เกี่ยวกับนักเขียน
ยินดีต้อนรับสู่โลกของ 'ดินอักษรา' ครับ ผมเชื่อว่าความพยายามและการมุ่งมั่นจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ นิยายของผมสร้างขึ้นเพื่อสร้างกำลังใจและส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้อ่านทุกคน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผมนะครับ"
"สลักรักพยัคฆ์นักการเมืองวิถีทรนง"
จากเด็กขายกล้วยแขกข้างถนนที่ไม่มีใครมองเห็น สู่ พยัคฆ์หนุ่มนักการเมือง ผู้กล้าท้าชนอำนาจรถถัง!
ชีวิตของเขามีเพียงสองอย่างที่ยอมก้มหัวให้... หนึ่งคืออุดมการณ์เพื่อแผ่นดิน และสองคือ "นางฟ้าชุดกาวน์" ผู้เป็นรักแรกและรักเดียวที่สลักลึกในวิญญาณ
เมื่ออำนาจมาพร้อมกับอันตราย และความรักมาพร้อมกับความต่างของวัยและชนชั้น เขาจะใช้ "วิถีทรนง" นี้ปกป้องทั้งชาติและหัวใจของเธอได้อย่างไร?
"เลือดพยัคฆ์อาจจะร้อน... แต่หัวใจที่รักเธอเนื้อนั้นร้อนยิ่งกว่า!"
⚠️ คำเตือนและข้อตกลงในการอ่าน ⚠️
นิยายเรื่อง "สลักรักพยัคฆ์นักการเมืองวิถีทรนง" สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาและตัวละครเกิดจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงบุคคล องค์กร หรือเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น
โปรดใช้พิจารณญาณในการอ่าน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ (NC 20+): มีการบรรยายฉากรักและความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง
ประเด็นทางการเมือง: มีการนำเสนอแง่มุมของการเมือง การปกครอง และเหตุการณ์สมมติ
พฤติกรรมและความรุนแรง: ตัวละครอาจมีการใช้ภาษาที่ดุดัน หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในบางสถานการณ์ตามลักษณะนิสัยของตัวละคร
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
ด้วยความเคารพนักอ่านทุกท่าน
ดิน อักษราสลักรักพยัคฆ์นักการเมือง วิถีทรนง
ตอนที่ 1: ใต้เงา Bentley และกลิ่นแกงทอดกล้วย
[บทนำ: หยาดเหงื่อก่อนแสงตะวัน]
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า ดังขึ้นในเวลาตีสี่ตรงเป๊ะ ปอนด์ลืมตาขึ้นในความมืดมิดของห้องเช่ารูหนูที่มีเพียงพัดลมเพดานส่งเสียงดัง แต็กๆ ลมที่พัดออกมามีแต่ไอร้อนและความชื้น
เด็กชายวัย 13 ปีลุกขึ้นอย่างไม่อิดออด เขาชินแล้วกับวงจรชีวิตแบบนี้ เขาเดินไปที่เตียงข้างๆ เห็นป้าแพงนอนขดตัวอยู่ด้วยความเหนื่อยล้า
“แม่ครับ... ตื่นเถอะครับ เดี๋ยวไปตลาดสาย ของจะหมดก่อน” ปอนด์กระซิบพลางบีบนวดที่ไหล่ให้แม่เบาๆ เพื่อเป็นการปลุก
ป้าแพงลืมตาขึ้นมองลูกชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ปนความรู้สึกผิดที่ต้องดึงลูกมาร่วมลำบากในวัยที่ควรจะได้หลับสบาย
ที่ตลาดสดตอนเช้ามืด คือสมรภูมิแรกของวัน ปอนด์ต้องรับหน้าที่แบกกระสอบแป้งและกล้วยน้ำว้าดิบเครือใหญ่ขึ้นบ่า ร่างกายที่เริ่มยืดขยายตามวัยรุ่นซ่อนมัดกล้ามเนื้อจากการตรากตรำทำงานหนักไว้ภายใต้เสื้อยืดคอกลมตัวเก่งที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้างและหยาดเหงื่อ
“กล้วยเครือนี้เท่าไหร่ครับน้า?” ปอนด์ถามแม่ค้าคนกลางที่กำลัง...
กล้วยเครือนี้เท่าไหร่ครับน้า?” ปอนด์ถามแม่ค้าคนกลางที่กำลังทำหน้าขี้เหวี่ยง
“ร้อยห้าสิบ! จะเอาก็เอา ไม่เอาก็ถอยไปไอ้หนู คนอื่นรอคิวอยู่”
ปอนด์จ้องมองกล้วยเครือนั้นนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “น้าครับ... กล้วยเครือนี้มันเริ่มช้ำแล้วนะครับ ขนส่งมาไม่ดีแน่ๆ แถมลูกยังเล็กกว่ารอบก่อน ถ้าผมรับไปร้อยห้าสิบ กำไรของแม่ผมจะหายไปเกือบครึ่ง... ผมขอร้อยยี่สิบ แล้วผมจะช่วยน้ายกของลงจากรถกระบะคันนั้นให้หมดเลย ดีไหมครับ?”
วาทะที่ฉลาดหลักแหลมและการต่อรองที่ยื่นข้อเสนอ “แรงงาน” แลกกับ “ราคา” ทำให้แม่ค้าใจอ่อนลง ปอนด์ยิ้มในใจ... นี่คือบทเรียนแรกของวัน
‘อำนาจต่อรองไม่ได้อยู่ที่เสียงดัง แต่อยู่ที่ว่าเรามีสิ่งที่มีค่าพอที่เขาจะต้องการ’
[รสชาติของหยาดเหงื่อและคราบน้ำมัน]
ไอความร้อนจากถนนคอนกรีตเต้นระยิบระยับราวกับจะแผดเผา...
นิยายของ ดินอักษรา
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นปักหมุด
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
รายงาน


