คุกนรกกลางเมืองหลวง
กลิ่นเลือด กลิ่นหนูตาย กลิ่นเหม็นอับและกลิ่นของผู้สิ้นหวังลอย
อบอวลอยู่ในห้องขังชื้นแฉะที่แม้แต่แสงตะเกียงยังไม่อาจสว่างได้
หญิงสาวผู้หนึ่งนอนแน่นิ่ง ร่างสะบักสะบอม
เปลือกตาบวมช้ำเสื้อผ้าขาดวิ่น
หายใจรวยรินราวกับกำลังเฝ้ารอความตาย
ภาพความทรงจำอันโหดร้ายถาโถมมาไม่หยุด
ภาพเหล่าคนที่เธอเคยรัก และทรยศต่อเธอ ภาพเหล่านั้นย้อนกลับไปถึงวันที่เธอถูกจับวันแรก
ณ ศาลตัดสินคดี
"ข้าเปล่านะ ข้าไม่ได้เป็นคนทำท่านผู้พิพากษา"
"หุบปาก ฟังคำตัดสิน" เข่าทั้งสองข้างเธอแตะพื้นที่เย็นยะเยือนพร้อมมือที่สั่นเทาด้วยความกลัว
"ด้วยนามแห่งองค์ฮ่องเต้ ขอตัดสินประหาร
ชีวิตเจ้า ในอีกสามวันให้หลัง"
"ไม่นะข้าไม่ได้ทำไมข้าถูกใส่ร้าย"
"เอานางไปขัง รอวันประหาร"
ณ คุกใต้ดินของศาล
ร่างของเธอถูกโยนเข้าไปในห้องขังที่ทั้งมืดและเหม็น
ความโกรธ ความเสียใจ ที่ถูกคนรักทรยศจากทั้ง
บุรุษผู้เคยสัญญาจะปกป้อง กลับหันดาบใส่
หญิงรับใช้ที่หัวเราะเย้ย ขณะเธอถูกเหยียบย่ำ
เพื่อนที่ข้าที่รักดั่งพี่สาวก็เอามีดปักข้าจากด้านหลัง
ทุกภาพไหลย้อนกลับ
ราวกับความทรงจำที่ย้ำเตือนถึงความโง่เขลาของเธอเอง
"กลิ่นที่นี้เหม็นจริงๆไม่รู้เจ้าทนอยู่ไปได้ไง"
เสียงจากทางเดินที่ดังเข้ามาบุคคลที่โผล่หน้าเข้ามาเป็นเพื่อนรักและสาวใช้ที่ทรยศเธอ
"ลี่อิง ซุยเฮา พวกเจ้ามาช่วยข้าแล้วใช่มั้ย" เธอถามด้วยความจริงใจเพื่อหวังว่าเรื่องทั้งหมดเธอจะเข้าใจผิดไปเอง
เพี้ยะ..มือของหญิงสาวที่ถูกทรยศถูกปัดออก
"เอามือสกปรกของเจ้าออกไปจากชุดข้านะ"
"ช..ช่วยเจ้า..หึหึ..ฮ่าๆ"
หญิงสาวสองคนยืนหัวเราะคนหนึ่งคือเพื่อนที่เธอรักดุจพี่สาวแท้ๆอีกคนคือสาวใช้ที่เธอเอ็นดูมาตลอด
"เจ้ามันโง่ ไม่สิ้นสุดจริงๆนะ ข้าจะบอกอะไร
สิ่งที่เจ้าเจออยู่ตอนนี้ข้าเป็นคนทำเองทั้งหมด"
"ว.ว่าไงนะ..พวกเจ้าทำแบบนี้ทำไม"
หญิงสาวผู้นั้นเดินเข้ามาหาเธอแล้วกระซิบข้างหู
"......ซุบซิบๆ........."
"ไม่จริง เจ้าโกหก"
"ว่าแล้วที่เจ้าต้องไม่เชื่อ อ่าได้เวลาพอดี"
ชายปริศนาเดินเข้ามาในคุกยืนเบื้องหน้าเธอ
“เจ้าคิดว่าแค่ตายจะจบงั้นหรือ?”
เสียงที่ทั้งเย็นชา เย้ยหยัน ดูถูก สะใจ
“คนอย่างเจ้าตายไปสักสิบรอบก็ไร้ซึ่งความหมายใดๆ!”
"ไม่จริง ท่านเป็นสามีข้านะ ท่านทำอย่างนี้กับข้าได้อย่างไร"
"มือหนึ่งข้างของชายผู้นั้นบีบปากเธอ และกล่าวว่า
อย่าโกรธแค้นข้าเลยเมียข้า ตระกูลเจ้ามันไปขวางหูขวางตา
องค์รัชทายาท "
"ไอคนสารเลว ครอบครัวข้าทำดีกับเจ้ามาตลอด เสียแรงจริงๆที่ข้าหลงผิดไปรักคนเยี่ยงเจ้า" เธอตระโกนใส่ด้วยความโกรธแม้ว่าแรงจะลุกยืนยังทำไม่ไหว
"ถ้าจะโทษใคร ก็โทษตัวเจ้าและ พ่อเจ้าเองนะ ลาก่อนเมียข้า"
.
...
.....
“ลี่อิง…ชุยเฮา…เจ้าทั้งสอง…”
“หรือแม้แต่เจ้า...ให้อภัยไม่ได้”
ผ่านมา2วันแล้วสินะที่ข้าไม่ได้กินอะไรเลย แถมระหว่างนั้น
ข้าก็ถูกทารุณกรรมอย่างหนักจากเหล่าทหารของเพื่อนและสามีชั่ว
น...น้ำ ข้าหิวน้ำ
หลังของเธอแนบกับพื้นที่เย็นดั่งน้ำแข็ง สายตาของเธอมองเห็นแต่เพดานหินเบื้องหน้า แรงจะลุกก็ไม่มีเเล้ว
หึหึ...ฮ่าฮ่า..ข้ามันโง่จริงๆ
เสียงแหบพร่าที่เบาบางดุจสายลม
เธอสิ้นลมอย่างเงียบงัน
ไม่มีพิธีศพ และไม่มีคนจดจำ
รุ่งอรุณของวันที่ฝนโปรยปราย
ในจวนแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่
บุตรีลืมตาขึ้นหลังจากประสบอุบัติเหตุ
เธอตื่นขึ้นมา ด้วยความงุนงง เงียบงัน
ไม่ร้องไห้ ไม่มีเสียงหัวเราะ
ราวกับเป็นคนละคนก่อนหน้านี้
เธอเดินไปส่องกระจกและตระหนักได้ในทันทีว่านี้แหละคืออาวุธที่ทรงพลังของเธอเอง เธอยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดเบากับตนเองว่า
“ชีวิตนี้…ข้าชื่อ ซูเหยียน”
“และข้ากลับมาพร้อมความแค้น
ที่แม้แต่สวรรค์ยังไม่อาจรับรู้ได้”
ทุกลมหายใจจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการชำระคืน
และครั้งนี้...ข้าจะเป็นฝ่ายล่าทุกคน จนไม่เหลือแม้แต่ซาก
