คืนที่รินลดาปิดบริษัทของตัวเอง
เธอเพิ่งรู้ว่า คนที่ทำให้ชีวิตเธอพังที่สุด…ไม่ใช่ศัตรูแต่คือคนที่เธอไว้ใจที่สุด ลายเซ็นของเธออยู่บนเอกสารตรงหน้ากระดาษไม่กี่แผ่นที่ทำให้บริษัทซึ่งสร้างมากว่าสิบปี หายไปในพริบตา ฝนตกหนักด้านนอกกระจก เสียงฟ้าร้องดังกลบความเงียบในห้องทำงาน รินลดานั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
“จบแล้วสินะ…”
จากเจ้าของบริษัท
เธอกลายเป็นคนที่มีแต่หนี้ในคืนเดียว
หุ้นส่วนที่ไว้ใจหายตัวไป
ลูกค้าถูกดึงไปหมด
และชื่อเสียงที่สร้างมา…ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลืออะไร
ไม่มีใครรู้ว่า ก่อนจะทำบริษัทตกแต่งภายใน
รินลดาเคยมีความฝันอีกอย่างหนึ่ง
ความฝันที่ดูไร้สาระในสายตาของหลายคน
เธออยากเป็น “นักเขียน”
ไม่ใช่นักเขียนดัง
แค่คนที่มีใครสักคนรออ่านงานของเธอ
แต่ชีวิตจริงไม่มีพื้นที่สำหรับความฝันแบบนั้น
เธอจึงเลือกเส้นทางที่มั่นคงกว่า
ทำธุรกิจ
หาเงิน
และบอกตัวเองเสมอว่า
“ความฝันค่อยเอาไว้ทีหลัง”
สุดท้าย
ทีหลัง…ก็ไม่เคยมาถึง
คืนนั้นหลังจากกลับถึงบ้าน
รินลดาค้นกล่องเก่า ๆ เพื่อทิ้งของ
จนเจอสมุดปกแข็งเล่มหนึ่ง
ไดอารี่ตอนอายุสิบแปด เธอเปิดมันอย่างไม่ได้ตั้งใจ
หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือเด็กสาวคนหนึ่ง
ที่เชื่อว่าโลกนี้ยังเต็มไปด้วยโอกาส
“ถ้าวันหนึ่งชีวิตฉันพังจริง ๆ
ฉันอยากเริ่มใหม่
และเขียนเรื่องราวของตัวเองให้ดีกว่านี้”
รินลดาหยุดอ่านตรงนั้น
เพราะมันเหมือนคำทำนาย
ชีวิตของเธอ…พังจริง ๆ แล้ว
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไห
แต่ตอนที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
เสียงระฆังก็ดังขึ้น
รินลดามองไปรอบ ๆ อย่างสับสน
โต๊ะไม้เก่า
ห้องเรียน
ผทีู่้คนกำลังเดินผ่านไปมา
ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่กระจกหน้าต่าง
ผู้หญิงที่สะท้อนอยู่ในนั้น
คือเด็กสาววัยสิบกว่า
ไม่ใช่หญิงวัยสี่สิบที่เพิ่งล้มเหลวในชีวิต
หัวใจของรินลดาเต้นแรงเพราะเธอจำวันนี้ได้ดี
นี่คือวันแรกเมื่อสิบห้าปีก่อน
วันที่เธอยังมีทุกอย่าง
และครั้งนี้เธอรู้แล้วว่า
อนาคตกำลังจะพังลงอย่างไร
ดังนั้น
ชีวิตครั้งที่สองนี้
เธอจะเขียนมันใหม่ด้วยตัวเอง