“คนอื่นสมหวังกันหมด แต่ทำไมต้องเป็นฉันที่ผิดหวังเสมอ เทพเจ้าด้ายแดงอะไร… เฮงซวยสิ้นดี” “ช่างกล้าดี… เจ้ามนุษย์ผู้นี้เป็นใครกัน บังอาจเอ่ยคำเช่นนี้ต่อหน้าข้า”

สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไรต์รักมาก ตั้งใจและร้อยเรียงออกมาร่วมปีเห็นจะได้กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ให้ทุกท่านได้อ่านกัน อย่างไรเสียไรต์ก็ขอฝาก ฟั่นชาด ไว้ในอ้อมออกอ้อมใจด้วยนะคะ 

 

คำโปรย 

  

“ด้ายแดง” ว่ากันว่าเป็นเชือกของเทพแห่งจันทรา ด้ายเส้นนี้เป็นสีแดง และถักทอร้อยเรียงผูกชะตาของคนสองคนเอาไว้ เพื่อครองคู่กันในภาพชาตินี้และชาติหน้า ของคนทั้งสองภาวนาเพียงว่าจะเกิดมาคู่กันอีก ด้วยความยาวของเส้นด้ายที่สามารถพันรอบโลกได้ถึงสามรอบ จึงไม่ต้องกลัวเลยว่าตามหากันไม่เจอ 

“ด้ายแดงเหรอ ใครจะไปเชื่อเรื่องพรรค์นั้นกัน ไร้สาระชัด ๆ” เสียงนุ่มแฝงความหวานของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น ขณะนั้นเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงเข้ารูปสีน้ำตาลอ่อน พร้อมทั้งรองเท้าที่เข้ากันได้ดี เขาห้อยบัตรพนักงานบริษัทไว้ที่กระเป๋าและสะพายกระเป๋าคล้องไหล่ยืนทอดสายตามองถนนที่เต็มไปด้วยรถราในช่วงเย็นของวัน แม้ดวงอาทิตย์จะใกล้ลับฟ้าแต่ความวุ่นวายในตัวเมืองยังคงไม่หยุดนิ่ง

“ก็เพราะเธอคิดแบบนี้ไง เทพเจ้าด้ายแดงถึงไม่เคยช่วยเธอเลย” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น เธอต่อว่าเขาอย่างไม่จริงจังนัก

“ฉันเลิกเชื่อไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่ได้ยินว่าด้ายแดงมันพันรอบโลกตั้งสามรอบนั่นแหละ ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ถ้ามันยาวขนาดนั้นเพื่อที่จะเชื่อมสองคนเข้าด้วยกันไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ถ้ามองตามความเป็นจริงคนเราไกลกันมากสุดก็แค่คนละฝั่งของโลก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ แค่ครึ่งรอบก็น่าจะถึงอีกคนแล้วไม่ใช่เหรอ”

เขาบ่นระงมในความคิดของตัวเองที่วิเคราะห์มาตลอดหลายปี เมื่อก่อนเขาโง่งมไปขอพรที่ศาลเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่เคยได้ผล จึงเลือกที่จะไม่เชื่อและอคติไปเสียเลย

“ฉันจะไปรู้กับเขาได้ยังไงล่ะ! นายนี่มันตั้งคำถามแปลก ๆ ทุกที เอาจริงไหม นายก็แค่หาเหตุผลมาหักล้างตัวเองเพื่อจะได้ไม่ต้องเชื่ออะไรพวกนี้ใช่ไหมล่ะ”

เธอบ่นเขากลับพลางมองเขาด้วยความหงุดหงิด แต่พอเห็นหลี่อี้ชุนหยิบหูฟังขึ้นมาใส่แล้วเดินเลี่ยงไปไม่คิดจะเถียงต่อ เธอก็ทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ

“คอยดูเถอะ เทพจะลงโทษนายแน่!”

ณ ศาลเทพเจ้าแห่งโชคชะตา 

ท้องฟ้ายามเย็นถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มอมม่วง แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปอย่างเชื่องช้าราวกับไม่อยากจากลา หลี่อี้ชุนยืนอยู่กลางศาลเจ้า สายตาหม่นหมองมองรูปสลักของเทพเจ้าด้ายแดงตรงหน้า 

เขายืนนิ่งอยู่นานก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงความผิดหวังสลักลึกในใจ 

“คนอื่นสมหวังกันหมด แต่ทำไมต้องเป็นฉันที่ผิดหวังเสมอ เทพเจ้าด้ายแดงอะไร… เฮงซวยสิ้นดี” 

สิ้นคำพูดเขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลังโดยไม่รู้เลยว่าคำพูดของเขาไม่ได้สูญสลายไปในอากาศอย่างที่คิด แต่มันดังไปถึงใครบางคน 

“ช่างกล้าดี… เจ้ามนุษย์นี่บังอาจเอ่ยคำเช่นนี้ต่อหน้าข้าหรือ” 

เสียงทุ้มติดสำเนียงโบราณดังขึ้นจากเงามืดในมุมลึกของศาลเจ้า ร่างสูงในชุดฮั่นฝูสีดำขลิบแดงก้าวออกมาพร้อมกับแววตาคมที่จับจ้องไปยังทิศทางที่มนุษย์ผู้นั้นเพิ่งจากไป 

เขาคือ ‘หยางเพ่ยหลิง’ เขาคือบริวารของเทพแห่งชะตารัก หรือคำเรียกติดปากก็คือ เทพด้ายแดง ผู้เชื่อมผู้คนด้วยรัก ผมยาวถูกมัดหลวม ๆ ครึ่งศีรษะ ขับให้ใบหน้าคมคายดูสง่างามแม้จะแฝงความเคร่งขรึม เขาพลิกข้อมือเบา ๆ โฮโลแกรมสีอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าเป็นภาพที่เสมือนหน้าจอส่วนตัวซึ่งเขาใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว นิ้วยาวเลื่อนไปตามแสงเรืองรองในอากาศ ขณะค้นหาข้อมูลของมนุษย์ผู้นั้น 

หยางเพ่ยหลิงหลับตาเรียกพลังเทพขึ้นมา ใช้พิจารณาชีวิตของคนคนนี้ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ฉายชัดในความคิดของเขา สแกนลี่อี้ชุนดูเหมือนจะไม่มีโชคในเรื่องใดเลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักที่ดูเหมือนจะอาภัพเสียจนยากจะหาคำบรรยาย 

“ช่างเป็นมนุษย์ที่น่าเห็นใจมากจริง ๆ” 

ความรู้สึกแปลกประหลาดเอ่อล้นขึ้นในใจของเทพบริวาร ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยนักสำหรับผู้ที่เคยเฝ้ามองชะตาชีวิตมนุษย์มากมายนับไม่ถ้วน เขาต้องการจะบอกความจริงเกี่ยวกับด้ายแดงและคำขอพรให้อีกฝ่ายได้รับรู้ 

ไม่ว่าจะตอนไหนหลี่อี้ชุนก็ไม่เคยเปิดใจให้เทพแห่งด้ายแดง ทำให้หยางเพ่ยหลิงไม่มีโอกาสบอกสิ่งที่ต้องการจะบอกแก่เจ้าตัว ลมหายใจของชายชราค่อย ๆ แผ่วเบาลง ร่างกายที่เคยเคลื่อนไหวเริ่มหยุดนิ่ง 

เทพหนุ่มปรากฏกายข้าง ๆ หลี่อี้ชุนในวัยชรา เขาทิ้งตัวลงนั่งเงียบ ๆ ใกล้กับร่างที่กำลังลาลับจากโลกใบนี้ เทพบริวารเฝ้ามองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารแต่ทว่าอ่อนโยน ก่อนจะหยิบด้ายแดงเส้นบางขึ้นมาจากแขนเสื้อ 

เขาค่อย ๆ ผูกด้ายแดงเส้นนั้นไว้ที่ปลายนิ้วก้อยของตัวเอง และปลายอีกข้างหนึ่งผูกเข้ากับข้อมือของคนบนเตียงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะรบกวนช่วงสุดท้ายของชีวิต 

เมื่อปมด้ายผูกแน่น ลมหายใจของชายชราก็หยุดลง หยางเพ่ยหลิงมองมนุษย์ที่จากไปด้วยอายุขัยที่สิ้นสุด 

‘ไว้เจอกันใหม่ ในชาติต่อไป’ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีกแล้ว มีเพียงสายตาที่ส่งไปยังดวงวิญญาณของเขา 

  

  

 การลงรายตอน 

15 ตอนแรกจะลงให้อ่านฟรีทุกวัน ตั้งแต่ตอนที่16 ไปจนจบเรื่อง จะปรับเป็นลงทุก ๆ 3 วัน เมื่อจบเรื่องจะเปิดให้อ่านฟรีอีก 3 วัน ถึงจะเริ่มการติดเหรียญถาวรในตอนที่ 10 เป็นต้นไป 

 E-Book 

ในส่วนของอีบุ๊ค จะแบ่งเป็น 3 เล่มเพื่อความสะดวกต่อการซื้อ และระยะเวลาลงขายต่างกัน เนื่องด้วยจัดหน้าไม่ทัน แต่รับรองได้ว่าไม่ช้าเกินรอ 

ฝากกดติดตาม เข้าชั้นเพื่อจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ และกดใจเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักเขียนตัวน้อย ๆ คนนี้ด้วยนะคะ 

 คำเตือน 

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง บุคคล สถานที่ และไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนความเชื่อบางอย่างในเรื่อง นักอ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเลียนแบบส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อหา รวมถึงจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึกภาพ ไม่ว่ารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว