Yuri
ยัยคุณหมอตัวแสบกับคนไข้ตัวป่วน เล่มที่ 1 (The Doctor Who Spoke Softly v.1)
นักเขียน: AVIVANT นักเขียนนิยายยูริและนักออกแบบ
Yuri
The Doctor Who Spoke Softly – ยัยคุณหมอตัวแสบกับคนไข้ตัวป่วน
หมอนก แพทย์หญิงวัยสี่สิบสาม ปี ที่ผู้คนในโรงพยาบาลต่างรู้จักในฐานะ “คุณหมอสุขุมผู้พูดเบาเหมือนกลัวทำลายความสงบของโลก” เธอมีน้ำเสียงอ่อนโยนที่ชโลมใจคนได้เพียงไม่กี่คำ รอยยิ้มเรียบร้อยที่ดูอบอุ่นกว่าทุกฤดูใบไม้ผลิ และดวงตาที่เหมือนอ่านทุกความรู้สึกของผู้คนโดยไม่ต้องให้ใครเปิดปากพูด
เธอคือหมอที่ไม่ใช่แค่รักษา…แต่ทำให้คนไข้หลายคนเผลอ “ตกหลุมรัก” โดยไม่รู้ตัว
แต่ถึงเธอจะเก่งในงานแค่ไหน ชีวิตส่วนตัวของหมอนกกลับเรียบเงียบเหมือนห้องสมุดปิดไฟ
เธอทำงานตั้งแต่เช้าถึงค่ำ
กลับบ้านคนเดียว
นั่งกินอาหารง่าย ๆ
ใช้ชีวิตเย็นชาแบบผู้ใหญ่ที่คุ้นชินกับความโดดเดี่ยว
เธอไม่ใช่คนเศร้า…
แต่เป็นคนที่ “ชินกับการอยู่ลำพัง” มากเสียจนลืมไปว่าหัวใจตัวเองยังมีสิทธิ์เต้นแรงได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนไข้ใหม่เข้ามาในห้องตรวจ
หญิงสาววัยยี่สิบแปด ใบหน้าสดใส ดวงตาเป็นประกายซุกซนแบบเด็กที่ไม่เคยกลัวโลก
เธอชื่อ “เอ”
เอเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มและท่าทางที่ไม่ได้ดูเครียดแม้แต่นิด
ทั้งที่ฟอร์มในใบประเมินบอกว่ามีอาการ “ความเครียดเรื้อรัง” และ “อาการนอนไม่หลับ”
เพียงแค่วินาทีแรกที่นั่งลง เอก็มองหมอนกอย่างเปิดเผยจนหมอรู้สึกเหมือนถูกสายตาคู่นั้นทะลุเข้าหัวใจ
ไม่ใช่สายตาของคนไข้
แต่เป็นสายตาของคนที่สนใจใครบางคนอย่างมาก
“วันนี้มีอะไรอยากเล่าให้หมอฟังไหมคะ”
หมอนกถามด้วยน้ำเสียงเบาและเป็นระบบ
เอยิ้ม
ยิ้มแบบตั้งใจปั่นอารมณ์หมอเต็มที่
“มีค่ะ…แต่พอเห็นหมอ หนูก็ลืมไปเลยว่าหนูเครียดเรื่องอะไร”
หมอนกสะอึกในใจ
มือที่ถือปากกาแทบหลุดโฟกัส
แต่ภายนอกยังพยายามสุภาพเหมือนเดิม
“…คุณเอลองค่อย ๆ เล่าได้นะคะ”
แต่เอกลับเท้าคาง จ้องใบหน้าหมอนกอย่างไม่ปิดบัง
“หมอรู้ตัวมั้ยคะ…ว่าพูดเบาจนหนูอยากเข้าใกล้มากกว่านี้อีกนิด”
หมอนกแทบหายใจผิดจังหวะ
เธอหลบสายตาอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะทำเป็นเขียนข้อมูลลงในแฟ้มอย่างตั้งใจ ทั้งที่ใจเต้นจนแทบหลุดออกนอกอก
แค่ครั้งแรก
หมอนกก็รู้แล้วว่า “เอ” ไม่ใช่คนไข้ธรรมดา
เธอคือคนที่เข้ามาเขย่าเส้นทางชีวิตที่เรียบเงียบของหมอให้สะเทือนตั้งแต่แรกเห็น
การพบกันครั้งต่อ ๆ มา
เอยิ่งป่วนหมอนกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
เธอพูดทุกประโยคแบบเจตนาล้อ
เอียงตัวเข้ามาใกล้ทุกครั้งที่หมอนกถามคำถาม
ยื่นหน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จนหมอนกแทบไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน
แต่ทุกคำพูดของเอยังคงสุภาพ…และอบอุ่นอย่างน่าแปลก
“หมอ…พูดแบบนี้ หนูแพ้นะคะ”
“หมอนกคะ ถ้าหนูใจเต้นเพราะหมอ แบบนี้เรียกโรคอะไรคะ”
“หรือว่า…หมอเป็นคนทำให้หัวใจหนูเต้นแรงกันแน่”
หมอนกพยายามตอบอย่างมืออาชีพทุกครั้ง
แต่ดวงตาที่มักนิ่งสงบของเธอกลับหวั่นไหวจนเอสังเกตได้
มือที่เคยมั่นคงของหมอก็เริ่มสั่นตอนส่งแก้วน้ำ
บางครั้งหมอนกถึงกับหูแดงแบบที่คนอายุสี่สิบกว่าอายุงานเยอะอย่างเธอก็ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญ
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ เติบโตในพื้นที่เงียบ ๆ ของห้องตรวจ
ในระยะห่างแค่โต๊ะหนึ่งตัว
ในเวลานัดสัปดาห์ละครั้ง
และในความรู้สึกที่ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ
แต่เอ…ยิ่งได้ใกล้หมอนกเท่าไหร่
ยิ่งชัดเจนว่าเธอไม่ได้มาหาหมอเพราะความเครียด
แต่เพราะ “หมอนกทำให้เธออยากใช้เวลาอยู่ด้วยมากขึ้น”
ขณะเดียวกัน หมอนกก็เริ่มเผลอมองประตูห้องทุกครั้งเวลาก่อนถึงเวลานัด
หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นแรงแบบคนที่ไม่ชินกับความรู้สึกใหม่
เธอเริ่มคิดถึงประโยคของเอตอนกลับบ้าน
เริ่มรู้สึกว่าการคุยกับเอทำให้โลกของเธอสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็น
แต่เธอก็ยังคุมขอบเขตตัวเองเสมอ
เพราะ “หมอ” ไม่ควรรู้สึกมากเกินไปกับคนไข้
แล้ววันหนึ่งเอไม่มาหาตามนัด
ไม่มีข้อความ
ไม่มีการโทร
ไม่มีสัญญาณ
หมอนกรู้สึกเหมือนอกขาดไปครึ่งหนึ่ง
ทั้งที่ไม่ควรเป็นอะไรเลย
ทั้งที่ไม่ควรเลยสักนิด
แต่เธอกลับกังวลจนทำงานไม่ได้ คิดวนซ้ำเหมือนเป็นคนไข้เสียเอง
จนกระทั่งมีข้อความเข้ามาในช่วงเย็น
จากคนที่ทำให้เธอใจอ่อนทุกครั้งที่เห็นชื่อ
“หมอคะ หนูมีเรื่องอยากคุยด้วย…เป็นเรื่องของหัวใจหนูเอง”
ประโยคสั้น ๆ
ทำหมอนกนิ่งไปหลายวินาที
หัวใจเต้นแรงเหมือนได้ยินเสียงจริงในห้องตรวจ
วันถัดมา
เอกลับมานั่งในห้องเดิม
แต่วันนี้เธอไม่ยิ้ม
เธอไม่แกล้ง
เธอดูซีเรียสจนหมอนกเป็นฝ่ายกังวลแทน
“หมอ…หนูว่าหนูรู้แล้วค่ะว่าที่หนูเครียดคืออะไร”
เอยิ้มบาง ๆ แต่ตาแดงเล็กน้อย
“หนูชอบคนที่ไม่ควรชอบ…หนูรู้ว่ามันผิดขอบเขต แต่หยุดไม่ได้จริง ๆ”
คำสารภาพนั้นทำหัวใจหมอนกเหมือนถูกหยุดเวลา
เธออยากตอบ
อยากยื่นมือไปจับ
อยากบอกว่าเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
แต่ความเป็น “หมอ” ก็บังคับให้เธอต้องรักษาระยะให้เหมือนเดิม
“หมอ…ถ้าหนูบอกว่าคนคนนั้นคือหมอ หนูจะโดนไล่ออกจากห้องไหมคะ”
หมอนกนิ่ง
ลมหายใจขาดห้วง
และเป็นครั้งแรกที่เธอวางปากกา
มองหน้าเอด้วยหัวใจที่ไม่ซ่อนอีกต่อไป
“…หมอไม่ไล่คุณออกค่ะ”
เสียงหมอแผ่วเบา
แต่สั่นจากด้านใน
“หมอแค่…ไม่รู้ว่าจะรับมือกับความรู้สึกนี้ยังไงดี”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักต้องห้าม
ความรักที่สวยงาม
ความรักของ “หมอผู้พูดเบาแต่ทำใจคนสั่น”
กับ “คนไข้ผู้ป่วนหัวใจหมอทุกครั้งที่ยิ้ม”
เมื่อสองคนต้องห้ามใจ
แต่หัวใจไม่ฟังคำสั่ง
เส้นแบ่งระหว่างหมอ–คนไข้
กับคนที่รักกันจริง ๆ
จะยังคงอยู่ได้แค่ไหน?
เรื่องราวของหมอนกและเอ จะพาไปพบกับความรักละมุนลึก อบอุ่นแบบผู้ใหญ่ แต่หวานแบบกัดหมอน มีทั้งช่วงเวลาที่หัวใจเต้นแรงจนลมหายใจสะดุด อารมณ์ป่วน ๆ ที่ทำให้ยิ้ม และความสัมพันธ์ที่เติบโตอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่นในแต่ละการนัดพบ
เพราะบางครั้ง…
คนที่เราคิดว่าเรากำลังรักษา
อาจเป็นคนเดียวกันกับที่ “รักษา” หัวใจเรากลับมาโดยไม่รู้ตัว
