ง ๆ ตามอายุ ที่กระดูกกระเดี้ยวเริ่มผิดรูป นุ่งผ้าขาวม้าเก่า ๆ อีกผืนใช้คาดเอว สวมเสื้อสวมเสื้อเชิ๊ตเก่า ๆ ขาด ๆ แต่ดูสะอาดตา ก็จำได้ทันทีว่าท่านผู้เฒ่าคือ...ลุงหมอชาติ ที่ผู้่เป็นพ่อและแม่ให้ความเคารพ ในฐานะ หมอดูโหงวเฮ้ง และจับยามสามตา และรับรับทำพิธีแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์
“หนู...นังสร้อย...ลูกพ่อผันแม่ปริกจ๊ะ...หนูดีใจจังเลย ที่ลุงผ่านมาทางนี้จ๊ะ
“เหรอ...เอ้อออ คนแก่ก็หูตาฟ่าฟางน่ะ อืม...หลายเดือนไม่เจอ เอ็งก็ดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้นเยอะนะ”
“ฮิ ๆๆๆ ลุงก็...น้ำนวลอะไร ปีหน้าหนูก็สี่สิบแล้วจ๊ะ...คานจะหักอยู่นะลุง”
“เออ ๆ แล้วเอ็งมีอะไร?... เจอลุงถึงได้ดีใจนัก!”
“ก็...พ่อนะสิ...ช้าอยู่ได้...พอดี หนูเก็บเงินได้ก้อนนึง พอจะปลูกบ้านใหม่ได้สักหลัง ให้พ่อกับแม่และน้องได้อยู่กันสบาย ๆ กันหน่อย เพราะหลังเก่ามันโยกโย้นะพังแหล่ไม่พังแหล่...และที่ทางบ้านเก่าก็ไม่สะดวกเหมือนตรงนี้ มีถนนตัดผ่าน และมีน้ำท่าสะดวกจ๊ะ...แต่วันแล้ววันเล่าเห็นพ่อยังเฉย จะดูฤกษ์ดูยามก็ไม่สนใจ...ลุงผ่านมาทางนี้ หนูเหมือนฟลุ๊คเลยจ๊ะ”
“อ๋อ….เหรอ!...แต่มันคุ้น ๆ ว่าพ่อเอ็งเคยบอกตามาแล้วน่ะ...งั้นตาก็ลืมซิเนี่ย!...ไม่น่าลืมเลย...งานมันเยอะจริง ๆ นี่บังเอิญแท้ ๆ ว่าจะไปบ้านไอ้ทิดบุญมันน่ะ…”
“จ๊ะ...แล้วลุง...รีบมั๊ย?...ผลัดได้รึปล่าวจ๊ะ...หนูไม่ใช้ลุงฟรีจ๊ะ...นี่ ๆ หนูพกเงินติดตัวมาหน่อยนึง ให้มัดจำลุงก่อน วันหลังหนูค่อยให้อีกทีนะจ๊ะ...นะจ๊ะลุง...ผลัดไปเจ้านึง ไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้วจ๊ะ”
คุยไปคุยมา เด็กสาวกระวีกระวาดเหมือนร้อนใจ ไม่ทันได้คิดว่าตอนล้วงหยิบเงินจากในอกเสื้อยกทรง มีผู้เฒ่าวันจะเจ็ดสิบ นั่งมองตาแป๋ว กับเนินร่องอกในเสื้อยืดคอลึกที่เห็นส่วนเว้าส่วนอกอวบขาวผ่องที่มีเหงื่อซึมไหลไปในนั้น แล้วหยิบแบงค์ร้อยที่พับเรียบร้อยสองใบที่เปียกด้วยเหงื่อมาคลี่แล้วเช็ด ก่อนยื่นให้
“เฮ่ยยย...เรื่องเงินน่ะเรื่องเล็ก แต่เรื่องความกตัญญูของเอ็งน่ะ มันใหญ่กว่า ไหน ๆ ก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาจนลืม...งั้นตาจะลองดูให้เอ็งนะ...แต่ว่า”
“แต่อะไรจ๊ะลุง?”
“ก็มันมีหลายครั้ง ที่เรื่องแบบนี้ มันมีเคสบ่อย ๆ ที่ต้องสะเดาะเคราะห์หรือไม่ก็แก้เคล็ด...ถึงตอนนั้น ถ้าดูไปแล้ว...เอ็งไม่อาจเปลี่ยนหรือถอยได้...เอ็งจะกล้าเสี่ยงเรอะ?”
“……………?”
“ก็...หนูกล้า...ต่อไปแล้วแต่ลุงจ๊ะ...ว่าจะอะไรยังไง!”
สาวเลยวันขึ้นคาน นิ่งงันไปพักใหญ่ ขณะมองหน้าหมอรุ่นลุงที่พูดจริงจังตามอุปนิสัยของคนที่ผู้คนเชื่อถือและไว้ใจ และในฐานะอาวุโสที่คอยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากตัวผู้คน สถานที่และนำความเป็นมงคลมาสู่ครอบครัว
“เอ้ออออ...ไม่คิด ว่าเด็กกตัญญูที่จะปลูกจะสร้างเอง กลับเป็นตัวอัปมงคลซะเอง...ที่น่ะมันดูไม่ได้มีอะไรเสียหาย หน้ามีถนน หลังเป็นเนินสูง มีน้ำไหลด้านข้างนิดหน่อย ไม่น่ามีปัญหานะนังหนู”
“แล้ว...หนู จะเป็นอัปมงคลยังไงจ๊ะลุง?”
“ตรงนี้...ลุงไม่แน่ใจเหมือนกันนะ...เพราะไม่ได้ไปล่วงรู้ถึงเรื่องส่วนตัวของเอ็งลึกขนาดนั้น”
“หนูบอกได้ ลุงถามเลยจ๊ะ…”
ผ่านไปพักใหญ่ ที่ลุงหมอที่เด็กสาวไหว้วาน ช่วยดูสถานที่ดูฤกษ์ดูยาม เดินไปทั่วบริเวณที่ตัวเองได้ทำการถากถางจนเกือบเตียนโล่ง ก่อนกลับมานั่งมาธิ หลับตานับข้อนิ้วสักพัก เหมือนดูทางใน ก่อนลืมตามองหน้าเจ้าของที่แล้วพูดเสียงราบเรียบเน้นคำ จนสาวใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี ที่รู้ว่าตัวเองคือตัวอัปมงคล ก่อนลุงหมอมองหน้าที่ซีดหมอง และผิดหวัง ที่จะปลูกบ้านในฝัน
“ถ้าใช่...ก็เป็น...ถ้าไม่ใช่...ก็ไม่เป็น”
“ลุงหมอ...หมายถึงอะไรจ๊ะ”
“ความสาวบริสุทธิของเอ็ง เป็นปัญหาใหญ่หลวง...กับเจ้าที่เจ้าทางตรงนี้!”
“ลุงหมอ...หนู...ไม่เข้าใจจ๊ะ”
“หลังปลูกบ้าน...เอ็งและทุกคน...จะถูกระราน จากสิ่งที่มองไม่เห็น ทำกินไม่พอ อุปสรรคไม่เว้นวัน รังแต่จะมีแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจ...เพราะไอ้พวกผีห่าซาตานนั้นมันจ้องแต่จะโหยหาเลือดบริสุทธิของเอ็ง...ที่ไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน”
“หนู...เอ่อ...หนูไม่เคยจริง ๆ...งั้นก็ดาว...น้องหนูด้วยซิจ๊ะลุง”
“หา...น้องเอ็งหัวสมัยใหม่แบบนั้น มันจะยังถนอมความสดความซิงไว้ได้อีก”
“จ๊ะ...หนูรู้ดี...ดาวนิสัยปากจัด ดีดดิ้งเป็นม้าดีดกะโหลก...แต่ไม่เคยเรื่องพวกนั้นจ๊ะ...แล้วลุงรู้ได้ยังไงว่าดาว…”
“ก็ได้ยินพ่อกับแม่เอ็งนั่นแหละ ที่พูดเปรย ๆ ว่าน้องเอ็งน่ะจบ ม.6 ไม่เชื่อเรื่องคุณ ๆ ไสย ๆ อยู่พูดให้มันได้ยิน มันเถียงคอขึ้นเอ็นน่ะ ฮ่า ๆๆๆ”
“อ๋อ…จ๊ะ น่าหนักใจชะมัด...หวังทุกคืนทุกวัน ว่าจะได้มีบ้านใหม่เร็ว ๆ นี้...แล้วที่บางคน เขามีปัญหากัน เรื่องแบบไหน เขาถึงต้องแก้เคล็ด...สะเดาะเคราะห์กันจ๊ะลุงหมอ”
“ก็หลายแบบ หลายอย่าง อยู่ที่ว่าจะเผชิญกับอะไร?...อย่างของเอ็งก็น่าจะแก้เคล็ดได้...แต่ว่าลุง…”
“แก้ได้หรือจ๊ะ...งั้นแก้เลย...หนูต้องทำยังไงบ้างจ๊ะลุงหมอ?...แต่ว่าลุงทำไม?”
“เอ็งก็พูดง่ายนะ...ไม่ทำไม...แต่ถ้าเอ็งรู้ว่าต้องแก้เคล็ดยังไง...มีหวัง เอ็งตบลุงหน้าหันซิ”
“…………?”
ผ่านไปพักใหญ่ ที่หมอผู้เฒ่าทำท่าหนักอกหนักใจไม่แพ้เจ้าของที่ ๆ จะปลูกบ้าน แต่สายตาของผู้เฒ่าดูจะไม่แสดงออกถึงความหนักใจแม้แต่น้อย เพราะเอาแต่คอยเหลือบจ้อง ความเคลื่อนไหวตรงหน้า โดยเฉพาะหลาย ๆ ครั้งที่สาวเกินวันไหวตัวจนก้อนเนื้อที่มีความสมบูรณ์กลมโตตึงตันที่ล้นขอบยกทรงออกมาดันเสื้อยืดตัวบาง จนเห็นชัดถนัดตา
“ลุงพูดได้ ไม่เป็นไรจ๊ะ...หนูรับได้ ขอแค่ลุงหมอบอก...นะจ๊ะลุง”
“เอ็งพูดเองนะ...ลุงก็ว่าไปตามเนื้อผ้า...ในฐานะคนที่จะสะเดาะเคราะห์...แก้เคล็ดให้เอ็ง”
“มานี่...พูดดังเดี๋ยวใครได้ยินเข้า...ลุงเสียเครดิตหมด”
“……………..”
“หนู...คือ...เอ่อ...ลุงหมออ่ะ...หนูแทบตั้งตัวไม่ทันเลย...ไม่คิดว่าลุงหมอ...จะไม่รังเกียจเดียดฉันท์หนู”
“อ๊ะ...นี่เอ็ง...ลงทุนได้ขนาดนี้เลยเรอะ...เอ็งนี่มันเด็กดี...กตัญญูจริง ๆ อย่างเอ็ง อนาคต ทำมาค้าขึ้น เจริญรุ่งเรืองไปได้สวยแน่ ๆ”
“ก็...ลุงหมอไม่ใช่ใครที่ไหน...ก็คุ้นหน้าคุ้นตา แถมพ่อแมหนูยังพูดบ่อย ๆ ว่าลุงหมอ...ไว้ใจได้ นั่งทางในดี ดูแม่น ๆ...ว่าแต่...คือ เมื่อไหรจ๊ะ ที่ลุงหมอจะ…”
“อืม...สะเดาะเคราะห์...แก้เคล็ด อาจต้องสามครั้งห้าครั้ง วันนี้ก็บ่าย จะเย็นแล้ว...พรุ่งนี้ มะรืน อาจจะ วันนี้...ยังทัน...พรุ่งนี้และมะรืน”
“อ๊ะ...สามครั้งหน้าครั้งเหรอจ๊ะ?…”
“ไม่แน่หรอก...อยู่ที่เอ็งด้วย...อาจจะถึงสิบสามสิบเก้า...แต่ตอนนี้ ปัญหาไม่น่าอยู่ที่เอ็งแล้วหล่ะ”
“ปัญหาเหรอจ๊ะ?”
“เฮ่ยยย...เอ็งก็เห็นแล้ว ลุงสูงอายุปูนนี้ เมียก็ไม่มีให้ซ้อมรบมาร่วมยี่สิบปี เพราะงั้นลุงก็ใช่ว่าจะช่วยแก้เคล็ดให้เอ็งสะดวกนักหรอก...เฮ้ออออ”
ลุงหมอที่คิดเวลาลงตัว แล้วมองหน้าสาวเกินรุ่นตรงหน้าแล้วถอนใจเหมือนเจอปัญหาใหญ่ ก่อนอธิบายยาวจนสาวเจ้าของที่ทำหน้าเหรอหรา เพราะไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
“นอกจากเอ็งจะใจกล้ารึปล่าวเท่านั้น...เอ็งจะเสี่ยงลองดูมั๊ย?”
********************
บ่ายสามโมงกว่า
“ลุง...ลุงหมอ...ใช่แบบนี้มั๊ย?...มันใช้ได้ยัง...แข็งโป็กเลย”
สาวเจ้าของที่ ๆ ที่พร้อมรับข้อเสนอ ที่ลุงหมอผู้เฒ่าบอก ยิ้มอย่างมีความหวังแก้มแทบปริ...แต่แดงระเรื่อ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เลยวัยรุ่นมาหลายปี พอจะรับรู้รับฟังเรื่องรอบตัวมาบ้าง ที่พอจะเข้าใจอะไร ๆ ได้ง่ายขึ้น
“งั้นวันนี้ยังมีเวลา...ตอนกลางวัน สายถึงเย็นแบบนี้ เป็นเวลาที่ดีนัก...ลุงว่าแถวนี้ไม่เหมาะนะ เอ็งเคยเห็นมั๊ย?...ตรงโน้น มันจะมีอุโมงใต้สะพาน มันดูรกหน่อย แต่ถ้าเข้าไปด้านในมันจะเตือนโล่ง แถมมีที่ให้นั่งพักได้ เอ็งไปทางนี้นะ ลุงจะอ้อมไปฝั่งโน้น จะได้ไม่เป็นที่สังเกตุ จนใครเห็นเข้า เอ็งจะเสียชื่อเสียเสียงเอาได้น่ะ”
“เอ่ออ...จ๊ะลุงหมอ”
ผ่านไปร่วมสามสิบนาที ชายร่างผอมสูงไร้ไขมันที่เข้าไปใต้สะพานอุโมงปูนซิเมนต์ที่ถูกก่อสร้างมาหลายปี จนดูเก่าคร่ำคร่า ปกคลุมไปด้วยต้นไม่ เถาวัลย์ที่ห้อยระโยงระยางจนรกครื้ม ได้นั่งมองสาวใหญ่รุ่นลูกที่ยืนบิดเหมือนทำอะไรไม่ถูก ก่อนดึงให้เข้าใกล้
“ถือว่าเป็นการลงทุนของลุงและเอ็งร่วมกัน ถ้าได้ผล เอ็งก็มีกำไร ลุงก็ได้ทำหน้าที่ช่วยเอ็ง ถ้าไม่ได้ผล เอ็งขาดทุน และเสียเวลา...เอ็งยังเปลี่ยนใจได้นะ...ลุงหมอไม่ว่า...เพราะ…
“ไม่เปลี่ยนจ๊ะ...หนูจะลองดู หนูไม่มีทางขาดทุนและเสียเวลาจ๊ะ...เพราะถ้าได้ผล ถือว่าหนูก็ช่วยลุงหมอได้ด้วย…”
“ช่วยอะไรของเอ็ง?”
“ก็...ถ้าได้ผล...ของลุงหมอใช้ได้...นอกจากแก้เคล็ดให้หนูได้แล้ว ลุงหมออาจจะไปหาสาวแก่แม่หม้ายทำเมียได้สักคนยังไงจ๊ะ...ฮิ ๆๆๆ”
“ฮ่า ๆๆๆ เอ็งนี่ คิดไปไกลขนาดนั้นแล้วเรอะ...ฮ่า ๆ ๆ ๆ แต่เข้าท่าว่ะ…”
หลังจากผ่านไปพักใหญ่ ลุงหมอที่เปลื้องผ้านั่งห้อยขา ก้มมองเด็กสาวเล่นของเล่นที่ตัวเองเอามือไปให้จับบีบนวดคลึงเล่นตั้งแต่ต้น ก็เอนหงายยาวล้มตัวนอนมองเจ้าของมือที่เริ่มคุ้นเคยกับอาวุธกลางตัว ขณะเจ้าของมือจับพลิกซ้ายพลิกขวาบีบ ๆ ดึง ๆ จนเคลิ้มหลับ ตกใจตื่นขึ้นมาอีกที เมื่อร่างโดนจับเขย่า และปลุก ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นจนยั้งใจไม่อยู่
“เฮ้ยยย...ยังใช้ได้นี่หว่า...เอ็งเก่งจริง ๆ ทำได้ยังไง?...ขนาดลุงหมอปลุกมันทุกวันยังไม่อยากตื่น เอ็งนี่มันสุดยอดจริง ๆ นังหนู”
“ฮิ ๆๆๆ หนูก็ไม่รู้ แต่หนูว่ามันดุจัง...แรก ๆ หนูตกใจจนมือสั่น...แต่หนูว่าตอนนี้ มันน่ารักดีออก”
“ฮ่า ๆๆๆ ดี ๆ เอ็งคิดอย่างงั้นก็ดีแล้ว...งั้นตอนนี้...เอ็งมานี่ซิ”
เด็กสาว ดูจะตื่นเต้นดีใจ จนบอกไม่ถูก ขณะลุงหมอเฒ่าที่จับมือให้บี้เล่นหนักมือ คว้าร่างที่นั่ง ๆ ยืน ๆ มานั่งข้าง ๆ แล้วกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ เหมือนไม่อยากให้สาวร่างงามตกใจ แล้วดันร่างนั้นให้เอนนอนไปบนแคร่ไม้เก่า ๆ ที่เคยมีคนงานทำไว้นอนพักตอนก่อสร้างสะพาน จนจะพังแหล่มิพังแหล่ แล้วตัวเองตามไปทาบทับ
“เอ็งต้องพร้อมก่อน...เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เอ็งคิด”
“หนู...ต้องทำยังไงอีก”
“ไม่ต้อง...ก็แค่อยู่เฉย ๆ...ไม่กลัว ไม่ตกใจ ไม่อายลุงหมอ...แค่นี้แหละ”
“ก็...ได้จ๊ะ”
ขณะลุงหมอที่ทิ้งตัวทาบทับลงไป มือไม้ก็ง่วน ป่วนป่ายไปตามเนื้อตัว แล้วค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ช้า ๆ เหมือนหยั่งเชิง พอเห็นเด็กสาวที่นอนนิ่งจ้องหน้า แต่มีสะดุ้งตามมือที่หยิบจับและการโดนถูกเนื้อต้องตัว ใบหน้าเหมือนมีความกังวล แต่กลับหลุดหัวเราะคิกคักเหมือนจักจี้ที่มือผู้เฒ่าซุกซนไปทั่ว สุดท้ายปล่อยให้ผ้าผ่อนหลุดหายหมดจนตัวล่อนจ้อนและปล่อยให้ชายรุ่นพ่อซบหน้าแล้วใช้ปากจมูกซุกซอกไซร้ไปทั่วผิวกายนวลเนียน แล้วไล่ละเล็มความหอมหวลชวนชม
“แบบนี้แหละ...ใจเอ็งมันได้จริง ๆ สมกับที่เป็นผู้ใหญ่พอตัว...เอ็งนี่มันดูแลตัวเอง รักษาเนื้อรักษาตัวรักษาหุ่นไว้ได้ดีจริง ๆ ถ้าไม่เห็นกับตา เป็นกลางค่ำกลางคืนมืด ๆ ลุงหมอคงคิดว่าเอ็งน่ะยี่สิบห้ายี่สิบหกซะอีก...แน่นไปทุกส่วนสัดเลยนังหนู...อื้มมม ดีจริง ๆ”
**********************
