“คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้”
ฉันได้ยินคำพูดทำนองนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจหรอกว่าความหมายของมันคืออะไร แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว
“แน่ใจนะริน”
“...”
“เหนืออยากห้ามริน แต่เหนือก็เข้าใจรินเหมือนกัน”
“เราไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกไหม แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยชีวิตเราก็จะอยู่ที่เดิมนะเหนือ”
“ก็จริง แม่เราเคยบอกไว้ว่าต่อให้เราจะทำดีแค่ไหน เป็นคนเก่งแค่ไหน เราก็ถูกพูดในทางที่ไม่ดีได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะเนอะ”
“อืม ... ปล่อยให้คนอื่นพูดถึงเราในแบบที่เขาอยากพูด ส่วนเราก็ใช้ชีวิตของเราในแบบที่เราอยากเป็น”
ฉันมีความฝันนะ มีสิ่งที่ใจรักและอาชีพที่อยากเป็น ภาพในหัวมันสวยงามและง่ายไปหมด แต่ก็นั่นแหละมันเป็นแค่ความฝันในจินตนาการของฉัน
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อสถานภาพครอบครัวของฉันไม่เหมือนเดิม จากเด็กผู้หญิงที่ถูกดูแลมาอย่างดีกลายเป็นเด็กคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตัวเอง
“ยากจัง” ฉันพูดพร่ำคำนี้มานับไม่ถ้วน มันกลายเป็นคำบ่นที่ฉันใช้บ่นตัวเองจนชินไปแล้ว
“ทำอะไรแล้วรู้สึกว่ามันยากแสดงว่ามาถูกทางแล้ว เพราะเรากำลังทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับตัวเองอยู่” ใครคนหนึ่งพูดประโยคนี้กับฉันอย่างตั้งใจ ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แค่ว่าเขาคงได้ยินเสียงบ่นของฉันล่ะมั้ง และคำพูดของเขานี่แหละที่ทำให้ฉันตัดสินใจอะไรบางอย่าง ...
“ลองคิดทบทวนอีกสักหน่อยไหมริน”
“เราคิดดีแล้วเหนือ”
“รินรู้ใช่ไหมถ้าเลือกแบบนี้แล้วคนอื่นจะมองรินไม่ดี”
“ช่างคนอื่นเถอะ ใครจะพูดยังไงจะมองแบบไหนเราไม่สนใจแล้วเหนือ เราสนใจแค่ตัวเราเองมากกว่า”
คนเราเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น ทางที่ฉันเลือกไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน มีแค่ตัวฉันที่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
.
.
.
(สวัสดีค่ะ เรียนสายคุณวายุค่ะ)
“ถ้าตกลงคืนนี้เจอกัน”
(...)
