ไตรภูมิกาลวิบัติ: พลิกชะตาฤกษ์สังหาร
นักเขียน: ThongchaiW

แฟนตาซี

จบ ไตรภูมิกาลวิบัติ: พลิกชะตาฤกษ์สังหาร

ไตรภูมิกาลวิบัติ: พลิกชะตาฤกษ์สังหาร

นักเขียน: ThongchaiW

แฟนตาซี

21
ตอน
395
เข้าชม
0
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
6
เพิ่มลงคลัง
เมื่อนรกและโลกมนุษย์เชื่อมต่อกัน เด็กเก็บขยะผู้ต่ำต้อยกลับได้ครอบครองตำรามรณะที่จะพลิกชะตากรรม! จากเศษเดนใต้ถุนเรือนแพ สู่ผู้ท้าทายอำนาจฤาษีและทวยเทพ ด้วยอาคมที่ฝืนลิขิตสวรรค์

นี่คือ ‘นรกขุมโลหะแดง’... หนึ่งในดันเจี้ยนสุ่มเกิดที่อันตรายที่สุด แต่มันก็เป็นดั่งขุมทรัพย์ที่หอมหวานที่สุดเช่นกัน 

“รวยแน่โว้ย! เหล็กไหลไฟ! นั่นก้อนเท่าหัวคนเลย!” 

เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งดังมาจากก้นหลุม ชายฉกรรจ์กลุ่มแรกที่กระโดดลงไปกำลังยื้อแย่งก้อนแร่สีแดงส้มที่ส่องประกายวาววับ ทันทีที่มือสัมผัสแร่ เนื้อหนังของพวกมันก็ส่งเสียง ฉ่า เหมือนหมูย่าง แต่ความโลภทำให้พวกมันลืมความเจ็บปวด ต่างฝ่ายต่างคว้ามีดหมอขึ้นมาฟันแทงกันเองเพื่อแย่งชิงสมบัติ โดยไม่สนใจเลยว่าลาวาร้อนระอุที่ไหลเอื่อยๆ อยู่ข้างเท้ากำลังค่อยๆ เพิ่มระดับสูงขึ้น 

แก้วยืนมองภาพความโกลาหลนั้นอยู่บนชะง่อนหิน เขาไม่ได้รีบร้อนกระโดดลงไปเหมือนคนบ้าเหล่านั้น เขาหลับตาลงชั่วครู่ สูดหายใจผ่านหน้ากากผ้ากรองฝุ่น ปล่อยให้สติที่ตื่นรู้ทำหน้าที่ของมัน 

ความร้อนจากทิศขวา 800 องศา... อันตราย... ทางซ้ายลมโกรก... มีช่องลม... 

เมื่อลืมตาขึ้น แก้วไม่ได้มองไปที่กองสมบัติกลางวงที่คนกำลังฆ่ากันตาย แต่เขามองเห็น ‘เส้นทางสีดำ’ ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของรอยแยก เป็นเส้นทางแคบๆ ที่คดเคี้ยวเลาะไปตามผนังหิน ซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่สัญชาตญาณของเขากรีดร้องว่า... ทางนั้นปลอดภัย 

แก้วกระชับหน้าไม้ในมือ ก่อนจะโรยตัวลงไปเงียบๆ ราวกับแมว 

เท้าที่สวมรองเท้าแตะยางสัมผัสพื้นหินร้อนจัดจนรู้สึกแสบ แต่แก้วกัดฟันเดินลัดเลาะไปตามซอกหิน หลบเลี่ยงสายตาของพวกนักเลงและนักล่าสมบัติที่กำลังนัวเนียกันอยู่ 

ตลอดทาง เขาพบเศษซากที่น่าสนใจ 

“ตะปูสังขวานร...” แก้วพึมพำ พลางก้มลงใช้คีมเหล็กคีบตะปูเก่าคร่ำคร่าตัวหนึ่งที่ปักคาซากโครงกระดูกไหม้เกรียม มันไม่ใช่ตะปูธรรมดา แต่เป็นตะปูที่ซึมซับไอนรกมานานปีจนกลายเป็นสีนิล เหมาะแก่การเอาไปตีมีดหมอชั้นดี 

“ได้ค่าข้าวอาทิตย์หนึ่งแล้ว” 

เขาเก็บมันใส่ถุงย่ามอย่างระมัดระวัง สำหรับคนเก็บขยะอย่างเขา แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเสี่ยงตายแล้ว แต่ทว่า... วันนี้มีบางอย่างแปลกไป 

ลึกเข้าไปในเส้นทางที่แก้วเลือกเดิน ความร้อนเริ่มเบาบางลง แต่แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่ชวนขนลุก มันคือ ‘ไออาถรรพ์’ ที่เข้มข้นจนแก้วต้องกระชับเสื้อคลุมให้แน่น 

ที่ปลายสุดของซอกหิน แก้วพบซากศพหนึ่งนอนตายอยู่ในสภาพพิงผนังถ้ำ 

มันไม่ใช่ศพของชาวบ้านหรือนักเลงปากซอย แต่เป็นศพของชายวัยกลางคนในชุดผ้าแพรสีม่วงเข้มที่ขาดวิ่น เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่ดูเหมือนเกิดจาก ‘อาคม’ มากกว่าความร้อน ผิวหนังมีรอยไหม้เป็นอักขระแปลกประหลาดที่แก้วไม่เคยเห็นมาก่อน 

“เสื้อผ้าไหม... ย่ามหนังสัตว์อสูร... นี่มันพวกจอมขมังเวทย์จากในเมือง?” 

แก้วขมวดคิ้ว หัวใจเต้นแรงขึ้น คนระดับนี้มาทำอะไรในรอยแยกกันดารแบบนี้? และทำไมถึงมานอนตายอย่างน่าอนาถเหมือนหมาข้างถนน? 

ด้วยความระมัดระวังตามกฎของคนเก็บขยะ ข้อที่หนึ่ง: ‘อย่าแตะต้องศพถ้าไม่แน่ใจ’ 

แก้วหยิบก้อนหินขึ้นมา ปาใส่ศพเพื่อเช็กกับดัก... ตุบ... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีวิญญาณพุ่งออกมา ไม่มีกลไกพิษทำงาน 

เมื่อมั่นใจ แก้วจึงค่อยๆ คืบคลานเข้าไปใกล้ เขาเห็นย่ามหนังสัตว์ที่ข้างเอวศพถูกกรีดจนขาด ข้าวของข้างใน—ไม่ว่าจะเป็นขวดโหลยา เบี้ยแก้ทองคำ หรือเครื่องรางราคาแพง—ล้วนถูกทำลายแตกละเอียด หรือไม่ก็โดนความร้อนหลอมละลายจนกลายเป็นก้อนไร้ค่า 

“เวรเอ๊ย... พังหมดเลย” แก้วบ่นอย่างเสียดาย กำลังจะหันหลังกลับ 

แต่ทว่า หางตาของเขาเหลือบไปเห็นบางสิ่งในมือขวาของศพ 

มือนั้นกำแน่นจนเกร็งแข็ง นิ้วมือกลายเป็นสีดำสนิทเหมือนถ่าน แต่สิ่งที่อยู่ในกำมือนั้นกลับไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย มันคือห่อผ้าสีคล้ำที่ดูเก่าคร่ำคร่า เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง 

แก้วรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาด เหมือนมีเสียงกระซิบเบาหวิวลอดผ่านรูหู ...เอาไป... 

มือผอมแห้งของเด็กหนุ่มเอื้อมไปแกะนิ้วศพออกอย่างยากลำบาก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสห่อผ้า ความรู้สึกเย็นวาบเหมือนจับน้ำแข็งแห้งก็แล่นปราดเข้าสู่หัวใจ ขนแขนลุกชันโดยไม่ทราบสาเหตุ 

เขาค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออก 

ข้างในคือสมุดข่อยโบราณเล่มหนา ปกทำจากหนังอะไรสักอย่างที่สัมผัสแล้วสากมือเหมือนหนังคางคก หน้าปกไม่มีลวดลายวิจิตรบรรจง มีเพียงตัวอักษรขอมโบราณที่เขียนด้วยน้ำหมึกสีแดงสดราวกับเลือดสดๆ ว่า... 

‘พรหมชาติฉบับอวสาน’ 

(หรือที่คนในตำนานเล่าขานกันว่า... ฉบับต้องห้าม) 

แก้วกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขาเคยได้ยินชื่อตำราพรหมชาติมาบ้าง มันคือหนังสือดูดวงดูฤกษ์ยามที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา แต่เล่มนี้... 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (1)

5.0