ยุทธภพเฟนตาซี ภาคห้าวหลง
นักเขียน: sonsine นักวาด: AI

แฟนตาซี

ยุทธภพเฟนตาซี ภาคห้าวหลง

ยุทธภพเฟนตาซี ภาคห้าวหลง

นักเขียน: sonsine นักวาด: AI

แฟนตาซี

2
ตอน
18
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
1
เพิ่มลงคลัง

ยุทธภพเฟนตาซี ภาคห้าวหลง

บทที่ 1  

ปี 2026 กลางเดือนเมษายน อากาศร้อนมาก เวลา 2 ทุ่ม 20.00 น. ห้าวหลงนอนเล่นมือถืออยู่ในห้องนอน แล้วพัดลมที่เปิดอยู่ก็เสีย

 “อ้าว เฮ้ย พัดลมกูพังอีกแล้ว พึ่งซื้อมาเอง” พัดลมตัวนี้เขาซื้อมาเมื่อ 4 วันก่อนนี้เองโดยสั่งซื้อทางออนไลน์

ห้าวหลงหัวร้อนขึ้นทันที วันหยุดทั้งทีว่าจะได้พักผ่อนนอนเล่นเกมที่ห้องอย่างสบายกลับต้องมาเจอกับพัดลมที่พังอีกแล้ว

เขาจึงลุกขึ้นเพื่อไปถอดปลั๊กไฟออก โดยมือยังถือโทรศัพท์มือถือมาด้วย เขาเอามือไปจับปลั๊กไฟ 

“อ่า”

เขาถูกไฟฟ้าซ็อตทันที แล้วเขาก็ล้มตึงลงสติดับวูบไปทันที

ห้าวหลงฟื้นขึ้นมาแล้ว เขาพยายามเรียบเรียงความคิดที่สับสนวุ่นวายของเขา นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะมาถึงที่นี่

 ดูเหมือนว่าเขาเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเขามีความทรงจำบางส่วนที่ไม่ใช่ของเขาอยู่ในหัวเป็นความทรงจำของใครอีกคนที่ชื่อหานฉีหลง และตอนนี้เขาอายุ 16 ปี จากความทรงจำที่สับสนวุ่นวาย หานฉีหลงเป็นสาวกสำนักมารดาบฟ้า เขารับภารกิจมาเก็บสมุนไพรที่เขตป่าเมฆดำซึ่งมีอสูรระดับต่ำอาศัยอยู่ ขณะง่วนอยู่กับการเก็บสมุนไพรจู่ๆสัตว์อสูรหมาป่าดำสามตัวก็โผล่ออกมาจากที่ไหนไม่รู้มันวิ่งมาหาเขาด้วยความเร็ว เขาจึงวิ่งหนีและผลัดตกหน้าผา แต่เขายังรอดมาได้ เขาติดอยู่ที่เถาวัลย์กลางหน้าผาเหนือเถาวัลย์ขึ้นไปสามเมตรมีผลไม้สีทองอยู่ 7 ผล ตามตำราสมุนไพรโบราณมีชื่อว่า ผลไม้เทพทอง  ผลไม้นี้เกิดจากเลือดเทพเจ้า ใช้เวลา 100,000 ปีจึงออกผล มันจะฝังตัวในก้อนหินและกินหินเป็นสารอาหารจะไม่มีใครเห็นมันจนกว่ามันจะออกผล 7 ผล ผู้ใดกินเข้าไปจะได้รับร่างกายเทพเจ้า เพิ่มสติปัญญาเป็นเลิศและเปลี่ยนร่างกายใหม่ต้านทานต่อพิษทั้งปวง และยังได้รับอายุไขเพิ่มอีก 1000 ปี ส่วนอื่นๆก็มีคือมีร่ายกายแข็งแรงเพิ่มขึ้น 1000 เท่า นั้นคือจากคนธรรมดาก็จะมีทั้งความแข็งแรงมีพลังดุจมังกรช้างสารยกหินหนัก 10,000 จินได้สบายๆ และยังสามารถเพิ่มพลังปรานการฝึกฝนได้ถึง 1,000 ปี ด้วยเหตุนี้หานฉีหลงจึงดีใจอย่างมาก เขาพยายามปีนขึ้นไปเก็บผลไม้ทองทั้ง 7 ผลได้สำเร็จ แต่แล้วกลับถูกงูเกร็ดทองที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้กัดเข้าอย่างจัง เขาถูกพิษแต่ไม่ได้ตายทันที เขาจึงฝืนต่อสู้กับงูเกร็ดทองจนฆ่ามันได้สำเร็จ

