"เจ้จะไปไหน?" เสียงเล็กๆร้องทักพี่สาววัยสิบสองที่สะพายกระเป๋ากำลังจะเดินออกจากบ้าน
"เจ้จะไปโรงเรียน แล้วตี๋ล่ะทำไมถึงยังอยู่บ้าน ไม่ไปโรงเรียนหรือยังไง" สาม พี่สาวข้างบ้านถามกับเด็กชายวัยย่างแปดขวบที่ยืนเกาะรั้วมองเธออยู่
"วันนี้ตี๋ไม่สบายครับ แม่บอกให้หยุดอยู่บ้าน" ตี๋บอก
"ถ้าอย่างนั้นก็กินข้าว กินยา แล้วก็นอนพักนะจะได้หายไวๆ ตอนเย็นเจ้กลับมาเดี๋ยวจะซื้อลูกชิ้นหน้าโรงเรียนมาฝาก" สามบอกกับเด็กชายพร้อมกับเดินเข้ามาลูบหัวของเขาเบาเหมือนเช่นทุกครั้ง
"ตี๋อยากไปโรงเรียนกับเจ้" ตี๋พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"รอให้หายก่อนแล้วค่อยไปก็ได้ไม่ต้องรีบ" สามบอกกับเด็กชาย
"ไปกวนอะไรพี่เขาอีกล่ะเจ้าตี๋" คุณภารดี แม่ของตี๋เดินออกมาถามลูกชาย
"แม่ครับตี๋อยากไปโรงเรียน" ตี๋หันไปบอกผู้เป็นแม่
"ก็ป่วยอยู่จะไปได้ยังไง เจ้านี่มากวนแต่เช้าเลยใช่ไหมน้องสาม" คุณภารดีหันมาถามกับเด็กหญิงที่อยู่บ้านข้างๆ
"ไม่หรอกค่ะน้าปู น้องไม่ได้มากวนอะไร พอดีว่าสามกำลังจะไปโรงเรียนก็เลยแวะมาทักน้องก่อน" สามบอก
"ถ้าอย่างนั้นหนูไปโรงเรียนเถอะลูก ประเดี๋ยวจะสายเอา" คุณภารดีบอกกับหลานสาวข้างบ้าน
"งั้นสามไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะน้าปู พี่ไปก่อนนะตี๋แล้วเย็นจะเอาลูกชิ้นมาให้" สามพูดทิ้งท้าย ก่อนที่เธอจะหันหลังแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น
สายตาของเด็กชายมองตามหลังพี่สาวไปตาละห้อย คุณภารดีที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มน้อยๆแล้วส่ายหัวเบาๆ เพราะว่าตั้งแต่เด็กๆแล้วเจ้าลูกชายของเธอมักจะติดพี่สาวข้างบ้านเป็นอย่างมาก ชนิดที่ว่าตามกันเป็นเงาตามตัว เหลือแค่ย้ายไปนอนที่บ้านของพี่สาวข้างบ้านก็เท่านั้นแล้วตอนนี้
"เข้าบ้านเถอะลูก พี่สามเขาก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวตอนเย็นจะซื้อลูกชิ้นมาให้" คุณภารดีบอกกับลูกชาย
"แม่ครับ" ตี๋เรียกผู้เป็นแม่ พร้อมกับมองหน้าของเธอด้วยแววตาที่จริงจัง
"หืม มีอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมทำสีหน้าจริงจังแบบนั้นล่ะ" คุณภารดีถามลูกชาย
"โตขึ้นตี๋จะแต่งงานกับเจ้สาม แม่เตรียมตังเอาไว้เยอะๆนะครับ" เด็กชายบอก
"ฮ่าๆๆๆ เจ้าเด็กแก่แดด ตัวเท่านี้น่ะเหรอจะไปแต่งงานกับพี่สามเขา กว่าเราจะโตน่ะพี่เขาก็มีแฟนไปแล้วลูก" คุณภารดีบอกกับลูกชาย
"ฮึ่กๆ ไม่เอา ตี๋ไม่ให้เจ้สามมีแฟน ตี๋จะเป็นแฟนกันเจ้สามแค่คนเดียว ตี๋ไม่ยอมให้ใครมาเป็นแฟนเจ้สาม ฮืออออ" เด็กชายร้องไห้ออกมาเสียงดัง ทำเอาคุณภารดีต้องรีบเข้ามาปลอบลูกชายเป็นการใหญ่
"โอ๋ๆลูกไม่ร้องนะไม่ร้อง อยากเป็นก็เป็นแม่ไม่ได้ห้ามซะหน่อย เดี๋ยวแม่จะเก็บเงินเอาไว้เยอะๆ เอาไว้ให้หนูไปขอพี่สามเขาแต่งงานตอนโตดีไหมลูก" คุณภารดีรับปากลูกชาย เพราะคิดว่าเจ้าตัวคงจะคิดเล่นๆเหมือนเด็กทั่วไป พอโตแล้วเขาก็คงจะลืมเรื่องนี้
ทว่าใครจะคิด.........
ว่าเด็กชายตี๋จะคิดเรื่องนี้แบบเป็นจริงเป็นจัง ไม่ได้เพียงคิดเล่นตามประสาเด็กอย่างที่แม่ของเขา หรือว่าใครคนอื่นคิดกัน