รัก(ไม่)ลับฉบับสาวเงอะงะ
ตัวอย่างบางส่วนในเรื่องนี้
“โอ๊ะ! คุณบลู ไหนบอกว่าจะให้เวลาฉันคิดก่อนไงคะ”
เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับไปผลักเขาออก เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของบลูโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่
“ฉันรอไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยชิดข้างใบหู “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะได้มาเจอเธอแบบวันนี้ ฉันกลับไปนั่งคิดทบทวนมาทุกอย่าง คิดจนแน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร…และฉันก็ยอมรับมันแล้ว”
เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อของตัวเองไว้ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสติ
“เหลือแค่เธอแล้วนะ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “เหลือแค่เธอที่ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง”
“แต่ว่าเราสองคน…” เธอพยายามเอ่ย เสียงแผ่วลงราวกับรู้ดีว่าประโยคนี้จะนำไปสู่เรื่องอะไร
“ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” บลูขัดขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง “ถ้าคนมันจะรักกัน ต่อให้อยู่คนละฐานะ คนละโลก มันก็รักกันได้ ไม่มีใครเขาแบ่งชนชั้นกันแล้วในยุคนี้”
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความจริงใจในแววตาของเขาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม
“ฉันว่าคุณบลูน่าจะเมานะคะ” เธอฝืนยิ้ม พยายามเบี่ยงสายตา “ฉันเข้าใจค่ะ บางทีคุณอาจจะแค่สับสน”
บลูหัวเราะเบาๆ แต่แววตานั้นกลับไม่ขำเลยแม้แต่น้อย
“ฉันไม่เคยมีสติเท่านี้มาก่อนในชีวิต” เขาตอบช้าๆ “ฉันรู้ดีว่ากำลังพูดอะไร และรู้ว่ากำลังรู้สึกกับใคร”
เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับระยะห่างเพียงเล็กน้อยนั้นจะช่วยปกป้องหัวใจตัวเองได้
“คุณเป็นหัวหน้าฉันนะคะ แล้วฉันก็เป็นแค่พนักงานทดลองงาน เราไม่ควรพูดเรื่องแบบนี้เลย”
“ถ้าฉันไม่ใช่หัวหน้าเธอล่ะ?”
คำถามนั้นทำให้เธอชะงัก
“ถ้าวันหนึ่งเธอไม่ได้ทำงานที่นี่ หรือฉันไม่ใช่คนในตำแหน่งนี้ เธอยังจะปฏิเสธฉันด้วยเหตุผลเดิมอยู่ไหม”
เธออ้าปากจะตอบ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่
“เธอกลัวใช่ไหม” บลูพูดเบาลง “กลัวว่าจะเสียงาน เสียอนาคต หรือกลัวว่าจะเสียใจ”
น้ำตาเอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ฉันกลัวทุกอย่างเลยค่ะ” เธอยอมรับในที่สุด “กลัวว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่คุณคิด กลัวว่าความรู้สึกนี้จะทำให้เราสองคนพัง”
บลูยื่นมือออกมาอย่างช้าๆ แต่หยุดไว้กลางอากาศ ราวกับรอการอนุญาต
“ฉันไม่เคยสัญญาว่ามันจะง่าย แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอต้องเผชิญมันคนเดียว”
เธอมองมือนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง หัวใจเต็มไปด้วยความลังเลและความหวั่นไหว
“ขอเวลาฉันอีกหน่อยได้ไหมคะ” เธอพูดเสียงสั่น “ขอให้ฉันได้คิดโดยไม่ต้องรีบตัดสินใจ”
บลูพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะลดมือลง
“ได้…แต่ขอแค่เธออย่าหนีความรู้สึกตัวเองก็พอ”
คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวเธอ แม้เขาจะเดินออกจากห้องไปแล้วก็ตาม