พิษของงูเกร็ดทองได้ทำร้ายร่างกายเขาอย่างมาก แม้เขาจะรีบกินผลไม้เทพทองทันทีทั้ง 7 ผล

อนิจจา ผลไม้เทพทอง 7 ผล ที่กินเข้าไปแม้จะมีสรรพคุณมากมายแต่มันก็ยังต้องใช้เวลาในการย่อยและแสดงผล ดังนั้นมันจึงยังไม่ทันได้ย่อยสรรพคุณของมัน พิษก็วิ่งเข้าสู่หัวใจตายทันที

แต่แม้จะตายแล้ว ร่างกายกลับยังทำงานอยู่และเริ่มย่อยผลไม้เทพทองต่อไป และมันก็เริ่มรักษาพิษในร่างกายได้ทั้งหมด แล้วผลสรรพคุณก็เข้าสู่ร่างกายของหานฉีหลง ทำให้ร่างกายนี้เปลี่ยนแปลงไปหลังผ่านไป 30 วัน ร่างกายนี้ได้รับพรสวรรค์ต้านทานพิษทั้งปวงแล้ว บาดแผลทั้งปวงก็หายสนิท ได้รับร่างเทพเจ้ามีความแข็งแรง 7000 เท่า ได้รับพลังปราณ 7,000 ปี

ในวันนี้เองที่ห้าวหลงได้เข้ามาในร่างกายนี้ เนื่องจากร่างกายนี้ขาดจิตวิญญาณนานถึง 30 วันทำให้ความทรงจำบางส่วนขาดหายไป

ขณะนี้ห้าวหลงได้รับข้อมูลมาครบถ้วนแล้ว ตอนนี้เขาจึงสำรวจดูร่างกายนี้ มันดูแตกต่างจากร่างกายเดิมมาก ก่อนนี้เขาจะผอมบางเล็กน้อยและสูงเพียง 160 เซนติเมตร แต่ตอนนี้เขาดูสูงขึ้นอย่างมากน่าจะสูงราวๆ 185-190 เซนติเมตรได้ และกำยำสมส่วนขึ้น แม้จะมีกลิ่นเหม็นจากคราบสกปรกติดอยู่ก็ตาม จนพูดได้ว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้

เขามองลงไปใต้หน้าผาเห็นสระน้ำอยู่ คำนวณดูพบว่าระยะจากจุดที่เขาอยู่ถึงใต้หน้าผานี้น่าจะราวๆ 300 เมตรได้

เขาจึงทดสอบพลังกายภาพดูทันที เขาคิดดูแล้วด้วยร่างกายที่แข็งแรงมากกว่าคนทั่วไป 7000 เท่าการโดดลง 300 เมตรกว่า ลงหน้าผาคงไม่ทำให้บาดเจ็บใดๆ เขาจึงโดดลงหน้าผาทันที

“ตูม”

ใต้หน้าผามีสระน้ำอยู่ สระลึกประมาณ 10 เมตร เขาจมลงก้นสระทันทีและยืนอยู่ที่ก้นสระ สระน้ำเกิดคลื่นขึ้นทันทีสักพักก็สงบลง จึงถือโอกาสนี้อาบน้ำล้างร่างกาย

เมื่ออาบน้ำเสร็จ เขาก็มานั่งที่ขอบสระพลางคิดว่าจะใช้ชีวิตยังไงต่อไปดี

เขาคงกลับโลกไม่ได้ จึงต้องใช้ชีวิตที่โลกนี้ และหากเขายังใช้ชื่อของร่างนี้ว่าหานฉีหลงก็ต้องนำปัญหามาให้แน่นอน เพราะด้วยร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปนี้เป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจะไม่สงสัย เมื่อเกิดความสงสัยก็ต้องสืบหา หากรู้ว่าเขาได้อะไรย่อมต้องมีคนคิดหาผลประโยชน์จากร่างกายนี้แน่นอน จากความทรงจำร่างนี้สำนักมารดาบฟ้ามีการปรุงยาจากเลือดเนื้อร่างกายคนและสัตว์อสูรมากมาย ดังนั้นทางที่ดีต้องไม่กลับไปที่สำนักมารดาบฟ้าอีกต่อไป และเขาต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ ดังนั้นเขาขอใช้ชื่อจากโลกเดิมของเขาว่าห้าวหลงดีกว่า

ประเด็นคือหานฉีหลงเป็นสาวกสำนักมารดาบฟ้าที่ไม่ได้รับการดูแลใดๆมากนัก แม้ตายไปก็ไม่มีใครสนใจหรอก มีเพียงเพื่อนไม่กี่คนที่เป็นสาวกด้วยกันเท่านั้นที่คอยห่วงใยอยู่นิดหน่อย ไม่งั้นเขาหายไปตั้ง 30 วัน กลับไม่มีใครออกตามหาเลย เพราะที่นี้ห่างจากสำนักเพียง 100 กว่าลี้เท่านั้น หากตามหาจริงๆก็พบได้ในไม่กี่วัน

เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ห้าวหลงจึงยืนขึ้นสำรวจพื้นที่ใต้หน้าผาต่อไปเพราะเขาหิวแล้ว

ด้วยร่างกายที่ยังไม่สำเร็จขั้นปราณร่างแก่นทองคำเขายังต้องกินอาหารอยู่ แม้ร่างกายนี้จะเป็นร่างเทพเจ้าแล้ว แต่ก็เป็นเพียงร่างที่ยังไม่บรรลุวิชายุทธถึงขั้นนั้น จริงๆ จึงยังต้องกินอยู่

ใต้หน้าผามีสัตว์อสูรอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง เขาจึงล่าสัตว์อสูรมาตัวหนึ่งมันคือควายกระทิงเขาเดียว สัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นกลาง ที่มีมากมายใต้หน้าผานี้ ด้วยร่างกายนี้จึงล่ามันได้ง่ายๆ

เขาจุดกองไฟอย่างง่ายๆ จากอุปกรณ์ติดตัวที่ทุกคนต้องมีเวลาออกเดินทางไกลและร่างกายนี้ก็มี นั้นคือหินจุดไฟ

ใช้เวลาไม่นานควายกระทิงทั้งตัวก็สุก เขาไม่เรื่องมากฉีกเนื้อขึ้นมากินทันที แม้จะมีกลิ่นคาวอยู่บ้างแต่ก็พอรับได้ เขาจึงกินจนอิ่มแปลกมากที่เขาสามารถกินได้หมดทั้งตัว ทำให้เขานึกถึงโกคุง ในดราก้อนบอลทันที เมื่อนึกขึ้นได้เขาคิดว่าไม่แปลกอะไรด้ายสักภาพของร่างนี้ก็น่าจะพอๆกับโกคุงในดราก้อนบอลได้

หลังกินอิ่มแล้วเขาก็ออกเดินทางต่อไป

เขากำหนดทิศทางจากความทรงจำร่างนี้ มีเมืองมนุษย์ไกลออกไปราวๆ 1000 ลี้ทางทิศเหนือ มีชื่อเมืองว่าเมืองต้าเซียน เมืองนี้มีทั้งคนธรรมดาและผู้ฝึกวิชายุทธอาศัยอยู่ด้วยกัน เขาจึงคิดจะไปอาศัยอยู่ที่เมืองนี้

ระหว่างทางเมื่อเขาหิวก็ล่าสัตว์อสูรมาทำอาหารกิน ใช้เวลาหลายวันในที่สุดเขาก็เห็นตัวเมืองอยู่เบื้องหน้าแล้ว

เมืองมีกำแพงสูงล้อมรอบขนาดของเมืองใหญ่มากๆ เขามองไม่เห็นอีกด้านของเมืองเลย

เขาไปต่อคิวเข้าเมืองกับฝูงชน

เขาสังเกตว่าทุกคนจะถูกหยุดด้วยทหารประจำเมืองและสอบถามที่มาจากนั้นก็จ่ายเงินแล้วเข้ารับแผ่นป้ายจึงเข้าเมืองได้ หากใครมีแผ่นป้ายแล้วก็แสดงให้ดูเพื่อตรวจสอบและก็เข้าเมืองได้

เขาจึงสำรวจดูร่างนี้ว่ามีอะไรในถุงผ้าเขาหรือไม่ จึงพบว่ามีแผ่นป้ายอยู่ แต่เมื่อเขาจะใช้ตัวตนใหม่ เขาจึงไม่หยิบแผ่นป้ายนั้นออกมา แต่หยิบสิ่งของมีค่าอื่นออกมาแทน

สกุลเงินเมืองนี้ใช้เป็น เหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง

เมื่อถึงคิวเขาก็มีทหารหยุดเขาไว้และสอบถาม

“เจ้ามีแผ่นป้ายไหม”

“ไม่มี”

“ชื่ออะไร มาจากไหน มาทำอะไร”

“ชื่อห้าวหลง มาจากหมู่บ้านชาวนานอกเมือง ว่าจะมาอาศัยอยู่ที่นี้หาสำนักฝึกยุทธเข้าเรียน”

“เงิน 5 เหรียญเงิน”

“แพงจัง”

“เจ้าหนู 5 เหรียญเงินเป็นค่าแผ่นป้าย หากเจ้ามีแผ่นป้ายเจ้าจะจ่ายเพียง 50 เหรียญทองแดงเท่านั้น”

“อ้อ ได้”

ห้าวหลงมีเงินไม่มากในถุงผ้า มีเพียง 125 เหรียญเงินเท่านั้น เขานับ 50 เหรียญเงินส่งให้ทหาร แล้วรับแผ่นป้ายมา ตรวจดูจึงพบว่าแผ่นป้ายทำจากวัตถุโลหะทองแดงด้านหนึ่งมีอักษรเขียนว่าต้าเซียน ด้ายหนึ่งมีชื่อว่าห้าวหลงซึ่งเป็นชื่อของเขา อย่าดิดว่าจะปลอมแปลงแผ่นป้ายเพราะมันมีความพิเศษคือลวดลายพื้นหลังอักษรเหล่านี้เป็นอาคมยันต์ที่พิเศษเฉพาะ แผ่นป้ายทุกชิ้นต้องใช้พลังปราณของทหารยามเพื่อเขียนอักษรชื่อผู้มาใหม่ลงไป ทหารยามที่จะใช้พลังปราณลงชื่อได้ก็ต้องมีพลังระดับหนึ่ง

เมื่อได้รับแผ่นป้ายแล้วก็เดินเข้าเมือง

ภายในเมืองต้าเซียนหน้าทางเข้าจะมีผู้มีอาชีพอื่นๆมากมายเพื่อบริการคนเข้าเมืองมาเช่น คนขับรถม้า คนจูงรถ คนงานยกของ คนนำเที่ยวแนะนำสถานที่ต่างๆ

และคนขายสินค้าเบ็ดเตล็ดมากมาย

ห้าวหลงก็ถูกทาบทามเช่นกัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุราวๆ 15-16 ปีรูปร่างผอมเพรียวหน้าตาก็หล่อพอควรเข้ามาหาถามว่า

“สวัสดี ข้าชื่อจางเป่า ท่านต้องการคนนำเที่ยวไหม ข้ารู้จักทุกที่ที่ท่านต้องการไป”

“เอ่อ สวัสดีข้าห้าวหลง คิดราคายังไง”

“ท่านห้าวหลง ท่านอยากไปไหน”

“ก็หาที่พักและหาช่องทางดำเนินชีวิต”

“ท่านจะพักชั่วคราวหรือพักตลอดไป”

“พักตลอดไป”

“ซื้อหรือเช่า”

“เช่า”

“แบบประหยัดหรือไม่”

“ใช่”

“เอาละมีสถานที่หลายแห่งที่เข้าข่าย ภายนอกวงกลมรอบนอกมีบ้านเช่าหลายหลังที่ให้เช่า ราคาอยู่ที่ 2 เหรียญเงินต่อเดือน เช่าเป็นปี อยู่ที่ 20 เหรียญเงินต่อปี เป็นบ้านข้าเอง ข้าสามารถแบ่งห้องให้ท่านเช่าได้อยู่ไม่ไกลจากนี้ หากท่านจะหาที่ถูกกว่านี้ก็มี คือราต่ำสุดที่ 1 เหรียญเงินต่อเดือนเป็นบ้านไม้ไผ่ที่มีพื้นที่จำกัดที่ 5 ตารางวา ใช้นอนได้ ทำอาหารได้ แต่ไม่มีเตียงท่านต้องนอนพื้นไม้ ส่วนบ้านข้ามีเตียงให้และมีลานบ้านเพื่อออกกำลังกายด้วย”

ความทรงจำของร่างนี้ก่อนเข้าสำนักมารดาบฟ้า เขาก็เคยอาศัยอยู่ที่เมืองนี้จึงรู้ว่าที่พักที่จางเป่าเสนอนั้นถูกจริงๆ เขาจึงตอบตกลง

“ตกลง ข้าเช่าบ้านเจ้า 1 ปี 20 เหรียญเงิน”

“งั้น ท่านต้องจ่าย 22 เหรียญเงิน ค่าภาษีด้วย 2 เหรียญเงิน ต่อปี ส่วนค่านำเที่ยวข้าคิด อีก 20 เหรียญทองแดง”

“ตกลง เอาละพาข้าไปที่พักก่อน”

“ตามข้ามา”

จางเป่าพาจ้างหลงเดินทางถึง 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงบ้านของเขา ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเมือง เมื่อถึงบ้านจึงเห็นว่าเป็นบ้านหลังใหญ่มาก เป็นบ้านตระกูลจาง

ระหว่างทาง จางเป่าได้บอกว่าเขาเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลจาง ไม่มีฐานะอะไรในตระกูล ต้องหาเงินเลี้ยงตนเองเมื่ออายุครบ 15 ปีเขาจึงได้บ้านหลังหนึ่งมาครอบครองบ้านหลังนี้ มีห้องนอน 3 ห้อง เขานอนห้องหนึ่ง อีกห้องมีคนเช่าแล้วเป็นชายชราชื่อหวังโม อายุราวๆ 60 ปี เป็นนักพรตที่หากินจากการขายยา เขามีทักษะปรุงยาดีมาก และจางเป่ายังเรียนอยู่ที่สำนักเรียนต้าเซียนจื่อเม่ย เป็นสำนักเรียนประจำเมืองต้าเซียนซึ่งมีหลายแห่งทั่วเมือง และชื่อจะมีคำว่าต้าเซียนนำหน้า เช่นต้าเซียนเป่าจูหลิงซึ่งจ้าวหลงเคยเรียนมาก่อนเข้าสำนักมารดาบฟ้า

“ถึงแล้ว นี้บ้านข้า เข้ามาสิ”

“ภายในบ้านจะมีห้องโถง 1 ห้อง และห้องนอน 3 ห้อง ส่วนห้องน้ำถูกสร้างต่างหากที่หลังบ้านมีห้องน้ำ 2 ห้อง ห้อง 1 ข้าใช้ อีกห้องท่านต้องใช้ร่วมกันกับเฒ่าหวังโม”

“นั้นห้องท่าน”

จางเป่าชี้มือไปทางฝั่งขวามือ

“ห้องกลางเป็นห้องเฒ่าหวังโม ห้องซ้ายเป็นห้องข้า มีอะไรก็เรียกข้าได้ ปกติข้าจะมาพักประมาณ 2 ทุ่มและออกจากบ้านราวๆ 3 โมงเช้าเพื่อไปหาเงินและเรียนหนังสือ ข้าเรียนช่วงเย็นเวลา 14.00 – 17.00 น.”

“หลังจากนี้ข้าขอพักก่อนนะ เจ้าจะทำอะไรก็ไปได้เลย”

ห้าวหลงจ่ายเงิน 22 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดงให้จางเป่าแล้วให้เขาจากไป

ในห้องนอน ห้าวหลงนั่งที่เตียงรวบรวมความคิด จากความทรงจำร่างนี้เขารู้ว่ามีสำนักฝึกยุทธมากมายภายในเมือง ซึ่งเป็นสำนักเล็กๆไม่ใหญ่เท่าสำนักมารดาบฟ้าซึ่งตั้งอยู่นอกเมือง เขาตั้งเป้าหมายจะไม่เข้าสำนักไหนในตอนนี้เพราะความพิเศษของร่างกายนี้ เขาต้องฝึกด้วยตัวเอง ร่างกายนี้ฝึกวิชามารดาบฟ้าซึ่งรวมทั้งการฝึกกำลังภายในและการฝึกดาบพร้อมกัน เดิมฝึกถึงระดับปราณเริ่มต้นชั้น 4 แต่เมื่อได้พลังปราณถึง 7000 ปีเขาก็ทะลุผ่านถึงขั้นปราณแท้จริงขั้น 19 แล้ว อีกเพียงเล็กน้อยเขาก็จะถึงระดับปราณทารกแรกเกิด

ขั้นของพลังยุทธ มีดังนี้ ปราณแรกเริ่ม 19 ชั้น ปราณแท้จริง 19 ชั้น ปราณทารกแรกเกิด 19 ชั้น ปราณร่างแก่นทองคำ 19 ชั้น ปราณวิญญาณแรกเริ่ม 19 ชั้น ปราณวิญญาณต้นกำเนิด 19 ชั้น ปราณเต๋าไม่มีแบ่งชั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจเต๋า ปราณเทพไม่มีแบ่งชั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจร่างเทพ และปราณจักรพรรดิ

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว