สอนลูก(สาว)ว่ายน้ำ1
2
ตอน
75
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
0
เพิ่มลงคลัง
"พี่เดชค๊ะ...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าสอนมวยให้ลูกคิม ม่ายข้าวใจหรือค๊ะ..."คิมยองอึนเมียสาวสวยวัยเกือบสี่สิบ แต่ใบหน้ายังเต่งตึง แก้มยังใสบวกแววตาเป็นประกายมักบ่นแบบนี้ทุกครั้งที่เธอเห็นผมสอนศิลปะมวยไทย

"สาดแข้งยาวๆ..ไอ้เดช...นั่นแหละ ๆ พลั๊วเข้าให้..ฮ่าๆๆๆๆ...ตีเลย..ตีๆๆๆๆ....แปะๆๆๆๆๆ" 

 

เสียงครูยงค์ตะโกนสอนอยู่ข้างมุมแดง ด้วยท่าทางบิดยึกๆตอนผมโยกคอคู่ต่อสู้เพื่อจับตีเข่า จนเหมือนตัวจะเกร็งจนเป็น 

ตะคริว นับเป็นลีลาการสอนมวยให้ผมจนชินตา ครุยงค์เป็นแบบนี้เสมอ ยามที่ผมกำลังต่อกรกับคุ่ต่อสู้บนเวที พร้อมตบมือ 

ร้องเชียร์เมื่อผมออกอาวุธตามแบบที่ครูยงค์ตะโกนสอน ด้วยเสียงอันดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าผู้คน 

จำนวนนับพันนับหมื่น 

 

ศึกครั้งนี้ผมไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เพราะมิใช่เป็นการต่อสู้กับคู่ต่อกรที่ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยเป็นอาวุธเช่นเดียวกับผม 

แต่คู้ต่อสู้ของผมกลับเป็นหนุ่มเกาหลี แม้จะดูรูปร่างสุงใหญ่กว่าผมมากแบบมวยคนละรุ่น แต่เขาก็ใช่ศิลปะการต่อสู้แบบ 

เทควันโด้ อันเป็นศิลปะประจำชาติของเขา เพียงผ่านไปแค่สามยก ผมก็สามารถน็อคคู่ต่อสู้ได้ด้วยลูกโหนตัวจับตีเข่า 

 

ท่ามกลางเสียงร้องไชโยดังสนั่นของครูยงค์และสตาฟพี่เลี้ยงที่ต่างขึ้นมาบนเวทีเพื่อแสดงความดีใจนั้น สายตาผมกลับ 

มองจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าขาวๆกลมๆ ริมฝีปากน่าจูบเต็มอิ่มของสาวเกาหลีคนหนึ่งที่ยืนเกาะเชือกเวทีทางด้านล่าง เราสอง 

คนต่างมองสบตากันและส่งยิ้มให้แก่กันด้วยความรู้สึกที่มีแต่ผมและคิมยองอึนเท่านั้นที่รู้ความหมาย แม้จะสื่อสารกันด้วย 

ภาษาพูดไม่รู้เรื่องก็ตาม 

 

แต่นั่นมันเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วถึง15ปี บัดนี้นายสมเดช ศิษย์ ศ.อ. อดีตนักมวยไทยฝีมือระดับแชมป์ของเวที 

อ้อมใหญ่ กลับนั่งจับจ้องอยู่กับร่างเพรียวสูงของเด็กสาววัยแรกรุ่นอายุเพียง13ปี ในชุดนักมวยที่กำลังหัดเตะหัดต่อย 

กระสอบทรายตูมๆ ที่แขวนไว้หน้าโรงรถ โดยมีเสียงร้องเรียกโหวยๆด้วยภาษาไทยแปร่งๆของผู้เป็นแม่ร้องเรียก ให้กลับ 

ไปทานอาหารเย็นกัน วงเลยแตก ผมเข้าไปช่วยถอดนวมชกออกจากมือลุกสาว แล้วสองคนพ่อลูกก็กลับเข้ามาในบ้าน 

ตามเสียงร้องเรียกของผู้เป็นแม่ โดยเจ้าลูกสาวจอมซนฉวยโอกาศกระโดดขี่หลังผมเข้ามาจนถึงประตุหน้าบ้านจึงไถล 

ตัวลงยืน 

 

"พี่เดชค๊ะ...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าสอนมวยให้ลูกคิม ม่ายข้าวใจหรือค๊ะ..." 

 

คิมยองอึนเมียสาวสวยวัยเกือบสี่สิบ แต่ใบหน้ายังเต่งตึง แก้มยังใสบวกแววตาเป็นประกายมักบ่นแบบนี้ทุกครั้งที่เธอเห็น 

ผมสอนศิลปะมวยไทยให้กับลูกคิม บุตรสาวคนเดียวของเราในวัย13ปีเสมอ 

 

"ลูกคิมค๊ะ..คุณแม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าหนูเป็นผู้หญิง..ม่ายให้เรียนมวยไทย..ต้องเรียนดนตรี เรียนว่ายน้ำ..ทามไมไม่เชื่อคุณ 

แม่เลยค๊ะ..." 

 

เมื่อแม่คิมใหญ่เธอบ่นผมเสร็จ เธอก็หันกลับไปเล่นงานลูกสาวทันที พร้อมตีหน้าดุใส่ แต่ลูกคิมเธอกลับแอบหันมาแลบลิ้น 

ด้วยสีหน้าทะลึ่งทะเล้นลับหลังมารดาให้กับผม แล้วเราสองพ่อลูกก็ส่งยิ้มให้กันเสมอ เพราะรู้ดีว่าแม้ผู้เป็นมารดาจะห้าม 

อย่างไร เราสองคนก็หาได้ฟังเสียงบ่นเสียงตำหนิของเธอแต่อย่างใด 

 

"แม่ก็..บ่นไม่เบื่อเลยหรือจ๊ะ..บ่นมาหลายปีแล้วนะเรื่องนี้..." ผมพูดยิ้มๆ แล้วเดินไปโอบเอวดึงแม่คิมใหญ่เมียรักเข้ามาหา 

เบาๆ ต่อหน้าลูกคิมน้อยที่มองจ้องเขม็งเมื่อเห็นผมแสดงความรักต่อผู้เป็นมารดา 

 

"ว๊าย!...อายลูกๆ...ปล่อยๆ ว๊าย..." 

 

คิมยองอึนดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของผม ทำหน้าแดงๆ พยายามแกะมือไม้ผมที่โอบกระชับรัดแน่นใต้ทรวงอกอวบอิ่ม 

โดยมีเสียงหัวเราะคิกๆ ของลูกสาวที่จ้องมองตาเขม็ง ใบหน้าแดงๆ แม้คิมลูกสาวของผมจะมีอายุ13ปีแล้วก็ตาม แต่ใน 

สายตาของผม เธอก็ยังเหมือนเป็นเด็กไร้เดียงสาเสมอ เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของผมที่ผมรักและทนุถนอม เลี้ยง 

ดูมาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรกเกิด หลังจากที่แขวนนวมเลิกชกมวย ทั้งๆที่อายุเพิ่ง25ปี เนื่องจากประสพอุบัติเหตุ 

 

"พี่เดชค๊ะ...ปล่อยค๊ะ...กินข้าวได้แล้ว..." 

 

[post]คิมยองอึน ร้องบอกเบาๆอายๆ เมื่อเหลือบสายตาไปประสานกับสายตาสุกใสไร้เดียงสาของผู้เป็นลุกที่จ้องมองมายังเรา 

สองคนที่กอดรัดกันแน่นด้วยความรัก อย่างสงสัยใคร่รู้ 

 

"ลูกค๊ะ....ไปล้างมือก่อนกินข้าวนะค๊ะ..." คิมผุ้เป็นแม่ร้องบอกลูกสาวเบาๆ หน้าแดงๆที่เห็นบุตรสาวจ้องมองเช่นนั้น 

 

"ค่ะ...คุณแม่..." 

 

เด็กสาวรับคำเบาๆ ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้ม แล้วสบัดตัวหันกลับ จนผมเปียยาวๆสองสายตวัดไขว้กันก่อนจะเดินออก 

จากห้องอาหารไปยังห้องน้ำ ผมก็จับร่างอวบอิ่มของเมียหันกลับมาเผชิญหน้า พร้อมก้มลงจูบแนบริมฝีปากแดงระเรื่อ 

นั้นอย่างรักใคร่ ครั้งแรกเมียผมพยายามหุบปากเม้มริมฝีปากแน่น แต่เมื่อโดนฝ่ามือของผมคลึงคลำหน้าอกอวบใหญ่ 

สักครู่ เธอก็โอนอ่อนเผยอริมฝีปากให้ผมสอดปลายลิ้นเข้าไปพัวพัน พร้อมหายใจครางอือ..เบาๆในลำคอ 

 

สักครู่ใหญ่เมื่อผมถอนริมฝีปากออกมาเมื่อได้ยินเสียงคิมน้อยเปิดประตุห้องน้ำ แม่คิมใหญ่ส่งสายตาตวัดค้อนอายๆ แก้ม 

แดงกล่ำจนถึงใบหู เสแสร้งจัดแต่งเรือนผม พร้อมขยับจัดเสื้อผ้าให้ดูเรีบร้อย เมื่อคิมน้อยเดินกลับเช้ามาในห้องอาหาร 

อีกครั้ง 

 

"คุณแม่คะ..หนูยังว่ายน้ำไม่เป็นเลย..." คิมน้อยลูกสาวผมบอกกับผู้เป็นมารดาเบาๆ ขณะที่ทานข้าวไปได้สักพัก 

 

"อ๊ะ...จริงหรือค๊ะ..." 

 

คิมใหญ่ผู้เป็นมารดาร้องขึ้นด้วยความแปลกใจที่ได้ยิน ทั้งๆที่เราส่งบุตรสาวคนเดียวของเรา เรียนที่โรงเรียนนานาชาติ ซึ่ง 

มีหลักสูตรการสอนว่ายน้ำอยู่แล้ว 

 

"ทามไมในโรงเรียนไม่ได้สอนลูกคิมหรือค๊ะ..." 

 

"คือว่า..เอ้อ...หนูกลัวน้ำค่ะ..เลยไม่กล้าเรียน..แอบโดดเรียนทุกครั้งที่ถึงชั่วโมงสอน..." ลูกคิมสารภาพเสียงอ่อยๆ หน้าเสีย 

ด้วยกลัวเกรงความผิด 

 

"อ้าว...ลูกสาว...พ่อไม่รู้เลยนะนี่...ว่าหนูโดดเรียนเป็น..ฮ่าๆๆๆๆ" 

 

ผมแสร้งหัวเราะกลบเกลือนให้เหมือนเป็นเรื่องขำๆ จนลูกสาวค่อยมีสีหน้าดีขึ้นที่อย่างน้อยก็มีคุณพ่อเข้าเป็นพวก แต่ก็ยังไม่ 

กล้าสบตาดุๆของผู้เป็นแม่แต่อย่างใด 

 

"ไม่เป็นไรลูก..ไว้พ่อสอนให้เอง.." 

 

ผมบอกเบาๆ รับอาสาเสียแทน ทำให้คิมใหญ่ยิ้มหายโกรธ อย่างน้อยเธอก็สมหวังประการแรกที่ไม่อยากให้ลูกสาวเรียนชกมวย 

แต่เธอก็ยังคงดุลูกสาวต่อไป ในเรื่องที่ไม่เคยบอกความจริงเรื่องการเรียนว่ายน้ำ 

 

ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับว่าที่อ่านๆดูแล้ว ดูเหมือนภรรยาของผมจะเป็นใหญ่ในบ้าน เพราะมันคือความจริงที่เธอเป็นช้าง 

เท้าหน้า เป็นเสาหลักของครอบครัว ที่ทำให้ผมสามารถมีบ้านมีรถขับ มีฐานะได้อย่างทุกวันนี้ เพราะหลังจากที่ผมเสียแชมป์ 

มวยไทยไป ก็เสียใจกินเหล้า จนขับรถเครื่องไปเกิดอุบัติเหตุ ทั้งแขนขาหัก ซีโครงหักหลายซี่ จนแพทย์ลงความเห็นว่าผม 

ไม่สามารถชกมวยได้อีกต่อไป ด้วยความรู้ที่มีน้อย นอกจากชกมวยแล้วผมก็ไม่สามารถหางานดีๆทำได้เลย 

 

จนกระทั่งคิมยองอึนผู้เป็นภรรยานี่แหละที่หอบผ้าหอบเงินและอุ้มทารกหญิงเล็กๆ เข้ามาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล และบอกว่า 

ทารกหญิงนี้คือบุตรสาวของผม และจากนั้น เราก็มาอยู่ด้วยกันโดยไม่มีพิธีแต่งงาน ทั้งๆที่เธอมีอายุมากกว่าผมหลายปี มี 

ความรุ้ความสามารถมากกว่า เธอจึงเป็นเสมือนเสาหลักของครอบครัว แต่ผมก็ตอบแทนเธอด้วยความรัก ความเอาใจใส่ 

เลี้ยงดูบุตรสาวคนเดียวของเราเสมือนตนเองเป็นแม่บ้าน ไม่เคยคิดนอกใจเมีย แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยสักครั้ง ทั้งๆที่ 

มีสาวไทยหลายต่อหลายคนที่เสนอตัวมาให้ 

 

พักใหญ่เมื่อทานข้าวกันจนเสร็จ คิมใหญ่เมียผมก็จัดรวบจานชามที่ใช้เดินไปวางในอ่างซิ้งค์สำหรับล้างถ้วยจานชาม ผมได้ 

ยินเสียงเปิดก็อกน้ำไหลลงมากระทบถ้วยจานชามเบาๆ 

 

"ลูกคิมค๊ะ....ขึ้นไปอ่านหนังสือได้แล้ว.." 

 

เสียงเมียผมร้องสั่งลุกสาวโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับมามอง เธอจึงไม่รุ้ว่าโดนลูกสาวย่นจมูกใส่ พร้อมหันหน้ามาซุบซืบนินทา 

ผุ้เป็นแม่กับผมเบาๆพอได้ยินกันแค่สองคน ผมได้แต่ยิ้มขันๆ พร้อมปั้นหน้าทำสายตาดุใส่ ยื่นมือไปคีบบีบจมูกโด่งเป็นสัน 

เบาๆ แล้วบอกให้เธอทำตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ แต่คิมน้อยก็หาลุกขึ้นจากโต๊ะทันทีทันใด ยังคงอิดออด ทำท่าอ้อนผมอีก 

สักครู่จนผมต้องตัดใจลุกขึ้นยืนเดินตรงไปหยุดอยู่เบื้องหลังของเมีย เธอถึงได้ลุกขึ้นวิ่งตึงๆขึ้นบันไดไปชั้นบน 

 

"อุ๊ย!....อย่าค๊ะ..พี่ค๊ะ..เดี่ยวลูกเห็น.." 

 

คิมใหญ่เมียผมร้องห้ามเบาๆ เมื่อผมแนบตัวประกบที่ด้านหลังแล้วสวมกอดรัดแน่นใต้ฐานอกอวบใหญ่ พร้อมแอ่นเป้ากางเกง 

เข้าแนบก้นอวบผายกลมกลึงของเธอเบาๆ 

 

"ผมช่วยล้างจานเองครับ..." ผมกระซิบบอกเมียเบาๆ พร้อมแอ่นเอวกดบดคลึงก้นอวบผายยึกๆ พร้อมขยับมือเลื่อนขึ้นกุมอก 

อวบ กำบีบขยำเล่นเบาๆ 

 

"อย่าค๊ะพี่...เดี๋ยวลูกคิมเห็น..." เธอยังคงบอกเสียงเบาๆ แต่กลับแอ่นก้นอวบผายให้ผมบดเน้นๆ มือยังคงสาระวนล้างจานชาม 

ต่อไปไม่ได้หยุดชะงัก 

 

"ลูกขึ้นไปอ่านหนังสือตามที่แม่บอกแล้วครับ...จุ๊บ..ๆ.." 

 

ผมกระซิบบอกที่ข้างหู แล้วจุ๊บเบาๆที่ข้างแก้ม จนได้กลิ่นเหงื่อจางๆผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอ แล้วแอ่นก้นบดเข้า 

หา มือขยำกุมอกอวบใหญ่เน้นแรงขึ้น จนคิมใหญ่ร้องครางอือๆเบาๆ ชะงักมือที่กำลังล้างจาน ปล่อยให้สายน้ำจากก็อกไหล 

ทิ้งไป โดยไม่คิดเสียดาย 

 

"พรุ่งนี้พี่พาลูกคิมไปซื้อชุดว่ายน้ำด้วยนะค๊ะ..." 

 

เมียผมบอกเบาๆ พร้อมขยับขาแยกเล็กน้อยจนท่อนลำที่แข็งน่วมๆของผมซุกเข้ากลางกลีบก้นผาย ผมอัดลงไปแนบเน้นๆ 

อีกครั้ง พร้อมลำที่ขยายตัวคัดแข็งขึ้นทีละนิดๆ เมียผมครางอือออกมายาวๆลอดไรฟัน แต่แล้วผมก็รุ้สึกได้ยินเสียงก็อกแก๊กๆ 

เบาๆที่ด้านหลัง จึงหันกลับไปชำเลืองมอง เห็นหัวของลูกคิมลับๆล่อๆ แอบมองดูอยู่ที่วงกบขอบประตูห้องครัว ผมจึงชะงัก 

ถอยตัวออกมาเล็กน้อยโดยไม่ทำให้เมียผิดสังเกตุ พร้อมหันหน้าไปทำสายตาดุใส่ลูกสาวที่โผล่หัวออกมามอง จนเธอก็หด 

หัวกลับไป พร้อมย่องเดินจากไปขึ้นชั้นบนช้าๆ 

 

เห็นว่าผมต้องระมัดระวังตัวให้รอบคอบกว่านี้แล้ว ลูกสาววัย13ปี คงกำลังอยากรู้อยากเห็น ผมไม่อยากให้เธอต้องมารับรู้เห็น 

บทสวาทของพ่อกับแม่ กลัวว่าแกจะแก่แดดเกินวัย 

 

"มีอะไรค๊ะ..." เมียผมร้องถามออกมาเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าผมหยุดชะงักถอยตัวออกมาจนท่อนลำแข็งตุงไม่แนบแน่นกลับกลีบก้น 

ผายเหมือนเมื่อสักครู่ 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว