เย่จือ มีบิดาเป็นถึงแม่ทัพสวรรค์ที่เก่งกาจ ส่วนมารดานั้นเป็นมารที่บำเพ็ญเพียรจนบรรลุเป็นเทพได้สำเร็จ ครั้งที่บิดาและมารดาของเย่จือยังมีชีวิตอยู่นั้นได้ร่วมมือกันหลายครั้งในภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากองค์เง็กเซียน ด้วยความใกล้ชิดบ่อยครั้งนี้จึงทำให้ทั้งสองพึงใจกัน จนตัดสินใจที่จะบำเพ็ญเพียรร่วมกัน จนมีเย่จือเกิดขึ้นมา แต่ทั้งสองก็ไม่ได้อยู่ดูเย่จือเติบโต เพราะครั้งที่แดนสวรรค์เผชิญกับมหัตภัยร้าย ทั้งสองท่านได้สละตบะบำเพ็ญเพียรทั้งหมดจึงสามารถต้านกับมหัตภัยร้ายในครั้งนั้นเอาไว้ได้
แต่การยอมเสียสละตบะบำเพ็ญเพียรทั้งหมดไปนั้นย่อมเกิดจากการหลอมดวงจิตเข้ากับตบะ เมื่อดวงจิตแตกดับย่อมหมายถึงการสูญสลายไป ด้วยเหตุนี้เย่จือจึงต้องกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่ยังเด็ก
“อาจือ ป้าตรวจพบเศษเสี้ยวดวงจิตของบิดามารดาของเจ้า” เสียงของสตรีผู้หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยความเอ็นดู
“อยู่ที่ใดหรือขอรับท่านป้า” เย่จือถามออกมาด้วยความตื่นเต้น
“โลกมนุษย์” สตรีนางนั้นบอกไปตามตรง
สตรีผู้นั้นวาดมือไปในอากาศทำให้เย่จือเห็นบุรุษและสตรีซึ่งทั้งสองอยู่กันคนละดินแดน และตอนนี้ดินแดนทั้งสองก็ยังเป็นศัตรูกันอีกด้วย แต่บุรุษและสตรีที่เย่จือเห็นนั้นมีใบหน้าเหมือนบิดามารดาของเขาที่จากไปยิ่งนัก
“อาจือเจ้าจงลงไปนำดวงจิตของทั้งสองคนกลับมายังแดนสวรรค์ เพื่อรอเวลาฟื้นคืนมาอีกครั้ง แต่การนำดวงจิตมานั้นต้องรอให้ทั้งสองสิ้นอายุขัยเสียก่อน มิเช่นนั้นเศษเสี้ยวของดวงจิตจะแตกสลายและไม่อาจนำมาหลอมขึ้นใหม่ได้อีก” สตรีนางนั้นเน้นย้ำเรื่องสำคัญ
“อาจือเข้าใจแล้วขอรับ อาจือจะไปนำเศษเสี้ยวดวงจิตของท่านพ่อและท่านแม่กลับมาขอรับ” เย่จือบอกอย่างมาดมั่น
สิ้นเสียงของเย่จือก็มีแสงสีทองล้อมรอบกายของเย่จือจากนั้นร่างของเย่จือก็หายไปจากตรงนั้น
แสงสีทองพุ่งลงจาท้องฟ้าลงมายังโลกมนุษย์แล้วเข้าไปร่างหนึ่งที่นอนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกลงมา ร่างนี้มีนามว่า ลู่จิว ซึ่งเป็นเพียงขอทานน้อย ที่ไร้ซึ่งวาสนา เขานอนสิ้นลมหายใจไปเพราะความหิว แต่นับจากนี้ร่างของลู่จิวคือร่างประทับชั่วคราวของกึ่งเทพกึ่งมารที่มีนามว่าเย่จือ
‘อาจือ อีกไม่นานบิดาของเจ้าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เจ้าจงรออย่างอดทน’ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของลู่จิว
ด้วยเหตุนี้เย่จือในร่างของลู่จิว จึงต้องสวมบทบาทเป็นเพียงขอทานน้อยต่อไป
‘แม้ตัวข้าต้องต่ำต้อยยิ่งกว่าการเป็นขอทาน ข้ายอมรับได้ทั้งนั้น ขอเพียงข้านำเศษเสี้ยวดวงจิตของท่านพ่อและท่านแม่กลับไปให้ได้ก็เพียงพอแล้ว’ เย่จือในร่างของลู่จิวบอกกับตนเอง
“จากนี้นามของข้าคือลู่จิว” เย่จือเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา
โปรดติดตาม><
