ในอดีต ข้าเคยโง่งมมองไม่ออก ไม่เอะใจแม้แต่น้อย เพราะความรักที่มีให้กับพวกเขา จะหันกลับมาทำร้ายนาง
เพิ่งมารู้ตอนหลัง ก็สายไปเสียแล้ว ถูกสามีและน้องสาววางแผนร้าย กล่าวหาใส่ร้ายว่าสมรู้ร่วมคิดข้อหากบฏ มิหนำซ้ำยังถูกหักขา ช่วงสุดท้ายกลับประทานสุราพิษให้ดื่ม
ความเจ็บปวดครั้งนี้ยากเกินเยียวยา ไม่คิดว่าจะได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่านางจะเป็นฝ่ายแก้แค้นพวกเขาให้สาสม
บทตัวอย่าง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วตำหนักเย็น เสิ่นลู่ชิง นอนหายใจรินรินอยู่บนพื้นที่เย็นเยือก ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่ามัว เพราะความเจ็บปวดขาของนางถูกหักทิ้งทั้งสองข้างด้วยน้ำมือของคนที่นางรักสุด
"ฝ่าบาท ทำเช่นนี้กับหม่อมฉันได้อย่างไร" เสิ่นลู่ชิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแห่งความเจ็บปวด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางใช้บารมีของบิดาและสติปัญญาของนางช่วยให้จ้าวอวี้ได้ขึ้นครองราชย์
ไม่คิดว่าการที่นางพยายามจะแหกคุกตำหนักเย็นออกไปเพื่ออ้อนวอนขอชีวิตให้บิดาและพี่ชาย โดยนางใช้วิชาตัวเบาปีนข้ามกำแพงสูง ทว่านางกลับถูกจ้าวอวี้ดักรออยู่ก่อนแล้ว สั่งคนให้หักขาของนาง
จ้าวอวี้ไม่ได้มองเสิ่นลู่ชิงด้วยความสงสาร แต่กลับมองด้วยสายตาดูแคลน
"อันที่จริงข้าก็มิอยากทำเช่นนี้ แต่เจ้ากำลังจะหนี ในเมื่อเจ้ามีขาไว้เพื่อหนี ด้วยสติปัญญาของเจ้าสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ดี เช่นนั้นข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีมันอีกต่อไป"
"ทำไม...ทำไมถึงได้ใจร้ายกับข้านัก ทำไมกัน" เสียงแหบพร่าเค้นออกมาจากลำคอ นางรู้สึกเจ็บปวดทั้งกายและใจ
"ทำไมงั้นหรือ?" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเหี้ยมเกรียมดังขึ้น เสิ่นเยว่ฉือ น้องสาวต่างมารดาที่นางเคยรักและถนุถนอม เดินนวยนาดเข้ามาในชุดอาภรณ์หงส์สีแดงฉาน เข้าไปแกะแขนของจ้าวอวี้ไว้แสดงออกอย่างชัดเจน "ก็เพราะว่าตำแหน่งฮองเฮานี้ พี่หญิงครองมานานเกินไปแล้วอย่างไรเล่า"
"เจ้า... กับฝ่าบาท..."
"ใช่แล้ว" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา จ้าวอวี้ บุรุษที่เสิ่นลู่ชิงใช้ฐานะบุตรีแม่ทัพใหญ่ปรายทางให้เขาได้ขึ้นสู่บัลลังก์มังกร
"ในเมื่อเสิ่นเยว่ฉือน้องสาวเจ้ามาแล้ว ข้าก็ควรจะบอกให้เจ้ารับรู้ นางตั้งครรภ์มังกรแล้ว"
"ตั้งครรภ์แล้วอย่างงั้นหรือ..." ลู่ชิงลากเสียงยาวพอจะเข้าใจแล้ว เหตุใดเยว่ฉือถึงได้ตำแหน่งกุ้ยเฟย คนทั้งสองมีความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ จ้าวอวี้เป็นถึงจักรพรรดิแค่ลั่นวาจามอบตำแหน่งให้ ก็ไม่มีผู้ใดกล้าติฉินนินทาได้ แสดงว่าที่ผ่านมานางมองไม่ออก ไม่คิดว่าความรักที่นางมีให้กับคนทั้งสอง จะทำให้นางดวงตามืดบอด มองไม่เห็นสิ่งที่พวกเขากำลังมุ่งทำร้ายนางอย่างแสนสาหัส
"ส่วนเจ้าที่ไร้ประโยชน์แถมตระกูลเสิ่นยังซ่องสุมกำลังกบฏ... สมควรตาย"
"กบฏงั้นหรือ ท่านพ่อรักภักดีต่อท่านเพียงใด ท่านย่อมรู้ดี!" เสิ่นลู่ชิงกรีดร้องจนแทบจะกระอักเลือด คำว่ากบฏคือข้ออ้างที่เขาใช้กวาดล้างตระกูลของนางเพื่อยึดอำนาจทหาร นางรู้สึกเสียใจที่เพิ่งมารู้ความจริงในยามนี้
"รู้แล้วอย่างไร? ในเมื่อตอนนี้ข้ามีอำนาจล้นฟ้า ข้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงเจ้าอีกต่อไป" จ้าวอวี้มองนางด้วยสายตาเย็นชา ราวกับมองเพียงขยะชิ้นหนึ่ง
"เยว่ฉือ เจ้าจะยอมให้ท่านพ่อ พี่ชาย รวมทั้งแม่ของเจ้าถูกประหารด้วยงั้นหรือ"
"ท่านพ่อและพี่ชายอย่างงั้นหรือ" เยว่ฉือหัวเราะออกมา "พี่หญิง ท่านพูดออกมาได้อย่างไร ข้าเป็นเพียงบุตรภรรยารอง ท่านพ่อรักเเต่เจ้า ส่วนข้าก็เป็นรองจากเจ้า ดังนั้นตำแหน่งฮองเฮาก่อนหน้านี้ ท่านจึงได้มาอย่างง่ายดาย ส่วนข้าต้องพยายามแค่ไหนกัน ส่วนพี่ชายก็เป็นพีี่ชายแท้ๆ ของพี่หญิงเกี่ยวข้องอะไรกับข้าด้วยเล่า"
ลู่ชิงไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคพวกนี้จากปากของเยว่ฉือ แม้จะเป็นน้องสาวต่างมารดา แต่นางก็รักปราถนาดีกับน้องสาวคนนี้มาโดยตลอด ท่านพ่อและพี่ชายก็มิได้ ละเลยเยว่ฉือเพียงแต่ตัวนางเป็นบุตรภรรยาเอก และมารดามาด่วนจากไป ดังนั้นท่านพ่อจึงแสดงความรักออกมาอย่างชัดเจน เพื่อเติมในสิ่งที่ขาดหาย ไม่ว่านางจะร้องขอสิ่งใดจากบิดา ย่อมให้ได้ทั้งสิ้น แม้กระทั่งให้จ้าวอวี้ได้ครองตำแหน่งจักรพรรดิ ล้วนได้มาเพราะความดีความชอบทั้งนั้น
ไม่คิดว่าจะถูกหักหลังอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้
"เจ้าพูดออกมาได้อย่างไร ท่านพ่อให้กำเนิดเจ้าแท้ๆ แล้วไหนจะท่านแม่ของเจ้าอีก"
"หึ! พี่หญิงท่านคงคาดไม่ถึงสินะ" เสิ่นเยว่ฉือหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังกังวานไปทั่วตำหนักเย็น นางโน้มตัวลงมาใกล้เสิ่นลู่ชิงที่นอนจมกองเลือด ใช้ปลายนิ้วที่ประดับด้วยปลอกเล็บทองคำเชยคางที่สั่นเทาของพี่สาวขึ้นมา "พี่หญิงท่านคงสับสนจนเลอะเลือน... ท่านแม่ของข้าน่ะหรือจะถูกประหาร นางเป็นคนวางแผนนำจดหมายกบฏนั่นใส่ในห้องทำงานท่านพ่อด้วยมือของนางเองเชียวนะ!"
เสิ่นลู่ชิงเบิกตาโพลง หัวใจเหมือนถูกบีบจนแตกสลาย "เจ้าว่าอย่างไรนะ... แม่รอง.. นาง..."
"ใช่แล้ว" เยว่ฉือเหยียดยิ้มร้าย "ท่านแม่ยอมตัดขาดจากท่านพ่อผู้โง่เขลา เพื่อแลกกับความสุขสบายของข้าและตัวนางเอง ตอนนี้ท่านแม่ได้รับพระราชทานที่ดินและทองคำมากมาย ในฐานะ ผู้กตัญญูต่อแผ่นดิน ที่ยอมแฉสามีกบฏ..."
"พวกเจ้า...ช่างชั่วช้านัก"
จ้าวอวี้ที่ยืนมองอยู่ข้างหลังโบกมืออย่างรำคาญใจ "เสียเวลามามากพอแล้ว เยว่ฉือ... เจ้ากำลังท้องกำลังไส้ อย่าอยู่ใกล้กลิ่นเลือดนั่นนานนักเลย"
