เงาอำนาจราชันเถื่อน
สายลมกลางค่ำคืนพัดผ่านตรอกแคบของเมืองใต้ดิน อันเดอร์ซองเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดเจือปนเหล็กเก่า สะท้อนแสงไฟสลัวที่กะพริบไร้ความมั่นคง สถานที่แห่งนี้เป็นเขตต้องห้าม แดนของสัตว์ร้ายที่แฝงอยู่ในเงามืด เสียงฝีเท้าเดี่ยว ๆ เดินลากไปตามทางเหมือนเป็นเจ้าของพื้นที่ เสียงหนักแน่น เย็นชา ทว่ามั่นคง
คิง เฟนเรียส หยุดยืนหน้าประตูโกดังร้าง ริมฝีปากแข็งกระตุกเล็กน้อยเหมือนรำคาญกลิ่นเลือดที่ลอยออกมาไม่หยุด
“ของต่ำพวกนี้…ไม่เคยรู้จักเลือกเหยื่อเลยสินะ”
เสียงของเขาต่ำ ลึก และเย็นจนคนทั่วไปได้ยินคงขาอ่อนแ ต่คนพวกนี้ไม่ทันได้ยิน ทันทีที่ประตูถูกผลักให้เปิดออก เงาดำก็พุ่งแทรกออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับหมาป่าเพชฌฆาตที่พร้อมจะลอบกัดทุกคนที่เข้ามาใกล้ในความมืด
ภายในโกดังเต็มไปด้วยศพของแก๊งค้ามนุษย์ที่เพิ่งล้มลงกับพื้น คิงก้าวข้ามร่างเหล่านั้นอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับว่าพวกมันเป็นเพียงเศษขยะริมทาง
จนกระทั่ง…เขาหยุดที่ตรงมุม มุมหนึ่งของโกดัง กรงเหล็กขึ้นสนิมตั้งโดดเดี่ยว ภายในกรงนั้นมีเด็กคนหนึ่งขดตัวอยู่กับพื้น
ผมสีเงินซีดสะท้อนแสงไฟจาง ๆ ผิวขาวจนเหมือนหิมะ ร่างกายเล็กบาว และสั่นจนได้ยินจากระยะไกล คิงขมวดคิ้ว ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวใจที่มักเย็นชาดังผืนเหล็กแข็งกร้าว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหิมะเจือความหวาน…กลิ่นที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนในชีวิต
เขาก้าวเข้าไปใกล้กรงนั้น ช้า ๆ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเด็กตัวเล็กที่ค่อย ๆ เงยหน้าอย่างหวาดกลัว ดวงตาสีฟ้าอ่อนสั่นระริก ทั้งหวาดหวั่น…ทั้งต้องการขอความช่วยเหลือ
คิงหยุดหายใจไปชั่วขณะ สัญชาตญาณหมาป่าในตัวคำรามเบา ๆ
“ของฉัน…เธอเป็นของฉัน”
เขาพึมพำออกมาเองโดยไม่รู้ตัว มือแกร่งยื่นไปจับลูกกรง และบิดมันให้พังอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงลวดบาง ๆ ทันทีที่กรงแตก เด็กคนนั้นก็ถอยกรูดจนหลังชนมุมตัวสั่นระริกเหมือนลูกแมวกลัวน้ำ
คิงก้าวเข้าไปใกล้แล้วหยุดคุกเข่าตรงหน้าเขาอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก”เสียงของเขาลดต่ำลงจนเกือบอ่อนโยน อย่างที่ไม่เคยเป็นมา
“ต่อจากนี้…ไม่มีใครแตะต้องเธอได้อีกแล้ว”
เด็กคนนั้นกระพริบตาช้า ๆ น้ำตาเอ่อขึ้นก่อนริมฝีปากเล็กจะขยับเสียงเบาเหมือนกระซิบ
“…ช่วยผมด้วย”เพียงแค่นั้น หัวใจที่แข็งราวเหล็กกล้าของราชันมาเฟีย ก็แตกออกเป็นรอยร้าวแรก
คิงอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นแนบอกกอดไว้แน่น ราวกับกลัวจะมีใครมาแย่งไป
ตั้งแต่วินาทีนั้น โลกทั้งใบของคิงก็เหลือแค่ “เขา” คนเดียว
หลายปีต่อมา
หิมะโปรยเบา ๆ หน้าต่างคฤหาสน์อันเดอร์ซอง เสียงข่วนหาง“ปุ้งๆ” เบา ๆ ดังมาจากในห้องนั่งเล่น
คิงยืนพิงกรอบประตู มองร่างผอมบางในชุดเสื้อไหมสีครีมกำลังก้มอ่านหนังสือบนโซฟา หูแมวหิมะสีเงินโผล่มาให้เห็นชัด…และหางก็กวัดไปมาอย่างไม่รู้ตัว
เซฟีนไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังแผ่ออร่าล่อสัตว์ร้ายเต็มที่
แต่คิงรู้…
รู้จนแทบบ้าตายเขากำมือแน่นกดเสียงต่ำจนเรียบสนิท
“เซฟีน”
เด็กหนุ่มเงยหน้าอย่างงุนงง ดวงตาสีฟ้าอ่อนสะท้อนเงาของชายผู้เป็นดั่งคืนมืดทั้งหมด
“ครับ…คิง?”
คิงก้าวช้า ๆ เข้าไปจนถึงโซฟาก้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีเงินคมกริบจับจ้องหูแมวที่ยังยกขึ้นอยู่
“เธอรู้ไหม…หูแบบนั้น แปลว่าอะไร”
เซฟีนหน้าแดงวาบรีบจับหูตัวเองแล้วสะดุ้ง
“ผะ…ผมไม่รู้!”
คิงยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งอันเดอร์ซองหนีหัวซุกหัวซุน แต่เซฟีนกลับไม่ทันได้หนี
เพราะคิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจแทบจะทับกัน
“มันแปลว่า…”เสียงของคิงทุ้มต่ำ ลึก และดูอันตรายมากๆ
“…เธอกำลังเรียกหาฉันอยู่”
หางแมวสะดุ้งลุกฟูทันที
คิงหัวเราะในลำคอ ราวกับหมาป่าที่จับเหยื่อได้
นี่คือจุดเริ่มต้นความวุ่นวาย เมื่อเด็กแมวหิมะที่เขาเก็บมา…
กำลังจะตื่นพลังที่ทำให้ทั้ง 7 ตระกูลไล่ล่าไม่จบสิ้น
แต่คิงมีเพียงคำตอบเดียว
“ใครแตะต้องเธอ…ฉันจะฆ่าทิ้งให้หมด”
