สามปีให้หลัง
0
ตอน
7
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
0
เพิ่มลงคลัง
คำเตือนเนื้อหา
คำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องอาจมีการสปอยล์ถึงเนื้อเรื่องหลัก
ชายคนหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางกลับมาที่ร้านกาแฟริมสถานีรถไฟในวันครบรอบสามปีของคำสัญญา เขามาช้าไปเพียงสองสัปดาห์ และวันนี้เป็นวันฝังศพของหญิงสาวที่เคยนั่งรอเขา “ผมกลับมาตรงเวลา…แต่เธอไม่อยู่แล้ว”

เสียงฝนตกกระทบหลังคาร้านกาแฟเล็กๆ ริมทางรถไฟดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังนับเวลาถอยหลังของบางสิ่ง เจ้าของร้านกาแฟ มีอา สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของ เธอทำทุกขั้นตอนเองเกือบทุกอย่างทั้งการชงกาแฟและการตกแต่งร้านกลายเป็นร้าน ที่มีอากับเขาเคยนั่งด้วยกันแทบทุกวันศุกร์ โต๊ะตัวเดิม มุมกระจกบานเดิม และวิวรางรถไฟที่ทอดยาวหายไปในหมอกฝน กับวิวดอกไม้นอกกระจก ดอกกันตาฝน ดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ ที่จะบานเฉพาะช่วงฝนตกหนักในเดือนสุดท้ายของฤดูฝนจะบานแค่ 3 วัน แล้วร่วงหมด เขาเคยให้ดอกไม้นี้กับมีอา เธอจึงปลูกมันไว้ข้างๆร้านกาแฟ

วันนี้บรรยากาศในร้านค่อนข้างเงียบ โทรศัพท์บนโต๊ะสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ข้อความล่าสุดจาก “ทรัส” ยังอยู่ที่เดิม

“เราคงไปต่อด้วยกันไม่ได้แล้วมีอา ขอโทษจริง ๆ” สั้น แห้งแล้ง และจบลงเหมือนฤดูฝนที่กำลังจะผ่านพ้น เธอไม่ได้ตอบกลับ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะไม่รู้จะรั้งไว้ยังไง คนที่หัวใจตัดสินใจเดินออกไปแล้ว คำพูดของเธอคงไม่มีน้ำหนักพอจะฉุดไว้ได้

ประตูร้านดังกรุ๊งกริ๊ง! มีอาเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว และทรัสก็ยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชื้นเล็กน้อย ผมยุ่งเพราะลมฝน ดวงตาคู่เดิมที่เธอเคยมองแล้วรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกปั่นป่วน

“ฉันคิดว่าเราต้องคุยกัน” ทรัสพูดเบา ๆ หัวใจของมีอาเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง

“ข้อความนั้น…หมายความว่ายังไง” มีอาถาม ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว ทรัสนั่งลงตรงข้าม สูดหายใจลึก

“ฉันต้องย้ายไปต่างประเทศกะทันหัน ประมาณสามปี ฉันไม่อยากผูกเธอไว้กับคนที่ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่”

สามปี คำสั้น ๆ แต่ยาวนานพอจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้

มีอายิ้มบาง ๆ “แล้วนายคิดว่าการหายไปแบบนี้ มันจะเจ็บน้อยกว่าการบอกตรง ๆ เหรอ”

ทรัสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “ฉันแค่กลัว…กลัวว่าเธอจะรอ” ฝนด้านนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำตกจากชายคามีอามองเขานิ่ง ๆ แล้วพูดช้า ๆ ชัดเจน

“ถ้าฉันจะรอ มันควรเป็นการตัดสินใจของฉัน ไม่ใช่นายเลือกแทน”คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของทรัสสั่นไหว

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาจากปากทั้งนั้น ทรัสนั่งหายใจนิ่งๆดวงตามองแก้วกาแฟ มีอามองออกไปนอกหน้าต่าง มองดอกกันตาฝน ภายในใจคิดฟุ้งซ่านว่าเขากำลังนอกใจเธอจนกระทั่งเสียงประกาศขบวนรถไฟเที่ยวเย็นดังขึ้น 

ทรัสลุกขึ้นก่อน “ฉันต้องไปแล้ว” 

มินตรายืนตาม ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันใกล้เกินกว่าจะไม่รู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย “สามปี” เธอพูดเบา ๆ “ถ้าครบสามปีแล้ว ดอกกันตาฝนร่วงครั้งที่ 3 นับจากนี้ นายยังกลับมาที่ร้านนี้…ฉันจะยังนั่งอยู่ที่เดิม”

ทรัสยิ้มทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ “ฉันสัญญา” เขาก้าวออกจากร้าน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฝนจาง ๆ และหัวใจที่ยังเต้นแรงในอกเธอ

มีอากลับมานั่งที่เดิม มองรางรถไฟที่ทอดยาวสุดสายตาฤดูฝนกำลังจะจบลง น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มอัตโนมัติจากที่กลั้นอยู่นาน มีอากลั้นเสียงสะอื้นอยู่ที่มุมโต๊ะตัวเดิม ความรู้สึกที่เหมือนโดนบีบหัวใจให้ตาย มันทรมานเหลือเกิน

แต่บางที…การรอคอยของเธออาจเพิ่งเริ่มต้น เธอไม่เคยนับวัน ไม่มองปฏิทิน ไม่พูดกับใคร แต่ร่างกายเธอสามารถจำได้เอง ทุกครั้งที่ฝนตกหนักในช่วงปลายปี หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยเหมือนมันรู้ว่าใกล้ถึงเวลานัดหมายที่ไม่มีมีรับประดันว่าจะเกิดขึ้นจริง สามปีไม่ใช้เวลาสั้นๆ 

ปีแรก มีอามีความหวังอยู่เต็มอก ทุกเสียงการแจ้งเตือนทำให้เธอรีบคว้ามาดู ทุกครั้งที่ประตูร้านเปิดออก เธอจะเงยหน้าขึ้นทันที แม้สุดท้ายแล้วจะเป็นเพียงลูกค้าคนอื่น

ปีที่สอง ความหวังเริ่มเงียบลง เธอเลิกคาดหวังข้อความจากทรัส เลิกจินตนาการฉากการกลับมาพบกัน แต่เธอยังนั่งโต๊ะเดิมทุกวันศุกร์ของฤดูฝน เผื่อเขาเปลี่ยนใจกลับมาก่อนเวลา

ปีที่สาม การรอคอยเริ่มไม่ใช่ความหวังอีกต่อไป มันกลายเป็นนิสัย เป็นบางอย่างที่ฝังอยู่ในชีวิตเหมือนเงา มีอาใช้ชีวิตตามปกติ ทำงาน หัวเราะกับเพื่อนๆ แต่ลึกลงไปในใจของเธอ ไม่มีพื้นที่ว่างให้ใครคนอื่นเข้ามาได้เลย ไม่มีใครที่สามารถแตะต้องได้เลยนอกจากทรัส

ทุกครั้งที่เห็นต้นกันตาฝนเริ่มแตกดอก หัวใจถูกบีบรัดช้าๆ กลีบสีขาวเล็กๆบานรับสายฝนอย่างเงียบงัน เหมือนมีเพียงเธอคนเดียวที่สามารถมองเห็นได้ก่อนใคร

คืนนึงในร้าน มีอานั่งอยู่คนเดียวมองต้นกันตาฝนที่บานเต็มที่

“อีกไม่นานก็ครบแล้วนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ไม่รู้ตัวว่าอยากให้เขากลับมา หรืออยากให้ครบกำหนดเสียที เพื่อที่เธอจะได้หยุดทุกอย่างอย่างเป็นทางการ เพราะในระหว่างสามปีที่ผ่านมา ไม่มีข้อความ หรือการติอต่อใดๆส่งมาทั้งสิ้น แต่เหตุใดเธอยังรอ มีอาไม่สามารถหาคำตอบนั้นให้กับตัวเองได้เลย กับคนที่ตั้งใจจากไปอย่างไร้เยื่อใย แต่กลับให้คำสัญญาว่าจะกลับมา การรอคอยที่ทรมานที่สุด ไม่ใช่การไม่รู้ว่าเขาจะมาไหม แต่คือการไม่รู้ว่า ถ้าเขาไม่มา... เธอยังจะสามารถเป็นคนใหม่ได้ไหม

บางคืนเธอฝันว่าทรัสเดินเข้ามาในร้านยิ้มให้เธอเหมือนเดิมและทุกครั้งที่ตื่นมา มีอาจะนิ่งอยู่บนเตียงไม่กล้าลืมตา เพราะความจริงเจ็บกว่าความฝันเสมอ เธอเลือกรอเขาเสมอ หรือรอตัวเองยอมรับความจริงให้ได้ มีอายังตอบคำถามตัวเองไม่ได้สักที

มีอาเดินออกจากร้านมาดูดอกกันตาฝน เธอยืนมองมันอยู่นาน “พรุ่งนี้ก็คงร่วงหมดแล้ว...” มีอาพึมพำเบาๆ ลมหอบฝนสาดเข้ามาเปียกชายกระโปรง เธอกอดอกแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจกางร่มแล้วก้าวลงจากฟุตบาท ถนนเบื้องหน้าเปียกลื่น โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นหนึ่งครั้ง หัวใจเธอสะดุดพร้อมกับฝีเท้าแม้จะบอกตัวเองว่าเลิกหวังแล้ว แต่ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าความคิดเสมอ เธอหยุดกลางถนนรีบล้วงโทรศัพท์ออกมา หน้าจอสว่างกลางสายฝนปรอยๆ ไม่ใช่เขา.... เป็นเพียงโฆษณาทั่วไป 

มีอายิ้มให้กับความโง่ของตัวเอง หยดน้ำตาไหลมาปะปนกับสายฝนโดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ 

เสียงแตรรถดังขึ้นใกล้ๆ เธอเงยหน้าขึ้นช้าไป ไฟหน้ารถสองดวงพุ่งตรงเข้ามา แสงสีขาวจ้าแสบตาในความมืด เสียงเบรกเสียดสีกับพื้นถนนที่เปียกดังยาว ลื่นไถล ช่วงเสี้ยววินาทีนั้น เวลาเหมือนถูกยืดออกอย่างผิดธรรมชาติ

เธอคิดถึงโต๊ะมุมกระจกในร้านกาแฟ

คิดถึงต้นกันตาฝน

คิดถึงคำสัญญาที่กำลังจะครบกำหนด

คิดถึงเขา.....ทรัส กำลังชิมกาแฟลาเต้อาร์ตที่เธอฝึกทำตอนเปิดร้านใหม่ๆ ตอนที่เขาหลับตาพริ้มพิจารณารสกาแฟของเธอ

“พรุ่งนี้.........” คำพูดสุดท้ายหลุดออกมาแผ่วเบา

โครม!!!!!! 

แรงกระแทกทำให้ร่มหลุดจากมือ มันกลิ้งไปตามพื้นถนนพร้อมกับกลีบดอกกันตาฝนที่ปลิวว่อน ความเจ็บแทรกมาทั่วร่างกายเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เลือดสีแดงแผ่ออกมาตรงศีรษะกระจายทั่วพื้นถนน ไม่นานร่ายกายของเธอปิดสวิตซ์ 

ไม่มีใครรู้ว่าเธอเฝ้ามองดอกกันตาฝนผลิบานเป็นปีสุดท้าย…

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทรัสลากกระเป๋าเดินลงมาจากแท็กซี่ หน้าสถานีรถไฟที่คุ้นเคย สามปีเต็มที่เขารับวันถอยหลัง ย้ำกับตัวเองว่าจะกลับมาให้ทันตามสัญญา ร้านกาแฟเล็กๆของเธอยังอยู่ที่เดิม ไฟในร้านเปิดสว่าง ยังอบอุ่นเหมือนในความทรงจำ หัวใจเขาเต้นแรงกว่าตอนที่เขาผ่าตัดรักษาโรคที่ปิดบังเธอไว้เสียอีก ทรัสเปิดประตูเข้าไป กลิ่นกาแฟหอมอบอวลเหมือนเดิม โต๊ะมุมกระจกเหมือนเดิม แต่เก้าอี้อีกฝั่งนึง ที่ประจำของเธอกลับว่างเปล่า ไม่มีใครนั่งอยู่

“เจ้าของร้านยังไม่ตื่นสินะ” ทรัสยิ้มบางๆ เพราะภาพจำต่อมีอาเป็นคนขี้เซา

“รับอะไรดีคะ” ทรัสหันไปตอบโดยไม่ทันคิด “ลาเต้ร้อน หวานน้อย เพิ่มช็อตครับ” พนักงานในร้านชะงักเล็กน้อย ก่อนมองหน้าเขานานกว่าปกติ

“คุณชื่อ...ทรัส หรือเปล่าค่ะ” 

หัวใจทรัสกระตุกวูบ รู้สึกบรรยากาศในร้านเงียบลงอย่างประหลาด

“มีอาเธอเอารูปคุณให้พวกเราดู เผื่อตอนเธอไม่อยู่ไปซื้อของ ให้โทรบอกเธอทันที และให้ชงกาแฟลาเต้ร้อน หวานน้อย เพิ่มช็อตให้คุณค่ะ” เธอหยุดเว้นจังหวะพูด สีหน้าเศร้าหมองอย่างชัดเจน “เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอประสบอุบัติเหตุ” โลกทั้งใบของทรัสดับวูบ

“เธอกำลังกลับมา วันนั้นฝนตกแบบนี้เลยค่ะ” เสียงฝนที่โรแมนติก กลายเป็นเสียงที่ฟังดูโหดร้านในทันที

ทรัสยืนตัวแข็งทื่อ สมองปฏิเสธทุกคำที่ได้ยิน

“วันก่อนเกินเหตุ มีอาพูดกับฉันว่า ‘ถ้าเขากลับมา ฉันอยากให้เขาเห็นว่าฉันรักษาสัญญา’ เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟมาให้นะคะ” เธอพูดจบและเดินออกไป

ทรัสเดินไปนั่งที่โต๊ะมุมกระจก เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า

สามปีที่เขาคิดว่าตัวเองเสียสละ ให้เธอไปเจอคนที่ดี มากว่าต้องมาดูแลคนป่วยแบบเขา กลายเป็นสามปีที่เธอรักษาสัญญาเพียงลำพัง

“ฉันกลับมาแล้วนะ มีอา...” เสียงกระซิบของทรัสถูกกลืนหายไปกับสายฝน แต่ครั้งนี้ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมาตอบ น้ำตาค่อยๆไหลออกมาตามอาการ ที่รับรู้ได้ว่า ไม่มีเธออยู่บนโลกนี้แล้ว

รถไฟขบวนเย็นนี้แล่นผ่านสถานีไป เหมือนวันที่เขาจากไป และเหมือนวันที่เธอจากไป โต๊ะมุมกระจกตัวนี้ไม่มีวันนั่งครบสองฝั่งอีกแล้ว...

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว