“ขวัญข้าว แม่มีอะไรจะคุยด้วย”
“แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” ญาณิดาเอ่ยถามผู้เป็นแม่เสียงหวาน
“คือ…” อัปสรที่ตั้งใจจะบอกลูกสาวว่าเธอกำลังจะแต่งงานใหม่ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง กลัวว่าพูดไปแล้วลูกสาวจะเสียใจ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ลูกสาวก็มีเพียงเธอมาตลอด หลังจากที่สามีเสียตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก เธอก็ตั้งใจเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด และคิดว่าชีวิตนี้เธอคงจะไม่มีผู้ชายคนไหนอีก
จนได้มาเจอกับดุลภพ นักธุรกิจที่เข้ามาบริจาคทุนการศึกษาให้เด็กๆ ในโรงเรียนที่เธอเป็นผอ.อยู่ ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่เห็นเขามีใบหน้าคล้ายกับสามีเก่า จนมาได้พูดคุยและติดต่อกันมาระยะหนึ่ง ก็รู้สึกว่าเธอกับเขามีอะไรที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง ในที่สุดพวกเธอก็ตกหลุมรักผู้ชายคนนี้อีกครั้ง จนได้ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานใหม่อีกครั้ง
แต่การที่เธอจะแต่งงานใหม่ เธอเองก็กลัวว่าลูกสาวจะเสียใจ จึงได้ปิดบังเรื่องที่เธอกำลังคบหาดูใจกับดุลภพมาตลอด จนมาวันนี้หลังจากที่ผลการประกาศเข้ามหาลัยชื่อดังของลูกสาวผ่าน เธอจึงตัดสินใจที่จะบอกเรื่องนี้ให้กับลูกสาวได้รู้
เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเธอกับดุลภพก็จะแต่งงานกัน และเธอก็ต้องย้ายเข้าไปรับตำแหน่ง ผอ. ที่กรุงเทพฯ พอดี
“แม่จะบอกขวัญข้าวว่า หลังจากเทอมหน้าเป็นต้นไป แม่จะย้ายไปเป็นผอ. ในโรงเรียนที่กรุงเทพฯ”
“ว้าว! ดีจังหนูจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าหอแล้ว” ญาณิดาได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นแม่บอกก็ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ตอนแรกตอนที่เห็นสีหน้าเป็นกังวลของผู้เป็นแม่ เธอติดว่ามีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับผู้เป็นแม่หรือเปล่า แต่พอได้ยินว่าแม่แค่จะไปรับตำแหน่งใหม่เธอก็รู้สึกโล่งใจ “เห็นแม่ทำหน้าเครียดๆ คิดว่าจะมีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรซะอีก”
“ที่จริงนอกจากเรื่องย้ายตำแหน่งแล้ว แม่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากบอกกับลูก”
“เรื่องอะไรเหรอคะ” น้ำเสียงเป็นกังวลของผู้เป็นแม่ ก็เริ่มทำให้ญาณิดาเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่ก่อนที่แม่จะบอก แม่ขอถามอะไรลูกสักหน่อยได้ไหม” อัปสรลังเลอยู่คู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยถามลูกสาวออกไป “หากว่าแม่แต่งงานใหม่ ขวัญข้าวจะโกรธแม่หรือเปล่า” เธอเอ่ยถามลูกสาวออกไปอย่างใจเย็น
“จะโกรธทำไมละคะ หากแม่มีความสุข ขวัญข้าวก็มีความสุขค่ะ” ญาณิดาบอกกับผู้เป็นแม่ออกไปจากใจจริง “แม่อุตส่าห์เลี้ยงหนูมาด้วยความยากลำบาก หากอะไรที่แม่ทำแล้วมีความสุข หนูก็ยินดีค่ะ”
“ขวัญข้าว” อัปสรเรียกลูกสาวด้วยความซาบซึ้งใจ เธอไม่คิดเลยว่าลูกสาวจะเข้าใจเธอ
“แล้วแม่จะแต่งงานเมื่อไหร่ค่ะ แล้วผู้ชายคนนั้นเขารักแม่มากหรือเปล่า” ญาณิดาที่รู้สึกเป็นกังวล ว่าผู้ชายที่แม่เลือกจะทำไม่ดีกับผู้เป็นแม่ จึงเอ่ยถามออกมาเป็นชุด
“ที่จริงคุณลุงเขาใจดีมากเลยนะ ตอนแรกแม่ก็แค่รู้สึกว่าเขาเหมือนกับพ่อของเรา แต่พอได้คุยกันก็รู้สึกว่าไม่ใช่แค่คล้ายอย่างเดียว แต่เหมือนแทบจะเป็นคนเดียวกัน จากที่แค่จะคุยสนุกๆ มารู้ตัวอีกทีเขาก็เข้ามาอยู่ในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้แม่จะไม่ยากยอมรับข้อนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธมันไม่ได้เลย” อัปสรบอกเล่าให้ลูกสาวได้ฟังอย่างไม่ปิดบัง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตมีอะไรเธอก็มักจะแชร์เรื่องราวต่างๆ ให้ลูกสาวฟังเสมอ เพื่อที่ลูกสาวจะได้มั่นใจว่าถ้าวันหนึ่งมีปัญหา จะมีเธอคอยรับฟังและอยู่เป็นเพื่อนเสมอ
“ถ้าเขาดีกับแม่หนูก็เบาใจค่ะ” ญาณิดาบอกด้วยความโล่งใจ “แต่ถ้าวันไหนเขารังแกแม่ บอกหนูได้เลยนะ เดี๋ยวหนูไปจัดการเขาให้เอง”
“จ้า แม่จะบอกขวัญข้าวให้ไปจัดการคนแรกเลย” อัปสรโอบกอดลูกสาวด้วยความเอ็นดู
