“การที่ต้องเห็นน้องตัวเองค่อยๆ แตกสลายลงทุกวัน สำหรับคนเป็นพี่มันเจ็บปวดมากนะ มากจนไม่สามารถอยู่เฉยได้จริงๆ”
คำพูดที่อัคนีได้เอ่ยกับวริศในวันนั้น วันที่อาการ PTSD ของหิรัณย์กำเริบ ใครจะรู้ว่ามันไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดตัวต้นเหตุให้หายไปและการที่วริศฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ก็ไม่ใช่เพราะมนต์ดำของหมอผีอย่างที่เขาปล่อยให้ทุกคนเข้าใจเช่นกัน
“คิดว่าหมอผีจะสามารถชุบชีวิตคนตายได้จริงๆ หรือ?”
เสียงทุ้มก้องกังวานที่เอ่ยถามนั้นเจือกระแสขบขันปนสังเวช
“หมอผีทำได้แค่ชักนำ แต่คนที่จะปลดปล่อยวิญญาณคนตายกลับสู่โลกคนเป็นได้นั้นมีเพียงข้า เจ้าแห่งโลกหลังความตายแต่เพียงผู้เดียว”
แม้จะรู้ว่าเป็นเล่ห์หลุมพรางแต่เพื่อให้น้องชายได้คนรักที่ตายจากกลับมาเขาจึงยอมทำสัญญากับมัจจุราช
“หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต”
คือข้อแลกเปลี่ยนของเจ้านรกและอัคนีก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
แต่ใครจะรู้ว่า ‘หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต’ ตามที่เขาเข้าใจกับที่อีกฝ่ายต้องการนั้นความหมายช่างต่างกัน
“ข้าไม่ได้จะเอาชีวิตเจ้า...”
“แต่เจ้าต้องให้กำเนิดอีกหนึ่งชีวิตแก่ข้า อัคนี”
แม้จะดูเหมือนตกกะไดพลอยโจนแต่พลาดเองจะโทษใครได้ หรือจะบอกว่าฝืนใจก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะร่างมนุษย์ของมัจจุราชนั้นก็...ไม่เลว
ทว่า เรื่องในอดีตชาติที่ถูกดลบันดาลให้ได้รับรู้ ทั้งความรัก ความหวัง บาปนิรันดร์และพันธะสัญญาในครั้งก่อน
ทำให้อัคนีนึกสงสัย...
ในเมื่อหนี้กรรมจากอดีตยังเกี่ยวพันและชะตากรรมย้อนแย้งจากคำสาบานและแรงอธิษฐานยังคงตามติด
สิ่งที่มัจจุราชเจ้าเล่ห์ต้องการจากเขามีเพียงเท่านี้จริงหรือ?
