คิรินทร์ยืนตรงหน้าสายตาเคร่งเครียดใจเต้นแรงไม่ต่างจากเธอเขารู้ดีว่าฤทธิ์ของยานั้นน่ากลัวเพียงใด
และรู้ว่าต้องควบคุมทั้งสถานการณ์และความรู้สึกของตัวเองไม่ให้มันเกินเลย
“คุณ…คุณต้องมียาแก้…ใช่มั้ย?…ให้ฉัน…”
มือเธอเอื้อมไปแตะเสื้อเชิ้ตเขาร่างกายร้อนวูบวาบ ความรู้สึกภายในยิ่งทวีความรุนแรง เธอเผลอปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกไปสองเม็ดโดยไม่รู้ตัว
คิรินทร์รีบหยุดมือเธอ ดึงเข้ามากอดแน่น
“ณิชานันท์ ตั้งสติ”
“ฉันร้อน…” เธอพึมพำเสียงสั่น
ภายในห้องทำงานหรู ทุกอย่างเรียบร้อยสงบราวจำลองความอบอุ่นของบ้านไว้ในพื้นที่ทำงาน ยกเว้นหญิงสาวในอ้อมแขนเขาที่กำลังทรมาน
เขาอุ้มเธออย่างระมัดระวังพาไปยังห้องน้ำ วางร่างบอบบางลงในอ่างน้ำเย็นความชื้นช่วยบรรเทาความร้อน เสื้อผ้าที่เปียกแนบเนื้อเผยผิวขาวสะท้อนแสงน้ำ ทำให้เขาต้องเบือนสายตาออกไปเพื่อรักษาความเป็นสุภาพบุรุษ
แต่ก่อนที่เขาจะถอยออกเธอกลับคว้าท่อนแขนเขาดึงเขาเข้ามาใกล้อย่างไร้สติ จ้องเขาด้วยแววตาฉ่ำปรือและหอบหายใจถี่
“ฉัน…ไม่ไหว ทรมาน…” เสียงแผ่วเบาเกือบเป็นกระซิบ เธอโค้งหน้าเข้าหาเขา
เขาเกือบจะผละออกหากแต่สายตาอ้อนวอนของเธอ และความสั่นไหวในอกของตัวเองกลับทำให้มือที่ควรจะผลักออก กลายเป็นโอบกอดแน่นขึ้นแทนคิรินทร์เริ่มจูบเธออย่างอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่เก็บกด ริมฝีปากเขาเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังสำรวจความรู้สึกของตัวเองในจังหวะเดียวกัน
มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อของเธอทีละเม็ด ด้วยจังหวะเชื่องช้า ทุกสัมผัสกลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เขาไม่กล้าเรียกชื่อ
ริมฝีปากบดจูบลงมาอีกครั้งคราวนี้เร่าร้อนและหนักแน่นราวกับต้องการย้ำเตือนตัวเองว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ฝัน
เรียวลิ้นที่ซุกซนแตะสัมผัสจนเสียงหวานของหญิงสาวเล็ดลอดออกมาแผ่วเบาในอากาศอบอ้าวเขาชะงักเพียงชั่วครู่แต่ในที่สุดเขาก็ไม่อาจหักห้ามความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงได้อีกต่อไป
