จิตสำนึกเสี้ยวสุดท้ายเหนี่ยวนำให้เธอกัดปากเขาไปทีหนึ่ง สองมือผลักอกแกร่งของเขาให้ถอยห่าง รีบพ่นถ้อยคำออกไปด้วยอาการหอบเหนื่อย
"ทำ...ไม่ได้นะคะพี่ภาม"
คนฟังไล้ลิ้นไปบนรอยกัดบนริมฝีปากของตัวเอง พลางกระตุกยิ้ม "ทำไมจะไม่ได้?"
"ก็รินเป็น..."
"แม่เลี้ยง?"
ได้ยินคำเรียก มธุรินก็นั่งกอดตัวเองนิ่ง คนตรงหน้าแค่นหัวเราะเบา ๆ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาใครบางคน
"เดี๋ยวก็รู้ว่าได้หรือไม่ได้" รอจนปลายสายกดรับ ภาวินก็กรอกเสียงลงไปพร้อมเปิดสปีกเกอร์ไฟน "พ่อ"
ดวงตาของมธุรินเบิกโต พุ่งถลาจะเข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือไปวางสาย แต่อีกฝ่ายเอี้ยวตัวหลบ โอบกอดเธอเอาไว้ เขากดโทรศัพท์มือถือลงจนจมกองผ้าในกระเป๋าเดินทาง หันมากระซิบเสียงดุข้างหูเธอ
"อยู่เฉย ๆ ไม่งั้นฉันจะกดเปิดกล้องแล้วบอกพ่อว่าเธอเข้ามายั่วยวนฉัน"
ภาวินไม่รอคำตอบ ยกโทรศัพท์มือถือที่มีเสียงผู้เป็นพ่อแว่วออกมาผ่านเนื้อผ้าขึ้นมา
[ภาม มีอะไร ได้ยินพ่อไหม]
"ได้ยินครับพ่อ"
[แล้วมีอะไร พ่อกำลังรีบ]
"ถ้าผมอยากได้อะไรก็ให้บอกมธุรินใช่ไหมครับ"
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนตอบกลับมา [ใช่ เราคุยกันแล้วนี่ภาม มีอะไรหรือเปล่า]
"ไม่มีอะไรครับ ผมก็แค่...เกรงใจคุณแม่เลี้ยง เลยโทรมาถามพ่อให้แน่ใจ ถ้าเขาปฏิเสธ ผมจะได้อ้างพ่อ"
ปลายสายถอนหายใจเสียงดังเข้ามาในสาย [แกก็พูดกับรินดี ๆ พ่อบอกให้เขาดูแลแก เขาก็ต้องทำอยู่แล้ว]
ภาวินหันมายกคิ้วกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะให้เธอ "ครับพ่อ แค่นี้นะครับ เดินทางปลอดภัย"
หลังวางสาย เขาก็โยนโทรศัพท์มือถือลงไปบนกองผ้าในกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอด
"เป็นแม่ก็ต้องดูแลลูก อย่าขัดใจฉันจะดีกว่า ฉันรู้ว่าเธอก็ต้องการมันเหมือนกัน" ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มถอดชุดเดรสเนื้อผ้าเรียบลื่นออกไปจากร่างกายของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

