ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครในคืนนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ แสงไฟจากตึกระย้าดูริบหรี่เมื่อเทียบกับความมืดมิดที่เข้าครอบคลุมตรอกซอกซอยลึกที่นั้น...ณ..เขตแดนที่เป็นจุดตัดระหว่างฝั่งเหนือและฝั่งใต้ รถยุโรปสีดำสนิทนับสิบคันจอดเรียงรายเป็นขบวนประหนึ่งกำแพงเหล็ก กลิ่นควันบุหรี่ราคาแพงลอยคละคลุ้งไปกับกลิ่นดินหลังฝนตก
‘’ สิงหราช’ ’ ผู้นำแก๊งฝั่งเหนือ ยืนพิงรถโรลส์-รอยซ์คันหรู นิ้วเรียวยาวคลีบบุหรี่ขึนสูบอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบดุจพญาเสือมองฝ่าความมืดไปยังอีกฟากของถนน ที่นั่นมีชายอีกคนยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายชุดดำที่ดูน่าเกรงขามไม่แพ้กัน
‘’ พยัคฆ์’ ’ ผู้นำแก๊งฝั่งใต้ เจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งที่ดูเหมือนสลักน้ำแข็ง เขาสวมสูทสีเทาเข้มเข้ารูปทุกท่วงท่าดู
สง่างามแต่แฝงไปด้วยพิษร้าย พยัคฆ์ ขยับยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาแต่มันคือการประกาศสงครามที่ชัดเจนที่สุด มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่สองคน...สองขั้วอำนาจที่ไม่เคยบรรจบกันได้ คนหนึ่งคือ ไฟ ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุณ อีกคนคือ น้ำแข็ง ที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตให้ตายทั้งเป็น จุดเริ่มต้นของเพลิงแค้นที่จะแปรเปลี่ยนเป้นเพลิงสวาท สงครามครั้งนี้ไม่มีใครยอมถอยและเดิมพันของมันไม่ใช่แค่เขตปกครอง...แต่คือศักดิ์ศรีและหัวใจที่พวกเขาต่างปฎิเสธว่าไม่มีวันมีอยู่จริง