
'นิ่ง' นภัสนักเขียนวัยสามสิบห้าถูกส่งกลับไปในห้วงความทรงจำที่แสบบอบช้ำในอดีตพร้อมกับ
'ณิน' เพื่อนสาวปริศนาที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นาน อดีตแสนเศร้าเคล้าน้ำตาของเธอจะทำให้เพื่อนคนนี้เห็นใจหรือตีตัวออกหากหมางเมิน...
ตัวตนที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มที่แท้...ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
คำเตือนเนื้อหา (Trigger Warning)
นวนิยายอิงอัตชีวประวัติเรื่องนี้ร้อยเรียงจากประสบการณ์จริง ชื่อตัวละคร สถานที่ เป็นนามสมมุติเนื้อหาถูกแต่งเติมเพื่ออรรถรสในการอ่าน ดรามาเข้มข้นเกี่ยวข้องกับผู้มีกรรมทางครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นมีการบรรยายถึง:
การใช้ความรุนแรงภายในครอบครัวทั้งทางร่างกายและจิตใจ
การทอดทิ้งและการเลี้ยงดูบุตรที่ไม่เหมาะสมซึ่งส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของเด็ก
สภาวะทางจิตเวชของตัวละครที่บอบช้ำจากเหตุการณ์รอบตัว
มีการบรรยายถึงพฤติกรรมการพยายามฆ่าตัวตายของตัวละครในเรื่อง
มีการบรรยายบทสนทนาโดยใช้ภาษาปากและการใช้กู มึง ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่ผู้อาวุโสใช้กับคนอายุน้อยไม่นับว่าเป็นคำหยาบคายในบริบทของสังคมสมัยนั้นแต่อย่างใด
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน: หากท่านกำลังเผชิญกับสภาวะซึมเศร้ามีความเปราะบางทางจิตใจ หรือมีประวัติบาดแผลทางใจ (Trauma) ที่สอดคล้องกับเนื้อหาดังกล่าวควรเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อม หรือหลีกเลี่ยงหากรู้สึกว่าเนื้อหากระทบกระเทือนจิตใจมากเกินไป
[ระดับเนื้อหา: 20+] นวนิยายเรื่องนี้ประกอบด้วยเนื้อหาที่มีความรุนแรงทางอารมณ์และพฤติกรรมในระดับสูง (Extreme Emotional Distress) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่มีประสบการณ์ร่วมหรือผู้ที่มีสภาวะเปราะบางทางอารมณ์ ผู้เขียนจำเป็นต้องถ่ายทอดความจริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่ออรรถรสและสาระสำคัญของเรื่อง จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้อ่านที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ในการแยกแยะและกลั่นกรองเนื้อหา
คำนำนักเขียน
นวนิยายเรื่องนี้เป็นความฝันตลอดชั่วชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากตีแผ่ความบิดเบี้ยวของสังคม ผ่านการตื่นรู้ที่มองเห็นสายใยรักบางเบาของคนในครอบครัว ผู้คนรอบตัวส่วนใหญ่มีบาดแผลทางจิตใจเข้มข้นแต่พวกเขากลับดิ้นรนใช้ชีวิตและเอาตัวรอดในสังคมได้อย่างน่าทึ่ง
ทะลวงเมฆาเป็นนามปากที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่นวนิยายเรื่องนี้เริ่มร้อยเรียงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2567 แรกเริ่มคือการเปิดปมในใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่บาดเจ็บทางใจนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยสภาพจิตใจพังยับเยินจึงเริ่มต้นกลับมารักตัวเอง ทว่าการเปิดบาดแผลกลับไม่ง่ายดายเช่นนั้นจึงจำเป็นต้องวางผลงานชิ้นนี้ลงอย่างยอมจำนนต่อความเจ็บปวด แล้วหันมาเป็นนักเขียนเงาเพื่อความอยู่รอด
วันเวลาผ่านพ้นไปผู้เขียนกลับพบว่า ‘รักไร้เงื่อนไข’ ที่ตามหามีอยู่จริงจากการรู้จักรักตัวเองและยอมรับความรักที่ไม่สมบูรณ์พร้อมของครอบครัว จึงเรียบเรียงนิยายเรื่องนี้ขึ้นใหม่อีกครั้งให้ออกมาเป็นวรรณกรรมเรื่องหนึ่ง ที่สะท้อนตัวตนและชีวิตขื่นขมของเด็กสาวที่เติบโตมาอย่างดีท่ามกลางความรักที่บิดเบี้ยว
นวยายเรื่องนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ เพื่อปลอบประโลมหัวใจของผู้เขียนและผู้คนที่เกิดมามีประสบการณ์เช่นเดียวกัน ทะลวงเมฆาหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักอ่านทุกท่านจะก้าวข้ามอดีตและมีชีวิตอยู่อย่างสง่างาม
