เวโรนิก้า หญิงสาวที่ก้าวเข้าสู่โลกกลางคืนและทำงานในสถานที่ที่ผู้หญิงใช้เสน่ห์เพื่อเอาตัวรอดในสังคมของคนมีอำนาจ โดยมีคามิล่าและผู้มีอิทธิพลหลายคนคอยชี้นำให้เธอเรียนรู้กฎของโลกนั้น จนเธอได้พบกับเดวิด ชายผู้มั่งคั่งที่เข้ามามีบทบาทในชีวิต ทำให้เวโรนิก้าทั้งหวั่นไหวและสับสนระหว่างความรู้สึกกับผลประโยชน์
ต่อมาเธอเริ่มสงสัยตัวตนและชีวิตจริงของเขา จึงแอบค้นหาความจริงและพบหลักฐานว่าเดวิดมีครอบครัวอยู่แล้ว ทำให้เธอต้องเผชิญความจริงอันเจ็บปวดและตระหนักว่าตนไม่ต้องการเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกครอบครองอีกต่อไป เวโรนิก้าจึงค่อย ๆ เปลี่ยนตัวเอง เลือกควบคุมชีวิตและเงื่อนไขของตัวเอง ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจ
จนในที่สุดเธอกลายเป็นหญิงที่มีอิทธิพลในวงสังคมชั้นสูงในชื่อ “มาดามวิด้า” ผู้ที่สามารถเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้ และทิ้งอดีตอันเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง ขณะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจและอิสรภาพที่เธอสร้างขึ้นด้วยตัวเอง
----------
----------

ห้องทำงานของมาดามวิด้ายังคงงดงามราวภาพวาดจากยุคฟุ้งฝัน แสงแดดอ่อนยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางตกกระทบลงบนพรมทอมือ มาดามวิด้ายืนพิงกรอบหน้าต่าง ร่างในเดรสไหมดำขลับแนบเนื้อราวเงาพระจันทร์ ดวงตาสะท้อนแสงระยิบระยับของคริสตัลเหนือเพดานอย่างเฉื่อยชาในขณะที่มือเรียวกำลังหมุนข้อมือเปิดขวดแชมเปญด้วยท่วงท่าสง่างามราวนักแสดงบนเวที
เสียง “ป็อป!” ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล ฟองฟู่ของเหลวสีทองไหลล้นออกจากปากขวดเล็กน้อย ก่อนจะถูกเทลงในแก้วคริสตัลทรงสูงด้วยมือเรียวขาวที่มั่นคง
“มาดามคะ?”
เสียงของลิลี่ เด็กสาวรุ่นใหม่ในสังกัดที่เพิ่งอายุยี่สิบต้น ๆ เอ่ยขึ้นอย่างลังเลเล็กน้อยขณะปรากฏตัวอยู่ที่ประตู เธอเข้ามารับ ‘งาน’ ที่มาดามจะมอบหมายให้ หญิงสาวหยุดยืนอย่างงุนงงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า มาดามผู้เยือกเย็นในยามปกติ บัดนี้กลับกำลังถือแก้วแชมเปญอยู่ในมือ...พร้อมรอยยิ้มแปลกประหลาดบนใบหน้า
มาดามวิด้าเหลือบตาขึ้นจากแก้วเครื่องดื่ม สีหน้าของเธอเรียบเฉย ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ปนเหงาในแบบที่คนอย่างลิลี่ไม่อาจอ่านได้ทะลุ
“วันนี้มีอะไรเป็นพิเศษหรือคะ?” ลิลี่ถามอย่างสุภาพ พลางมองแชมเปญในมืออีกฝ่ายด้วยความสงสัย เธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาดที่คละคลุ้ง
มาดามยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงแผ่วด้วยรอยยิ้มมุมปากที่คล้ายจะเย้ยหยันใครบางคน “ก็แค่…มีคนที่ฉันเคยรู้จักตายจากไปเท่านั้นเอง”
“…คนสำคัญหรือคะ?”
“ไม่เชิงหรอก” มาดามวิด้าตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาคมเจือประกายขมขื่นที่ไม่มีใครเข้าใจ “แค่คนที่เคยคิดว่าตัวเองจะอยู่เหนือฉันตลอดไปน่ะ”
หญิงวัยกลางคนยกแก้วขึ้นอีกครั้ง จ้องฟองเล็ก ๆ ที่ลอยวนขึ้นจากก้นแก้วอย่างแช่มช้า “บางครั้ง การตายของใครบางคน ก็ไม่ใช่เรื่องเศร้าเสมอไปหรอกสาวน้อย...”
เธอวางแก้วลงบนโต๊ะซึ่งมีหนังสือพิมพ์วางอยู่แล้วฉบับหนึ่ง มันเป็นฉบับของวันนี้ที่เปิดค้างไว้รอการกลับมาอ่าน มาดามวิด้าหยิบบุหรี่มวนบางขึ้นจุดอย่างละเมียดละไม แววตาที่ทอดมองไกลออกไปนอกหน้าต่าง...ราวกับเห็นเงาอดีตอันไกลโพ้น
ดวงตาของลิลี่ยังแฝงความงุนงงขึ้นเล็กน้อย “…แล้วมาดามก็มาฉลองด้วยแชมเปญงั้นหรือคะ?”
มาดามหัวเราะในลำคอกับความใสซื่อของหญิงสาว เธอหันไปสบตาลิลี่ ท่ามกลางความเงียบที่ราวกับเวลาหยุดนิ่งแล้วยกแก้วขึ้นจิบของเหลวสีทองแล้วกลืนนิ่ง ๆ ก่อนเปล่งเสียงเบาแต่ชัดเจน
“บางครั้ง ความตายก็มาในรูปแบบที่หวานเสียจนต้องเปิดแชมเปญเฉลิมฉลองเชียวล่ะ…”
