พี่จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่? ในเมื่อร่างกายพี่มันฟ้องว่า... 'สุขสมเหมือนฝัน'
ถึงเวลาที่พี่สถาปัตย์คนเก่งจะต้องเรียนรู้ 'ทฤษฎีรักฉบับหมาเด็กวิศวะแล้ว!"
กลิ่นแอลกอฮอล์ตีวนอยู่ในโพรงจมูกจนแสบ สลับกับกลิ่นหมึกพิมพ์และกาแฟที่เกาะแน่นอยู่ในเสื้อผ้า เสิ่นหนิงเทียนใช้กุญแจไขห้องหมายเลข402 อย่างเคยชิน เขาไม่จำเป็นต้องมองเลขห้องด้วยซ้ำ ด้วยความมึนงงจากงานโปรเจกต์สถาปัตย์ที่เพิ่งปิดลงและแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเพื่อฉลองความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เขาล้มตัวลงบนเตียงนุ่มทันทีโดยไม่แม้แต่จะถอดรองเท้า
นุ่ม... เตียงวันนี้ทำไมถึงได้นุ่มสบายเป็นพิเศษอย่างนี้
ดวงตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลงอย่างสมยอม ไม่ทันได้รู้เลยว่าเขาทิ้งตัวลงบนเตียงของใคร...
ชุนจางเหว่ยวิศวะปี 3 เดือนคณะเจ้าปัญหา ที่เพิ่งกลับจากกิจกรรมมหาวิทยาลัย กำลังเช็ดผมที่เปียกหมาดหลังอาบน้ำ เขายืนชะงักเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตาบนเตียงของตัวเอง
อ้าว... พี่ข้างห้องนี่นา?
จางเหว่ยเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัดเจน ดวงตาคมกริบของวิศวะหนุ่มเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนพอใจ
เสิ่นหนิงเทียน รุ่นพี่ข้างห้องสุดเนี้ยบจากคณะสถาปัตย์ที่เขามองมานาน ตอนนี้กำลังนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงเขา!
"รุ่นพี่ข้างห้อง?..." จางเหว่ยแสร้งทำเสียงตกใจ
"พี่จะมาแย่งเตียงผมแบบนี้ไม่ได้นะครับ!"
"อืม... แสบตา"
คนเมาพึมพำ หนิงเทียนใช้มือที่เย็นเฉียบเอื้อมคว้าสวิตไฟปิดอย่างไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบข้าง
ความมืดกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ใจของจางเหว่ยกลับสว่างวาบด้วยความคิดที่แสนอันตราย เขามองเห็นโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้...โอกาสที่จะทำลายกำแพงความเย็นชาของรุ่นพี่คนนี้
เขายืนอยู่ข้างเตียง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมความเจ้าเล่ห์เริ่มออกอาวุธ
"รู้ไหมครับพี่หนิงเทียน... ผมมองพี่มานานแล้ว"
เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูที่แดงก่ำเพราะพิษสุรา
"ถ้าคืนนี้...ผมทำอะไรลงไป พี่จะโทษผมไม่ได้นะครับ"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขยายกว้าง จางเหว่ยใช้ความมืดพรางตัวก่อนจะทิ้งตัวลงข้างกายรุ่นพี่อย่างแผ่วเบา สัมผัสแรกที่แนบชิดคือการโอบกอดที่แสนอ่อนโยน... ความอ่อนโยนที่มาพร้อมกับความคิดที่ไม่ซื่อ
คืนนั้น...ในความมืดมิด มีเพียงคนเดียวที่รู้ว่า ทฤษฎีรัก กำลังถูกเริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเร่งรัดและเร่าร้อน
