ชูซินเหยียนลืมตาตื่นจากการบำเพ็ญเพียรอันยาวนาน เพื่อเลือนระดับพลังของนางคือการโคจรของฟ้าดินหนึ่งหมื่นปี
เมื่อพลังวิญญาณที่โอบล้อมรอบกายค่อย ๆ สลาย ออกจากถ้ำที่ใช้ฝึก นางกวาดสายตามองโลกภายนอกและพบว่าแผ่นดินนี้มิใช่แผ่นดินเดิมอีกต่อไป
กาลเวลาได้กลืนกินทุกสิ่ง
สหายเก่า ศัตรูเก่า ผู้มีพระคุณ และผู้เคยช่วงชิง ต่างล้มหายตายจากไปตามวัฏจักร เหลือเพียงน้องชายสายเลือดเดียวกัน…หลานชายที่นางไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าในอดีต
โลกที่เคยเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญเพียรทรงพลัง บัดนี้กลับเงียบเหงา พลังวิญญาณระหว่างฟ้าดินเบาบางราวสายหมอกใกล้สลาย ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่พลังอ่อนด้อย
ผู้มีรากวิญญาณ…กลับมีจำนวนน้อยกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
ยุคสมัยเปลี่ยนผัน มรดกแห่งการฝึกตนขาดช่วง เคล็ดวิชาโบราณสูญหายไปกับเถ้าธุลีแห่งกาลเวลา
นางเงยหน้ามองท้องฟ้า แววตาสงบนิ่งแต่ลึกล้ำ
“พลังวิญญาณแห่งโลกนี้ร่อยหรอถึงเพียงนี้… มิน่าเล่าผู้คนจึงอ่อนแอ”
น้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าภายในกลับซ่อนคลื่นลม
แต่เมื่อฟื้นคืน โลกกลับเสื่อมถอย
ทว่าความเสื่อมถอยของโลก มิใช่ความเสื่อมถอยของนาง
พลังที่สั่งสมตลอดหนึ่งหมื่นปีมิได้สูญเปล่า ตรงกันข้าม มันลึกซึ้งและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าอดีตหลายเท่า
“ในเมื่อฟ้าดินอ่อนแรง… เช่นนั้นข้าจะเป็นผู้หนุนฟ้าดินขึ้นใหม่”
นางหมุนกายช้า ๆ ชายอาภรณ์พลิ้วไหวราวเมฆา
“ตระกูลชูจะไม่เป็นเพียงตระกูลเล็กในยุคเสื่อมถอยนี้อีกต่อไป”
นางจะรวบรวมพลังวิญญาณ
ฟื้นฟูรากฐาน
ชุบชีวิตเคล็ดวิชาโบราณ
สร้างผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นใหม่ให้ก้าวข้ามข้อจำกัดแห่งยุคสมัย
จากตระกูลหนึ่ง…สู่ศูนย์กลางแห่งการฟื้นคืนพลังวิญญาณของทั้งแผ่นดิน
แววตาของชูซินเหยียนทอประกายเย็นเยียบ ทว่าเปี่ยมด้วยความแน่วแน่
“หนึ่งหมื่นปีผ่านไปก็แล้วอย่างไร”
“ตราบใดที่ข้ายังอยู่… ยุคใหม่ย่อมเริ่มต้นได้”
