คืนบาปซอยเปลี่ยว
นักเขียน: Songklod

สยองขวัญ

คืนบาปซอยเปลี่ยว

คืนบาปซอยเปลี่ยว

นักเขียน: Songklod

สยองขวัญ

0
ตอน
111
เข้าชม
2
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
1
เพิ่มลงคลัง
คำเตือนเนื้อหา
คำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องอาจมีการสปอยล์ถึงเนื้อเรื่องหลัก
เมื่อน้อยสาวออฟฟิศที่จำเป็นต้องเดินทางกลับหอพักในเวลากลางคืนท่ามกลางซอยเปลี่ยว จนต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เธอจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญ เธอจะรอดหรือไม่ บทสรุปของเรื่องราวจะเป็นอย่างไร

กลางดึกที่แสนสงบห่างไกลตัวเมืองที่แสนวุ่นวาย น้อย สาวออฟฟิศกำลังเดินทางกลับจากที่ทำงานเนื่องจากได้ทำโอทีเร่งปิดงานให้ทันช่วงสิ้นปี ณ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ที่น้อยได้เช่าห้องอยู่นั้นมีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับการเป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพ การเสพยา และการลวนลามทางเพศ เนื่องจากเวลากลางคืนซอยนี้จะมีสภาพค่อนข้างเปลี่ยวและมืดมาก

     น้อยเองรู้เรื่องนั้นเป็นอย่างดีจึงเลี่ยงที่จะกลับหอพักในเวลากลางคืน โดยปกติแล้วหากมีการสังสรรค์หรือเที่ยวกลางคืน น้อยก็มักเลือกที่จะนอนพักที่คอนโดของแจนเพื่อนสนิทก่อนที่จะกลับหอพักในตอนเช้า แต่วันนี้เนื่องจากแจนลาพักร้อนกลับบ้านต่างจังหวัด ทำให้น้อยต้องกลับหอพักของตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้

     ขณะขี่มอเตอร์ไซค์เข้าซอยเพื่อกลับหอพัก บรรยากาศช่างเงียบสงัดและวังเวงมีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางที่พอจะทำให้เห็นทัศนวิสัยรอบข้างได้บ้างเป็นบางส่วนของท้องถนนชวนทำเอาขนลุกชอบกล น้อยเองเป็นคนที่ไม่กลัวผี “คนสิน่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ” น้อยมักจะคิดเช่นนั้น 

      ยังไม่ทันพ้นกรอบความคิด น้อยได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังมั่วสุ่มกันทำบางสิ่งบางอย่าง “ไปไหนจ๊ะน้องสาวให้พี่ไปส่งมั้ย?” เสียงตะโกนจากกลุ่มวัยรุ่นทำเอาน้อยเกิดความตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก น้อยจึงกำคันเร่งอย่างแน่นแล้วบิดด้วยความเร็วให้ผ่านจุดนั้นไปให้เร็วที่สุด 

     “ฮ่าๆ” เสียงกลุ่มวัยรุ่นหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งทำให้น้อยเกิดความวิตกกังวลกลัวกว่ากลุ่มวัยรุ่นนั้นจะคิดทำอะไรไม่ดีกับตน น้อยจึงใช้ความเร็วเพิ่มมากขึ้นจนเสียงหัวเราะของกลุ่มวัยรุ่นนั้นค่อยๆ เลือนลางไปตามระยะทางที่ขี่รถผ่านมา 

     น้อยคิดในใจ “ไอ้พวกเวรนี่น่าจะโดนตำรวจจับๆ ไปซะให้หมด” ทันใดนั้นก็มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์เสียงดังสนั่นมาจากทางด้านหลัง น้อยจึงเหลือบมองไปที่กระจกและเห็นเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่แซวเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา 3-4 คัน น้อยเห็นดังนั้นจึงรีบบิดคันเร่งหนีแบบไม่คิดชีวิต จนไปเจอกับชาวบ้านระแวกนั้นที่กำลังนั่งดื่มสังสรรค์กันอยู่บริเวณไม้หินอ่อนนอกรั้วบ้านติดถนน 

     “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยหนูด้วย ใครไม่รู้มันขี่มอเตอร์ไซค์ตามหนูมา” น้อยรีบขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่พบเห็นด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก

“เฮ้ย!! พวกมึงจะทำอะไรวะ เดี๋ยวกูเรียกตำรวจมาลากคอแม่งให้หมดเลยหนิ!!” หนึ่งในชาวบ้านที่นั่งสังสรรค์ตะโกนด่ากลุ่มวัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามน้อยมา ทำให้กลุ่มวัยรุ่นรีบขี่รถหนีไปในทันที 

“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้พวกพี่ๆ หนูคงซวยแย่” น้อยกล่าวขอบคุณชาวบ้านที่ช่วยไล่กลุ่มวัยรุ่นไปให้ 

“ไม่เป็นไรครับ แถวนี้กลางคืนมันอันตรายนะต้องระวังหน่อย แล้วน้องจะขี่รถไปไหนล่ะเนี่ยกลางดึกกลางดื่น” หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านตอบกลับและถามน้อยด้วยความเป็นห่วง

“หนูกำลังจะกลับหอพักค่ะ ปกติก็กลับเร็ว แต่วันนี้ทำโอทีเพิ่งเสร็จเลยกลับดึกหน่อยนึง” น้อยตอบกลับด้วยท่าทีวางใจ

“พี่ชื่อหนุ่มนะ น้องชื่ออะไรล่ะ?” หนึ่งในชาวบ้านได้แนะนำตัวและถามชื่อของน้อยอย่างเป็นมิตร

“น้อยค่ะ ขอบคุณพวกพี่ๆ มากๆ เลยนะคะ หนูขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ” น้อยตอบกลับและขอตัวกลับในทันที

“เดี๋ยวพี่ไปส่งแล้วกันเผื่อไอพวกนั้นมันวนรถกลับมา พี่จะได้ไล่พวกมันไปให้” หนุ่มแสดงท่าทีเป็นห่วงและเสนอตัวขี่รถตามไปส่งน้อยที่หน้าหอพักที่น้อยอาศัยอยู่

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ แค่นี้หนูก็รบกวนพวกพี่มากแล้ว ขอบคุณมากนะคะ” น้อยตอบกลับด้วยความเกรงใจพร้อมกับออกรถเดินทางต่อ

“ไอเจมส์ ไอเก้าขึ้นรถมาเร็ว เดี๋ยวขี่ไปส่งน้องมันหน่อย” หนุ่มเรียกเพื่อนอีกสองคนที่นั่งสังสรรค์ด้วยกันขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อน 3 ตามไปส่งน้อย (เก้าหยิบมีดเหน็บเอวแล้วขึ้นซ้อนรถเป็นคนสุดท้าย)

     หลังจากอำลาหนุ่มและเพื่อนๆ ระหว่างเดินทางกลับหอพักจิตใจน้อยยังคงหวาดระแวงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้อยจึงคอยเหลือบมองที่กระจกและเหลี่ยวซ้ายแลขวาอยู่ตลอดเวลา ไม่นานนักก็มีแสงไฟของมอเตอร์ไซค์ขี่ตามมาหนึ่งคันพร้อมเสียงตะโกน “เดี๋ยวพวกพี่ไปส่งไม่ต้องเกรงใจหรอก” หนุ่มตะโกนบอกขณะขี่มอเตอร์ไซค์มาขนาบข้าง ทำให้น้อยตกใจเล็กน้อยก่อนตั้งสติได้

“อ้าว!! พวกพี่นี่เอง ตามมาส่งจริงๆ หรอ ขอบคุณมากนะคะ พวกพี่นี่เป็นคนดีจัง โชคดีนะที่หนูมาเจอพวกพี่” น้อยกล่าวและยิ้มด้วยท่าทีอุ่นใจ

“น้องนี่ก็น่ารักใช่เล่น ไอพวกนั้นมันตาถึงซะด้วย ใช่ป่าววะไอเก้า ไอหนุ่ม ฮ่าๆ” เจมส์แซวน้อยเล่นๆ ด้วยอาการมึนเมาและหัวเราะอย่างสนุกสนาน ทำให้น้อยหุบยิ้มในทันที

(แป๊ะ!! เสียงตบหัว) “แซวห่าอะไรไม่เข้าเรื่อง ดูดิ๊น้องเขากลัวมึงแล้วเนี่ยไอเจมส์!!” 

เก้าตบกระบานเจมส์แล้วตำหนิพร้อมกล่าวขอโทษน้อยแทนเพื่อน 

“ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยนะ มันเมาแล้วชอบพูดไปเรื่อย”

“มึงนี่จริงๆ เลย ชวนให้มาส่งน้อง ดันมาทำให้น้องเขากลัวซะงั้น” หนุ่มตำหนิเจมส์ด้วยสีหน้าเข้มขรึมขณะกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งน้อย

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ อย่าไปว่าพี่เขาเลยพี่เขาน่าจะเมาจริงๆ นั่นแหละดูจากสภาพแล้ว เดี๋ยวเลี้ยวซ้อยข้างหน้าก็ถึงหอหนูแล้ว ขอบคุณพวกพี่มากๆ นะที่มาส่ง” น้อยกล่าวขอบคุณหนุ่มและเพื่อนๆ พร้อมกับเลี้ยวรถเข้าซอยหอพัก

     หลังจากส่งน้อยถึงหอพักโดยสวัสดิภาพ ในขณะที่หนุ่มกำลังจะเลี้ยวรถเพื่อกลับไปนั่งดื่มสังสรรค์ต่อ กลุ่มวัยรุ่นที่ตามน้อยมาในตอนแรกได้ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนกลับมาเจอน้อยขณะกำลังจะขึ้นหอพักพอดี “อยู่ที่นี่เองหรอจ๊ะน้องสาว ให้พวกพี่ขึ้นไปส่งมั้ย? ฮ่าๆ” กลุ่มวัยรุ่นจอดรถตะโกนแซวน้อยเสียงดังลั่นซอยสร้างความหวาดกลัวให้กับน้อยเป็นอย่างมาก หนุ่มได้ยินเสียงของกลุ่มวัยรุ่นดังขึ้นมาพอดีจึงย้อนกลับมา เลี้ยวเข้าซอยหอพักในทันที 

     ด้วยความเมาบวกกับความใจร้อนเมื่อเก้าได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นที่จอดรถกันอยู่หน้าหอพัก เก้าไม่รอช้ากระโดดลงจากรถถือมีดที่พกมาชี้ไปที่กลุ่มวัยรุ่น “ไอสัส มึงจะเอาหรอ?” พร้อมกับวิ่งไล่กลุ่มวัยรุ่น ทำให้กลุ่มวัยรุ่นแตกตื่นหักหัวรถกลับแล้วรีบซิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

“อย่ามายุ่งกับน้องเขาอีกนะพวกมึงไม่งั้นเจอดีแน่!!” เก้าตะโกนทิ้งท้ายใส่กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์หนีแบบไม่สนสี่สนแปด

“ขอบคุณพวกพี่ๆ มากๆ เลยนะคะ ที่มาช่วย ถ้าไม่ได้พวกพี่ๆ ไม่รู้พวกมันจะตามหนูขึ้นห้องไปรึเปล่า” น้อยกล่าวขอบคุณอีกครั้งด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว น้องรีบขึ้นห้องเถอะ ล็อคห้องดีๆ ด้วยล่ะ” หนุ่มกล่าวพร้อมกับสตาร์ทรถกลับทันที

“ขอบคุณมากๆ นะคะ ไว้มีโอกาสหนูจะตอบแทนพวกพี่ๆ นะคะ” น้อยกล่าวขอบคุณพร้อมโบกมือลาด้วยรอยยิ้มเบาๆ ก่อนเดินกลับขึ้นห้องไปพร้อมกับคิดในใจว่าพรุ่งนี้คงต้องซื้ออะไรเป็นสินน้ำใจไปขอบคุณพวกพี่ๆ เขาสักหน่อย

     คืนวันต่อมา ขณะที่น้อยกำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับหอพักในเวลาเดิม น้อยจำเป็นต้องขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านจุดที่กลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมกันเช่นเดียวกับเมื่อคืนเนื่องจากเป็นทางผ่าน น้อยคอยชำเลืองมองปฏิกริยาของกลุ่มวัยรุ่นว่ามีท่าทีอย่างไรจะได้ตั้งตัวได้ทัน โดยวันนี้กลุ่มวัยรุ่นพากันคุยซุบซิบอะไรบางอย่างขณะมองมาที่เธอ แต่ก็ไม่ได้แซวหรือขี่รถไล่ตามเธอมาแต่อย่างใด 

     น้อยเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากรีบขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อกลับไปยังหอพักของเธอ ระหว่างทางก็ต้องขี่รถผ่านบ้านของหนุ่มชาวบ้านที่ช่วยเธอเอาไว้เมื่อคืนก่อน ซึ่งวันนี้บ้านของหนุ่มปิดเงียบไม่มีการสังสรรค์แต่อย่างใด น้อยจึงลองแวะกดออดและตะโกนเรียก “พี่หนุ่ม พี่หนุ่ม หนูมีอะไรจะตอบแทนพี่ อยู่บ้านมั้ยพี่หนุ่ม” แต่ก็ไม่มีการตอบกลับออกมาแต่อย่างใด “ไม่อยู่หรอ? เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยแวะมาใหม่แล้วกัน” น้อยกล่าวก่อนตัดสินใจเดินทางกลับ

     คืนวันที่สาม ขณะที่น้อยกำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับหอพักในช่วงเวลาเดิมก็ได้พบเจอกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มเดิม แต่วันนี้กลุ่มวัยรุ่นแลดูมีท่าทางแปลกๆ ดูรุกรี้รุกรนชอบกล “จริงด้วยไอเหี้ย” “ไปดิวะกลับบ้านดิมึง รอห่าอะไร” “ไปๆ เร็วๆ ดิวะ” กลุ่มวัยรุ่นดูตื่นตระหนก เร่งรีบและพากันสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ขี่ตามๆ กันไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นโชคดีที่เป็นคนละเส้นทางกับทางที่น้อยกำลังเดินทางกลับหอพัก 

     และเมื่อน้อยขี่รถผ่านบ้านของหนุ่มในคืนนี้ บ้านของหนุ่มก็ปิดเงียบไม่มีการสังสรรค์เช่นเดียวกับเมื่อคืนวาน น้อยจึงลองแวะกดออดและตะโกนเรียกอีกครั้ง “พี่หนุ่ม พี่หนุ่ม อยู่บ้านไหมพี่ หนูมีอะไรจะตอบแทนพี่ อยู่บ้านไหมคะพี่หนุ่ม” แต่ก็ไม่มีการตอบกลับออกมาเช่นเดิม “ไม่อยู่อีกแล้วหรอ? เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน” น้อยกล่าวก่อนจากไป

     เช้าวันรุ่งขึ้น (ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด เสียงรอสาย) “ทำไมไม่รับสักทีนะ” แจนบ่นพึมพำขณะโทรหาน้อยได้สักพักแต่น้อยไม่รับสายของเธอ

(ตึ๊ด!! เสียงกดรับโทรศัพท์) “ฮัลโหลว่าไงแก มีอะไรโทรมาแต่เช้า” น้อยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกันคะ แม่คุณนายตื่นสาย แล้วนี่แกไม่มาทำงานหรอไง? ปกติเห็นมาเร็วกว่าชาวบ้านเขาตลอด เป็นอะไรรึเปล่า? ถ้าเป็นอะไรก็รีบบอกนะ แกป่วยรึเปล่าเนี่ยให้พาไปหาหมอมั้ย?” แจนถามด้วยความสงสัยและเป็นห่วงเพื่อนสนิทของเธอ

“ไม่เป็นไรหรอกแกเหนื่อยนิดหน่อย ฉันฝากแกบอกหัวหน้าแทนฉันทีนะว่าฉันคงไม่ได้ไปทำงานแล้ว” น้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

“เฮ้ย!! จะบ้าหรือไงแก จะตลกก็ให้มันมีขอบเขตบ้าง รีบแต่งตัวมาทำงานเร็วๆ เลย ฉันมีเรื่องจะเม้าท์ ถ้าไม่มาฉันจะไปลากตัวแกถึงห้องแล้วนะ” แจนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แค่นี้แหละแกฉันนอนต่อละ ขอบคุณนะที่แกคอยเป็นห่วงฉันมาตลอด” น้อยตอบกลับด้วยความทราบซึ้งก่อนวางสาย (ตึ๊ด!! เสียงตัดสาย)

“อะไรกันวะ ทำตัวแปลกๆ เดี๋ยวตอนเที่ยงค่อยโทรไปอีกทีแล้วกัน” แจนบ่นพึมพำและนั่งทำงานต่อจนถึงเวลาพักเที่ยง 

     หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จแจนก็รีบโทรหาน้อยในทันที (ตื๊ด ตึ๊ด ตื๊ด เสียงรอสาย) “โทรไปเป็นสิบๆ สายแล้วทำไมไม่รับสักที หรือว่าเป็นอะไรรึเปล่า? เอาไงดีไปดูหน่อยดีกว่ามั้ง” แจนคิดในใจด้วยความเป็นห่วงเพื่อน จึงตัดสินใจขอลางานหัวหน้าครึ่งวันเพื่อไปเยี่ยมน้อยที่หอพัก

“อะไรกันเพิ่งลาไป 3 วัน จะขอละอีกละ” หัวหน้างานกล่าวกับแจนที่เพิ่งจะลาพักร้อนกลับต่างจังหวัดไป 3 วัน แล้วมาขอลางานในช่วงบ่ายวันนี้

“โถ่พี่ ก็ไอน้อยน่ะสิท่าทางมันดูแปลกๆ หนูเลยว่าจะไปดูมันซะหน่อยเผื่อมันเป็นอะไร” แจนตอบกลับหัวหน้าและแสดงท่าทีกังวลใจ

“ไอน้อยน่ะหรอ? เออนี่มันก็ไม่ได้มาทำงาน 3 วันแล้วโทรไปก็ไม่รับ นึกว่าแอบหนีไปเที่ยวกับเอ็งซะอีก รีบไปดูมันแล้วกันแล้วก็บอกมันด้วยให้รีบกลับมาทำงานจะโดนเขาไล่ออกอยู่แล้ว เล่นหายไปหลายวันลาก็ไม่ลา” หัวหน้าตอบกลับแจนด้วยน้ำเสียงห้วนๆ และอนุญาตให้แจนลางานเพื่อไปเยี่ยมน้อยที่หอพัก

     ระหว่างเดินทางไปเยี่ยมน้อยที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 “ถ้าเป็นกลางคืนนี่โคตรจะเปลี่ยวเลยซอยนี้ บอกให้ย้ายที่อยู่ก็ไม่ย้ายแถวนี้น่ากลัวจะตาย” แจนบ่นพึมพำขณะขับรถยนต์ไปยังหอพักที่น้อยเช่าอยู่ เมื่อแจนขับรถมาถึงหอพักก็รีบโทรหาน้อยอีกครั้งในทันทีแต่น้อยก็ไม่ได้รับสายเช่นเดิม แจนจึงตัดสินใจเดินขึ้นหอพักไปเคาะประตูห้องของน้อย แต่ก็ไม่มีวี่แววที่น้อยจะมาเปิดประตูแต่อย่างใด 

     ด้วยความกังวลใจแจนจึงรีบติดต่อคนดูแลหอพักเพื่อให้ใช้กุญแจสำรองเปิดประตูห้องของน้อย “พี่คะ!! พอดีเพื่อนหนูไม่รู้เป็นอะไรรึเปล่าติดต่อไม่ได้เลย โทรไปก็ไม่รับ เคาะประตูก็ไม่เปิดต้องเป็นอะไรแน่เลย รบกวนพี่ช่วยเปิดประตูให้หน่อยเผื่อเพื่อนหนูเป็นอะไรจะได้พาส่งโรงพยาบาลได้ทัน” แจนกล่าวกับคนดูแลหอพักและแสดงท่าทางกังวลใจเป็นอย่างมาก

“ได้ครับ เดี๋ยวผมหากุญแจก่อนเดี๋ยวตามไปครับ ห้องไหนนะครับ?” คนดูแลหอพักให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีพร้อมถามเลขที่ห้องพักของน้อยเพื่อหากุญแจสำรอง

“313 ค่ะพี่ เดี๋ยวหนูไปรอที่หน้าห้องแล้วกัน รีบตามมานะพี่” แจนกล่าวและรีบเดินไปเคาะประตูเรียกน้อยรัวๆ ด้วยความเป็นห่วง หลังจากคนดูแลหอพักหากุญแจสำรองเจอก็รีบตามมาที่หน้าห้อง 313 ทำการเคาะประตูเรียกอยู่สักพักใหญ่ๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววที่น้อยจะมาเปิดประตู คนดูแลหอพักจึงจำเป็นต้องทำการไขประตูด้วยกุญแจสำรองอย่างเลี่ยงไม่ได้

     (แกร็กๆ แอ๊ด!! เสียงเปิดประตู) ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกกลิ่นเหม็นสาบและเหม็นเน่าได้พวยพุ่งเข้าสู่จมูกของแจนและคนดูแลหอพักในทันที สิ่งที่เห็นทำเอาแจนและคนดูแลหอพักถึงกับผงะ สภาพของน้อยในตอนนี้เป็นเพียงร่างไร้วิญญาณที่เริ่มขึ้นอืด ใบหน้าบวม ตาถลน ลิ้นจุกปาก ผิวหมองคล้ำ ทำเอาแจนถึงกับเข่าทรุดร้องไห้ออกมาด้วยความสะเทือนใจ ก่อนที่จะตั้งสติได้แล้วโทรแจ้งตำรวจให้มายังที่เกิดเหตุ แจนคิดในใจเป็นไปได้ยังไงเมื่อเช้ายังคุยโทรศัพท์ด้วยกันอยู่เลย นี่ใช่น้อยจริงๆ หรอ? พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาไล่ดูลิสการโทรในมือถือของวันนี้ ไม่พบลิสการสนทนาแต่อย่างใดมีเพียงแต่มิสคลอที่โทรไปหาน้อยแต่ไม่มีคนรับสาย

     ตำรวจได้เข้ามายังที่เกิดเหตุทำการตรวจสอบสภาพศพ สันนิฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากที่คอมีรอยฟกช้ำจากการถูกบีบรัด และสภาพศพที่ลิ้นจุกปาก และมีการต่อสู้ขัดขืนเนื่องจากมีรอยฟกช้ำตามร่างกายอีกหลายแห่งและพบเสื้อผ้าที่ฉีกขาดอยู่ใกล้บริเวณศพ ดูจากสภาพการณ์คนร้ายน่าจะกระทำการฆาตกรรมเพื่อมุ่งหวังการล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อ แต่ไม่ได้มุ่งหมายเอาทรัพย์สินมีค่า เนื่องจากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและของมีค่าหลายๆ อย่างไม่ได้ถูกขโมยไปด้วย มีเพียงกระเป๋าสตางค์ที่ถูกลื้อค้น จึงสรุปได้ว่าชนวนก่อเหตุคนร้ายมีจุดประสงค์มุ่งหมายที่จะข่มขืนกระทำชำเราเหยื่อและหลังก่อเหตุได้นำเอาเงินสดในกระเป๋าสตางค์ของเหยื่อไปด้วย ตำรวจทำการถ่ายรูปเก็บพยานหลักฐานแวดล้อมในที่เกิดเหตุเพื่อนำไปเขียนสำนวนคดี ก่อนให้กู้ภัยนำศพส่งโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการชันสูตรพลิกศพในขั้นตอนถัดไปและให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

     “ผมขอดูกล้องวงจรปิดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมานี้หน่อยครับ” ตำรวจทำการขอไฟล์กล้องวงจรปิดจากผู้ดูแลหอพักเพื่อนำไปตรวจสอบวันเวลาที่เกิดเหตุ และรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่ก่อเหตุ

“ขอโทษทีครับ พอดีฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดของที่ตึกเพิ่งเสียไปเดือนที่แล้ว เลยเปิดดูย้อนหลังไม่ได้ครับ” ผู้ดูแลหอพักกล่าวแบบหน้าเจื่อนๆ แสดงท่าทีที่ไม่สู้ดีนัก

“นี่คุณรู้เห็นเป็นใจ หรือร่วมลงมือกับผู้กระทำความผิดด้วยรึเปล่าเนี่ย? กล้องมาเสียในเวลาแบบนี้ดูมีพิรุธนะ” ตำรวจถามผู้ดูแลหอพักด้วยความสงสัย

“ผมจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคับลูกเมียผมก็อยู่นี่ ผมก็อยู่กับลูกเมียตลอดไม่เคยแว๊บไปไหนเลยนะครับคุณตำรวจ ไม่เชื่อถามเมียผมได้เลย” คนดูแลหอพักตอบกลับตำรวจอย่างมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง

“พูดจาได้ไร้ความรับผิดชอบจริงๆ อย่างน้อยก็น่าจะมีมาตรการป้องกันหรือเยียวยาลูกบ้านบ้างสิ เพื่อนฉันตายไปทั้งคนนะ” แจนตำหนิผู้ดูแลหอพักด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

“ยังไงก็ฝากคุณแจนติดต่อญาตผู้เสียชีวิตให้ไปที่โรงพยาบาลด้วยนะครับ” ตำรวจกล่าวทิ้งท้ายก่อนจากไป

“ขอบคุณมากๆ นะคะคุณตำรวจ เดี๋ยวแจนจะรีบติดต่อญาตของน้อยให้เร็วที่สุด” แจนตอบกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำการโทรหาแผนกบุคคลของบริษัทเพื่อขอเบอร์ติดต่อญาติของน้อยในทันที

     “ไอหนุ่ม ไอหนุ่มเว้ย!! ไอหนุ่ม อยู่มั้ยวะเนี่ย!!” เจมส์และเก้าตะโกนเรียกเสียงดังโหวกเหวกโวยวายอยู่ที่หน้าบ้านของหนุ่มจนหนุ่มเปิดผ้าม่านบริเวณหน้าต่างออกมาดู

“อ่าว ไอ่ห่า อยู่นี่หว่า โทรไปทำไมไม่รับวะ? มาเรียกถึงบ้านตั้งนานก็ไม่ออกมา ทำตัวลับๆ ล่อๆ อีก เป็นอะไรของมึงเนี่ยติดหนี้บอลอีกแล้วใช่มั้ย?” เก้าถามด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่แปลกๆ ไป ของหนุ่ม

“เปล่าๆ ไม่มีอะไร พวกมึงกลับไปก่อนเถอะ กูจะนอน” หนุ่มตอบกลับเพื่อนขณะแสดงท่าทางเหมือนคนหวาดระแวงมองซ้ายมองขวาไปที่หน้าบ้านอยู่ตลอดเวลา

“เฮ้ย!! เดี๋ยวดิวะ มาๆ กินเหล้ากันพวกกูซื้อมาแล้ว เดี๋ยวนั่งรอที่โต๊ะหน้าบ้าน เอาแก้วเอาจานออกมาเร็วๆ” เจมส์กล่าวทักท้วงขณะที่หนุ่มกำลังจะปิดผ้าม่านแล้วหันหลังกลับเข้าไปในบ้าน

“กุ!! กูไม่อยากกินหน้าบ้าน!! ถ้าจะกินพวกมึงก็เข้ามากินข้างในละกัน” หนุ่มตอบกลับเจมส์อย่าง อ้ำๆ อึ้งๆ

“อะไรของมึงวะ ทุกทีก็กินกันหน้าบ้าน วันนี้อารมณ์ไหนของมึงเนี่ย? อยากกินในบ้านซะงั้น เปลี่ยนบรรยากาศหรอไงหรือกลัวเจ้าหนี้มาเห็น?” เก้าถามด้วยความแปลกใจ

“เอาไง!! จะกินก็เข้ามา ปิดรั้วด้วยเร็วๆ ถ้าไม่กินพวกมึงก็กลับๆ ไป กูจะได้นอน” หนุ่มตอบกลับด้วยความรำคาญ

“เออๆ กินข้างในก็ข้างใน ไอเจมส์ปิดรั้วด้วยเดินเข้ามาคนสุดท้ายอ่ะ” เก้ากล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านของหนุ่ม

     ขณะนั่งดื่มสุราสังสรรค์กันในบ้านของหนุ่มคุยเรื่องสัพเพเหระกันทั่วไป จู่ๆ เจมส์ก็พูดขึ้นมา “เฮ้ย!! พวกมึงรู้ข่าวกันรึยังวะ ไอน้องน้อยที่เราไปส่งหน้าตึกเมื่อสามวันก่อน แม่งตายแล้วนะเว่ย เห็นว่าโดนฆ่าข่มขืน กูว่าต้องเป็นพวกไอโจ้ลูกน้องไอบอสแน่เลย มันคงจะย้อนกลับไปก่อเรื่องตอนพวกเรากลับมานั่งกินเหล้ากันต่อวันนั้น”

“ไอเด็กเหี้ยนี่พูดแล้วหมันไส้แม่งจริงๆ มาขู่กูให้กูไปขอโทษพวกแม่ง ทั้งๆ ที่พวกแม่งกำลังจะทำเรื่องเหี้ยๆ ขอให้พวกแม่งเกมเหอะงานนี้” เก้าพูดสวนขึ้นมาทันทีด้วยความขุ่นเคืองใจ ที่ถูกบีบบังคับให้ต้องไปขอโทษโจ้กับเพื่อนๆ กลุ่มวัยรุ่น ที่ตนเอามีดไปไล่ฟันตอนเมา

“แต่กูได้ยินคนในซอยพูดกันนะ ว่าพวกแม่งเจอดีเข้าให้แล้ว เห็นว่าเจอผีขี่มอเตอร์ไซค์หมุนคอหันมาจ้องหน้าพวกแม่งหมุนคอแบบ 180 องศาเลยนะเว่ย!! ตรงจุดที่พวกแม่งชอบนั่งมั่วสุมกันอยู่ 2 คืนติดเลยนะนึกแล้วก็สยอง พวกมันนี่พากันบิดมอเตอร์ไซค์หนีกันตาแตกเลย” เจมส์เล่าเรื่องราวที่ได้ยินมาจากปากต่อปากของชาวบ้านในระแวกนั้น

“ฮาๆ สมน้ำหน้าพวกแม่ง ขอให้ผีเอาพวกแม่งไปอยู่ด้วยทีเถิดสาธุ” เก้าหัวเราะด้วยความสะใจพร้อมพนมมือขึ้นสาบแช่งกลุ่มวัยรุ่นที่ทำให้ตนรู้สึกเสียศักดิ์ศรี

“แล้วมึงจะเข้มทำไมล่ะเนี่ย? เงียบกริบทำหน้าเครียดทั้งวัน แต่พูดถึงพวกเราช่วยน้องมันเต็มที่แล้ว ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของน้องมันไปแล้วกันพวกเราอย่าไปคิดมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเราอยู่แล้ว ถ้าไปแซวน้องมันแบบไอเจมส์ก็ว่าไปอย่าง ฮาๆ” เก้าที่เห็นหนุ่มดูท่าทางเงียบๆ จึงชวนพูดเปลี่ยนบรรยากาศในวงสังสรรค์ให้ดูสนุกสนานมากขึ้น

“เอ่า ไอ่เหี้ย งี๊กูก็ซวยน่ะสิ ดันไปแซวน้องมันซะด้วย มันจะมาหลอกกูมั้ยวะเนี่ย?” เจมส์ทำท่าทางขนลุกแล้วพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว

“หยอกๆ ถ้าจะหลอก ก็คงไปหลอกคนที่ทำมันโน่น มาๆ ชนแก้ว เปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า” เก้าไม่อยากให้เจมส์และหนุ่มซีเรียสกลัวจะพาเสียบรรยากาศจึงพากันเปลี่ยนเรื่องสนทนา

     เวลาสี่ทุ่ม เก้าและเจมส์กำลังแยกย้ายกลับจากบ้านของหนุ่ม “กลับบ้านดีๆ ปิดรั้วดีๆ ด้วยนะพวกมึง” หนุ่มกล่าวลาเพื่อนแล้วกำชับเพื่อนๆ ให้ปิดประตูให้สนิท

“เออๆ ย้ำจังเลยมึงเนี่ย มีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาพวกกูได้นะ มึงติดหนี้บอลไอบอสอีกแล้วหรอ? เห็นทำตัวเลิ่กๆ ลั่กๆ” เก้าปิดรั้วบ้านของหนุ่มพร้อมกับถามด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่แปลกไปของหนุ่ม

“เออๆ ไม่มีอะไรหรอก กลับได้แล้วพวกมึงน่ะ” หนุ่มไล่เพื่อนๆ ให้กลับ ก่อนจะหันหลังปิดประตูเข้าบ้านไปเห็นโทรศัพท์ของเจมส์วางอยู่บริเวณที่พวกเขานั่งดื่มกัน

“อ่าวไอเจมส์ ดันลืมมือถือซะได้ แดกแค่นี้เมาจนลืมของคออ่อนชิบหาย” หนุ่มกล่าวตำหนิเพื่อนลอยๆ ก่อนนำแก้วจานชามไปล้างและเคลียร์ทำความสะอาดพื้นที่

     เวลาสี่ทุ่มครึ่ง (ตี่ดิงติงตี๊ดิงติง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์) ฮัลโหลไอหนุ่มหรอ? กูลืมโทรศัพท์อีกเครื่องไว้บ้านมึงเดี๋ยวกูเข้าไปเอา

“เออๆ รีบเข้ามาเอาแล้วกัน เร็วๆ หน่อยเดี๋ยวกูจะนอนแล้ว” หนุ่มตอบกลับแล้วกดวางสายในทันที ไม่นานนักเสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น (กิ๊งก่องๆ เสียงออด) หนุ่มแง้มผ้าม่านที่หน้าต่างดูว่าใช่เจมส์หรือไม่ที่มายืนกดออดอยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นทำเอาหนุ่มถึงกับแววตาเบิกโพลงตัวสั่นจนแทบทำอะไรไม่ถูก ที่หน้ารั้วบ้านไม่ได้มีเพียงแค่เจมส์ที่ยืนกดออดเรียกอยู่คนเดียว แต่หนุ่มยังได้เห็นน้อยยืนเรียกตนอยู่ข้างหลังเจมส์ด้วยสภาพขึ้นอืดชวนสยดสยองยอง “พี่หนุ่ม พี่หนุ่ม อยู่บ้านไหมพี่หนูมีอะไรจะตอบแทนพี่”

(ตี่ดิงติงตี๊ดิงติง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์) “ฮัลโหลไอหนุ่ม กูอยู่หน้าบ้านมึงแล้วเนี่ย เอามือถือออกมาให้กูหน่อย เร็วๆ กูรีบ” เจมส์ที่ยืนรออยู่หน้าบ้านโทรหาหนุ่มด้วยท่าทางเร่งรีบ

“ฮะ ฮ๊ะ ฮัลโหล กูว่ามึงค่อยมาเอาพรุ่งนี้ดีกว่า ตอนนี้กูไม่สะดวก” หนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงอีกเนี่ย? ทำเสียงอย่างกะเห็นผี กูต้องใช้ตอนนี้เครื่องนี้กูต้องใช้ปั่นบาคาร่า เออๆ เดี๋ยวกูเดินเข้าไปเอาเอง” เจมส์ตอบกลับอย่างหงุดหงิดขณะเปิดประตูรั้วแล้วหันหลังปิดทันทีหลังจากเดินเข้ามาภายในบริเวณรั้วบ้าน ก่อนที่จะรีบเดินตรงเข้าไปในตัวบ้านเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือของตน

     วิญญาณของน้อยเมื่อเห็นเจมส์เปิดประตูรั้วบ้านจึงถือโอกาสรีบเดินตามเจมส์เข้าไปในทันทีแต่ไม่ทันการณ์เจมส์ดันปิดประตูรั้วซะก่อน “อ๊าก!!” เสียงวิญญาณของน้อยกรีดร้องลั่นขณะกำลังก้าวเข้าไปภายในเขตประตูรั้วบ้านของหนุ่มด้วยความทรมาณจนต้องถอยร่นออกมายืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วทันที

“พี่หนุ่ม พี่หนุ่ม ออกมาหน่อยสิคะพี่ หนูมีอะไรจะให้” น้อยยืนมองอยู่ที่หน้าบ้านของหนุ่มสักพัก “ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน” วิญญาณของน้อยกล่าวก่อนจากไป

“เป็นอะไรของมึงวะ ทำหน้าอย่างกับคนเห็นผี เร็วเอาโทรศัพท์กูมา กูจะรีบกลับไปปั่นบาคาร่า” เจมส์สังเกตุเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและการทำตัว เก้ๆ กังๆ ของหนุ่มแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะห่วงที่จะเล่นบาคาร่ามากกว่า เมื่อได้โทรศัพท์เจมส์ก็ขอตัวกลับทันที “กลับก่อนนะเว้ยไว้เจอกัน”

“ปิดรั้วบ้านให้กู ดีๆ ด้วยนะมึง” หนุ่มกล่าวกำชับเจมส์อีกครั้ง เพราะเชื่อว่ายันต์ที่หน้ารั้วบ้านคือสิ่งเดียวที่ทำให้วิญญาณของน้อยเข้ามาภายในบ้านไม่ได้

“เออๆ ย้ำจังเลยนะมึงเนี่ยกูปิดของกูอยู่แล้ว พ่อแม่กูสอนมาดี” เจมส์กล่าวระหว่างปิดประตูรั้วบ้านของหนุ่มก่อนเดินทางกลับ

     เย็นวันต่อมาระหว่างที่เก้ากับเจมส์กำลังเล่นเกมส์กันอยู่ เจมส์ก็ได้เปิดไมค์สนทนาแล้วพูดกับเก้าว่า “กูว่าช่วงนี้ไอหนุ่มมันดูแปลกๆ ว่ะ เมื่อคืนกูกลับไปเอาโทรศัพท์แม่งก็ทำท่าทางเอ๋อๆ อย่างกับเห็นผี”

“มึงเพิ่งสังเกตุหรอ? มันแปลกๆ ตั้งแต่เย็นเมื่อวานที่ชวนมันกินเหล้าหน้าบ้านแล้วมันไม่ยอมออกมา บอกจะกินแค่ในบ้านอย่างเดียวแล้ว” เก้าตอบกลับเจมส์จากการสังเกตุพฤติกรรมแปลกๆ ของหนุ่มเมื่อวาน

“เออว่ะ หรือว่ามันเจอวิญญาณน้องน้อยมาขอบคุณที่ไปส่งวะ ฮ่าๆ ถ้าเป็นงั้นจริง กูบอกไว้เลยไม่ต้องมาหากู กูกลัว” เจมส์ตอบกลับเก้าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

“กูว่า มันน่าจะติดหนี้พนันแล้วกลัวเจ้าหนี้มาเจอมากกว่า เอาเป็นว่าจบตานี้พวกเราไปบ้านไอหนุ่มกันจัดเหล้าสักกลมสองกลม เจอกันบ้านไอหนุ่มสองทุ่มแล้วกัน” เก้ากล่าวทิ้งท้ายก่อนปิดไมล์

“โอเคๆ เจอกัน” เจมส์ตอบกลับเก้าและปิดไมล์เล่นเกมต่อ

     เวลาสองทุ่ม (กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง เสียงออด) “ไอหนุ่ม ไอหนุ่ม ไอหนุ่มเว้ย!! กูเก้าเอง อยู่ป่าววะเนี่ย? ไอหนุ่ม!!” เก้ากดออดและตะโกนเรียกหนุ่มอยู่สักพักก่อนที่หนุ่มจะแง้มผ้าม่านที่หน้าต่างออกมาดู

“ไอเก้า!! มึงมาทำไรวะ?” หนุ่มตะโกนถามและทำตัวลับๆ ล่อๆ ราวกับแอบใครอยู่

“มาหาพ่อมึงมั้ง!! มาหามึงนั่นแหละถามได้ แล้วไอเจมส์ล่ะมารึยัง? มันนัดกับกูไว้เจอกันที่บ้านมึงสองทุ่ม ป่านนี้ยังไม่มาอีกหรอ? นัดทีไรมาเลทประจำไอนี่” เก้าบ่นพฤติกรรมของเจมส์ที่ชอบมาสายกว่าเวลาที่นัดไว้เสมอ ก่อนเข้าไปในบ้านและเปิดเหล้าดื่มกับหนุ่มไปพลางๆ พร้อมกับคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไประหว่างรอเจมส์

     เวลาสี่ทุ่ม (กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง เสียงออด) “มึงออกไปดูดิ๊!! ใครมาใช่ไอเจมส์รึเปล่า? บอกแม่งให้ปิดรั้วดีๆ ด้วย กูไปเข้าห้องน้ำแปบ” หนุ่มบอกเก้าให้ไปดูว่าใครที่มากดออดเรียกอยู่หน้าบ้านก่อนที่ตนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ

“มาจนได้นะมึง นัดกูไว้กี่โมงแล้วมึงมากี่โมง น่าลั่นกระบานสักทีนะมึงเนี่ย เข้ามาแล้วก็ปิดรั้วดีๆ ด้วย ไอหนุ่มมันว่างั้น” เก้ากล่าวทักทายเจมส์ตามประสาเพื่อนก่อนกำชับเรื่องการปิดประตูรั้ว

“ค้าบๆ ได้ ค้าบคุณเก้า” เจมส์ตอบกลับขณะกำลังปิดประตูรั้วบ้าน “แม่งเป็นเหี้ยอะไรกับประตูรั้วนักหนาวะ? ก็บอกอยู่พ่อแม่กูสอนมาดี” เจมส์บ่นพึมพำก่อนเดินเข้าไปในตัวบ้าน

     “ไอสัสนัดไว้กี่โมง?” เก้าทักถามทันทีที่เจมส์เดินเข้ามาในบ้านด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

“เออๆ โทษที พอดีทำโน่นทำนี่ก่อนออกมาเลยช้านิดหน่อย แต่ตอนมานี่ดิกูเห็นคนเขามุงดูอะไรกันมีรถกู้ภัยด้วยกูเลยแวะดูแปบนึง แม่ง!! พวกเหี้ยโจ้สภาพดูไม่จืดเลยแต่ละคน เห็นเขาว่าพวกมันแว้นมอเตอร์ไซค์ชนกำแพงกัน สงสัยพวกมันน่าจะดีดไม่รู้ไปโดนตัวไหนกันมา?” เจมส์กล่าวขอโทษที่มาช้าและเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอระหว่างเดินทางมาที่บ้านของหนุ่ม

“สมน้ำหน้าพวกแม่ง น่าจะตายห่ากันไปให้หมด ฮ่าๆ” เก้ากล่าวขึ้นมาลอยๆ แล้วหัวเราะชอบใจที่โจ้และเพื่อนๆ ประสบอุบัติเหตุ

     (กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง เสียงออด) “ใครมาวะป่านนี้ นัดสาวไว้ป่าวมึงไอหนุ่ม ออกไปดูดิ๊” เจมส์ถามขึ้นขณะที่เสียงออดดังได้สักพักแต่ไม่มีใครสนใจ

“นัดห่าอะไร ไม่มี!! วันๆ ก็มีแต่พวกมึงนี่แหละที่มาบ้านกู” หนุ่มตอบกลับและยกแก้วดื่มเหล้าต่อโดยไม่สนใจว่าใครมายืนกดออดเรียกอยู่หน้าบ้านแต่อย่างใด

“ไอเก้า มึงลุกไปดูดิ๊!! ใครมากดออด?” เจมส์บอกให้เก้าลุกออกไปดูและกำลังจะยกแก้วเพื่อดื่มต่อ

“มึงสิลุกไปดู!! อยู่ใกล้ประตูสุดแล้วมึงน่ะ” เก้าตอบกลับแล้วยกแก้วดื่มต่อทันที

“เออๆ เดี๋ยวกูไปดูเองก็ได้วะ” เจมส์ตอบอย่างเซ็งๆ แล้วลุกไปดูก็ไม่เห็นใครสักคนยืนอยู่ที่หน้าบ้านเลยกลับเข้ามานั่งดื่มต่อ

(กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง เสียงออด) “ใครวะ? ตามึงแล้วไอเก้าเมื่อกี๊กูลุกไปดูมาแล้ว คราวนี้ตามึงแล้ว” เจมส์กล่าวและยกแก้วดื่มทันที เก้าจึงต้องลุกไปดูอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเปิดประตูออกไปดูก็ไม่เห็นเจอใครยืนกดออดอยู่ที่หน้าบ้านเลยสักคน มีเพียงแต่ความว่างเปล่า

“เด็กเหี้ยที่ไหนมากดออดเล่นวะ!! จับได้เดี๋ยวกูตีแม่งยันแม่เลยหนิ” เก้าตะโกนด่า ก่อนกลับเข้าไปนั่งดื่มต่อกับเพื่อนๆ

“ใครวะไอเก้า?” เจมส์ถามด้วยความสงสัยว่าเก้าตะโกนด่าใครเมื่อสักครู่

“ไม่มีอะไรหรอก น่าจะเป็นเด็กแถวนี้เล่นซนแหละมั้ง” เก้าตอบกลับแล้วดื่มเหล้าต่อโดยไม่คิดอะไร (กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง เสียงออด)

“ไอเด็กเหี้ยนี่เดี๋ยวกูลุกไปด่าแม่งเอง ชักรำคาญละ” เก้ารีบลุกไปเปิดประตูทันทีเพื่อที่จะไล่เด็กที่มากดออดก่อกวน แต่ก็ไม่พบใครยืนกดออดอยู่ที่หน้าบ้านเช่นเดิม

(กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง เสียงออดดังขึ้นรัวๆ)

“ไอหนุ่ม!! กูว่าออดบ้านมึงพังแล้วว่ะแม่งดังไม่หยุดเลย ไม่เห็นมีใครยืนกดเลยด้วยเนี่ย ออกไปดูหน่อยดิ๊” เก้าปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วบอกให้หนุ่มตรวจเช็คเสียงออดที่ดังไม่หยุด หนุ่มจึงลุกเดินไปแง้มผ้าม่านที่หน้าต่างดูแล้วกลับเข้ามานั่งดื่มต่อด้วยอาการหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด

“ช่างแม่งเหอะ เดี๋ยวมันก็หยุดเอง ช่วงนี้ออดบ้านกูเสียน่ะ” หนุ่มกล่าวแล้วชงเหล้าดื่มต่อด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ท่าทางเหมือนคนที่มีเรื่องอะไรไม่สบายใจแต่ไม่สามารถบอกใครได้

“เป็นอะไรของมึงวะ ทำหน้าอย่างกับเห็นผีอีกแล้วนะมึงเนี่ย หรือว่าผีน้องน้อยมากดออดเรียกมึงวะ ฮ่าๆ” เจมส์แซวหนุ่มเล่นๆ และหัวเราะชอบใจ หนุ่มจึงมองหน้าเจมส์ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะพอใจนักแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ไอหนุ่มก็บอกอยู่ว่าออดเสีย มึงนี่ก็งมงายไม่เข้าเรื่องไอเจมส์ มาๆ ชนแก้ว” เก้าพยายามเบี่ยงเบนสถานการณ์ไม่ให้ตึงเครียด เนื่องจากสังเกตุเห็นว่าหนุ่มดูมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจเป็นอย่างมาก ทั้ง 3 เกลอนั่งดื่มและคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปสักพักใหญ่ๆ ก่อนถึงเวลาต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน หนุ่มได้กำชับเพื่อนๆ เรื่องการปิดประตูรั้วให้ดีเช่นเดิมก่อนเดินทางกลับบ้าน

     ตัดภาพมาที่โรงพยาบาลโจ้และเพื่อนๆ มีอาการบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง บางคนก็แขนหักผิดรูปบางคนก็ขาหักกระดูกแตกจนต้องดามเหล็กเพื่อรักษาจนกว่ากระดูกจะประสานตัวจากอุบัติเหตุการแข่งรถจนเสียหลักพุ่งชนกำแพง ด้วยพิษบาดแผลที่รุนแรงทำให้แต่ละคนพอฟื้นขึ้นมาต่างก็มีอาการเพ้อประสาทหลอนตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ตลอดเวลา พยายามที่จะดิ้นลุกออกจากเตียงคนไข้ทั้งๆ ที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส “ผีๆ ผีมันตามมา ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!! ผีหลอก!!” แพทย์จึงจำเป็นต้องควบคุมสานการณ์โดยการฉีดยากล่อมประสาทให้พวกเขาสงบลง และทำการตรวจสารเสพติดในกระแสเลือด ผลออกมาคือทั้ง 4 คน มีการใช้สารเสพติดก่อนเกิดเหตุส่งผลทำให้เกิดอาการประสาทหลอน

     ไม่นานนักตำรวจก็ได้นำหมายจับมาควบคุมตัววัยรุ่นทั้ง 4 คน ในฐานร่วมกันจำหน่ายสารเสพติดให้โทษ และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งพบหลักฐานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของ กทม.ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ รวมถึงการขอความร่วมมือจากชาวบ้านในซอยขอดูกล้องวงจรปิดของบ้านแต่ละหลัง จนได้เห็นช่วงเวลาที่กลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามเหยื่อ รวมถึงช่วงเวลาที่รวมตัวกันเพื่อก่อเหตุ ประกอบกับผล D.N.A ที่พบในศพของเหยื่อซึ่งตรงกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน วัยรุ่นทั้ง 4 คนจำนนต่อหลักฐานจึงให้การสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ปฏิเสธเรื่องการฆ่าเหยื่อและให้การซัดทอดไปยังหนุ่ม ว่าเป็นผู้ลงมือข่มขืนเหยื่อเป็นคนสุดท้ายก่อนทำการบีบคอเหยื่อจนขาดใจตายขณะกำลังลงมือข่มขืนเหยื่อ

     เช้าวันต่อมาตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ส่งศาลฝากขังและทำการขอศาลออกหมายจับแล้วทำการบุกจับกุมตัวหนุ่มในทันที “นี่ตำรวจ ออกมามอบตัวซะดีๆ ไม่อย่างนั้นเราจะทำการบุกเข้าไป” ตำรวจทำการปิดล้อมบ้านของหนุ่มพร้อมอาวุธครบมือยืนตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านเพื่อให้หนุ่มออกมามอบตัวอยู่สักพักใหญ่ๆ แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ ออกมาจากภายในตัวบ้าน ตำรวจจึงตัดสินใจบุกพังประตูเข้าไปทำการจับกุมในทันที

“อย่า!! อย่าเอาผมออกไป!! คุณตำรวจ ผมขอร้อง!! มันจะฆ่าผม” เสียงหนุ่มร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ขณะตำรวจกำลังหิ้วปีกใส่กุญแจมือไขว้หลังออกมาจากตัวบ้าน ทำเอาชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็ซุบซิบนินทากันไปต่างๆ นาๆ

“ใครจะฆ่าเอ็ง!! มีแต่เอ็งนั่นแหละที่ไปฆ่าเขา ไป!! ไปโรงพัก!!” ตำรวจกล่าวขณะพาตัวหนุ่มขึ้นรถเพื่อนำตัวไปทำประวัติก่อนยื่นเรื่องฝากขังต่อศาลในวันรุ่งขึ้น

“อยู่ข้างในก็ทำตัวให้มันดีๆ อย่าก่อกวนให้มันมากนัก ถ้าไม่อยากโดนกระทืบ!!” ตำรวจพูดกับหนุ่มด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ก่อนนำตัวหนุ่มเข้าไปขังไว้ในห้องขังของโรงพัก “ในที่สุดพี่ก็ออกมาจากรูสักที มันถึงเวลาแล้วที่หนูจะตอบแทนพี่” เสียงแว่วดังขึ้นมาภายในห้องขังอย่างจับทิศทางไม่ได้ทำเอาหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ นั่งกอดอกตัวสั่นเหลียวซ้ายแลขวาไปทั่วทุกทิศอยู่บริเวณมุมของห้องขัง

“ผีๆ ผีหลอก!! มันจะฆ่ากู!! ช่วยด้วย ช่วยกูด้วย!!” จู่ๆ หนุ่มก็ร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งกลางดึกภายในห้องขัง แล้วทำการบีบคอตัวเองอย่างแรงจนตาเหลือกลิ้นจุกปากก่อนหมดสติไป สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ต้องหาร่วมห้องขังรายอื่นๆ เป็นอย่างมาก ตำรวจได้ยินเสียงจึงรีบเปิดประตูห้องขังเข้าระงับเหตุแล้วทำการส่งตัวหนุ่มไปโรงพยาบาลทันที (สิ่งที่หนุ่มเห็นคือวิญญาณของน้อยมาในสภาพขึ้นอืดเริ่มเน่าเฟะตาถลนเลือดและน้ำเหลืองไหลเยิ้มเต็มใบหน้าและลำตัวค่อยๆ ก้มลงมาบีบคอของเขาด้วยสีหน้าที่เครียดแค้น)

     “ผู้ต้องหามีอาการคลุ้มคลั่งทำการบีบคอตัวเอง คงจะเป็นอาการประสาทหลอนจากการใช้สารเสพติด ฝากคุณพยาบาลผูกเชือกมัดแขนมัดขาด้วยนะครับป้องกันการก่อเหตุซ้ำน่ะครับ” ตำรวจได้แจ้งกับพยาบาลให้ใช้วิธีนำเชือกมามัดเพื่อป้องกันไม่ให้หนุ่มก่อเหตุทำร้ายตัวเองได้อีก

“ช่วยด้วย!! ผีหลอก!! ผีมันกระทืบ_วยกู!! โอ้ยกูหายใจไม่ออก!! ช่วยกูด้วยหมอ!! พยาบาล!! ช่วยกูด้วย!!” หนุ่มที่จู่ๆ ก็ร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมากลางดึกที่โรงพยาบาล และพยายามดิ้นเพื่อที่จะลุกออกจากเตียงคนไข้อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ทำได้เพียงแค่นอนร้องเสียงหลงดิ้นไปมาอยู่บนเตียงคนไข้ เนื่องจากถูกเชือกมัดแขนมัดขาเอาไว้อย่างหนาแน่นจนดิ้นไม่หลุด (สิ่งที่หนุ่มเห็นคือ วิญญาณของน้อยที่มาในสภาพเละไม่ต่างจากเดิมกำลังยืนเหยียบบนร่างของเขาแล้วกระหน่ำเท้ากระทืบลงไปที่อวัยวะเพศของเขาซ้ำไปซ้ำมาอย่างรุนแรง สร้างความเจ็บปวดและทรมาณให้กับเขาเป็นอย่างมากชนิดที่ว่าเจ็บปวดจนเหนือคำบรรยาย ถึงแม้จะเจ็บปวดทรมาณแค่ไหนและถึงแม้จะพยายามดิ้นรนแค่ไหนแต่ตัวหนุ่มก็ไม่สามารถหลีกหนีความทุกข์ทรมาณนั้นไปได้ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่พวกเขาได้กระทำต่อหญิงสาวอย่างไรอย่างนั้น)

“คนไข้!! เป็นอะไรคะ โวยวายทำไม!! ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ ส่งเสียงดังรบกวนคนไข้ท่านอื่นมันเสียมารยาทนะคะ” พยาบาลได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของหนุ่มจึงรีบวิ่งมาดูสถานการณ์และทำการสอบหนุ่มด้วยความตกใจ

“ผี!! ผีมันกระทืบ_วยผมระบมไปหมดแล้ว ช่วยผมด้วยผมทรมาณเหลือเกิน ทำยังไงก็ได้!! ไล่มันออกไปที!! ช่วยผมด้วยครับคุณพยาบาล!!” หนุ่มตอบกลับพยาบาลด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัวถึงขีดสุดพูดไปเสียงสั่นร้องไห้ไป

“ผีอะไรคะ ที่นี่ไม่น่าจะมีผีหรอกค่ะ คนไข้เป็นหนองในค่ะ อาจจะมีอาการปวดบ้างเป็นเรื่องปกติ คุณหมอได้ทำการขูดหนองออกให้แล้ว อีกไม่นานก็คงหาย คนไข้ต้องกินยาตามที่หมอสั่งด้วยนะคะถ้าอยากหายปวดเร็วๆ” พยาบาลตอบกลับและคิดว่าหนุ่มน่าจะมีอาการประสาทหลอนอย่างที่ตำรวจแจ้งไว้มากกว่า (แท้จริงแล้วโจ้หัวโจกแก๊งวัยรุ่นที่ข่มขืนน้อยเป็นคนแรกมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือเชื้อหนองในจึงทำให้เหล่าเดนมนุษย์ที่เหลือติดเชื้อจากการข่มขืนน้อยต่อจากมันทุกคน)

 

Flash back

หลังจากที่พวกหนุ่มไปส่งน้อยเสร็จก็กลับมานั่งดื่มสังสรรค์กันต่อที่หน้าบ้าน ไม่นานนักกลุ่มวัยรุ่นก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาถึงหน้าบ้าน “อะไรกันวะมายุ่งเรื่องพวกผมทำไม อยากมีปัญหาหรอ? ถ้าผมฟ้องพี่บอสพวกพี่อยู่ไม่ได้แน่!! นี่ผมยังเกรงใจนะเลยแวะมาคุยก่อน” โจ้หัวโจกกลุ่มวัยรุ่นพูดกับพวกหนุ่มด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เก้าเอามีดไปไล่ฟัน แต่ตอนนี้เก้ากับเจมส์ดันเมาหลับไม่ได้สติ หนุ่มที่พอมีสติอยู่คนเดียวได้เหลือบมองไปเห็นมีดที่เหน็บเอวของวัยรุ่นทั้ง 4 คน หนุ่มจึงรีบจัดการสถานการณ์ในทันที “เออๆ ไอเก้ามันเมา กูขอโทษแทนมันก็แล้วกัน มันคงเมาจนตาลายเลยไม่ทันสังเกตุว่าเป็นพวกมึง อย่าไปถือสามันเลย ซอยนี้แม่งก็มีหลายแก๊งเหลือเกินมันคงเห็นเป็นอริมันมั้ง มึงดูสภาพมันดิเมาเป็นหมาขนาดนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้กูบอกให้มันไปขอโทษพวกมึงแล้วกัน” หนุ่มเจรจากับกลุ่มวัยรุ่นเพราะไม่อยากจะมีเรื่องในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเช่นนี้

“ครั้งนี้ยกให้ก่อนก็แล้วกันไม่อยากทำคนเมา อย่าให้มีอีกนะพี่แถวนี้มันไม่มีใครกลัวใครหรอก พรุ่งนี้หายเมาก็ให้พี่เก้ามันมาขอโทษพวกผมด้วยแล้วกันไม่อย่างนั้นอาจจบไม่สวย ส่วนเรื่องเด็กที่หอนั่นพวกพี่อย่าเข้ามายุ่งอีกแล้วกันพวกผมจะเอาแม่งคืนนี้” โจ้ หัวโจกกลุ่มวัยรุ่นกล่าวก่อนสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์หลังจากเจรจากันเสร็จ

“ใจเย็นดิวะ!! นี่แม่งเพิ่งจะห้าทุ่มกว่าเอง ชาวบ้านยังนอนกันไม่หมดเลยเดี๋ยวพวกมึงก็โดนรวบติดคุกกันจริงๆ หรอก แล้วมึงรู้หรอมันอยู่ห้องไหน?” หนุ่มถามหัวโจกกลุ่มวัยรุ่นด้วยท่าทีหยั่งเชิง

“รู้ดิ ตอนย้อนกลับมาหาพวกพี่ผมเห็นมันกำลังตากผ้าอยู่ที่ริมระเบียงพอดี ระเบียงโปร่งซะด้วยไม่มีลูกกรง หวานเจี๊ยบ” หัวโจกกลุ่มวัยรุ่นกล่าวและแสยะยิ้ม พร้อมกับเสียงหัวเราะของกลุ่มวัยรุ่น ฮ่าๆ ฮ่าๆ

“กูไปด้วยดิ กูให้พวกมึงก่อน กูไม่ติด” หนุ่มกล่าวหยั่งเชิงกลุ่มวัยรุ่นด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ไม่ดีกว่ามั้งไหวหรอพี่? เดี๋ยวเมาทำพวกผมเสียเรื่องหมดทำไง นั่งเมาอยู่นี่ดีกว่ามั้ง” โจ้ หัวโจกแก๊งวัยรุ่นกล่าวกับหนุ่มด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ เกรงว่าหนุ่มจะทำให้แผนที่วางไว้ผิดพลาด

“โถ่ไอโจ้ เส้นทางนี้กูเดินมาก่อนมึงอีก กินเหล้านี่แหละดีกำลังพริ้วเลย” หนุ่มตอบกลับโจ้อย่างมั่นใจ

“ตามใจ จะไปก็ไป แต่อย่าเอาไอพี่เก้ากับไอพี่เจมส์ไปนะ แม่งเมาขนาดนี้เดี๋ยวพาเสียเรื่องหมด” โจ้มองไปที่ใบหน้าของหนุ่มแล้วตอบกลับหนุ่มที่แลดูมีความมั่นใจ

“ตีสองแล้วกัน เชื่อกูเวลานั้นชาวบ้านแม่งหลับสนิทกันหมดแล้วจัดการง่าย” หนุ่มเสนอช่วงเวลาที่จะก่อเหตุแก่กลุ่มวัยรุ่น

“ได้เจอกันตีสองหลังตึกหอพัก” กลุ่มวัยรุ่นตอบรับข้อเสนอแล้วสตาร์ทรถกลับกันทันที

     เวลาตีสอง หลังตึกหอพักเหล่าเดนมนุษย์ได้พากันปีนกำแพงหลังตึกขึ้นไปโดยใช้ทางหนีไฟจากชั้นสองไปยังชั้นสามแล้วปีนข้ามระเบียงมายังห้อง 313 ที่น้อยอาศัยอยู่ และทำการงัดแงะประตูหลังห้องด้วยวิชาโจรที่มีติดตัวก่อนบุกเข้าไปชาร์จตัวน้อยในทันที

(กรี๊ด!! อึ๊บ!!) น้อยตกใจตื่นยังกรี๊ดไม่ทันจะสุดเสียง หนึ่งในเดนมนุษย์ใช้มือปิดปากน้อยในทันที น้อยพยายามขัดขืนทั้งกัดมือ ทั้งถีบ ทั้งข่วน มันจึงเอามือต่อยไปที่ท้องของน้อยอย่างรุนแรง

“เฮ้ย!! พวกมึงจะนิ่งกันอยู่ทำไม มาช่วยกันกดแม่งดิวะ!! แม่งดิ้นเก่งชิบหาย” เดนมนุษย์ที่กำลังปลุกปล้ำน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

สิ้นเสียงสั่งการเหล่าเดนมนุษย์ที่เหลือก็แห่กันรุ่มทึ้งน้อยในทันที เดนมนุษย์ที่กำลังค่อมร่างกายของน้อยอยู่ตบหน้าน้อยอย่างแรงและใช้มือบีบรัดคอน้อยหลังจากโดนกัดมือที่ปิดปากน้อยเพื่อไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้อง และฉีกเสื้อผ้าน้อยออกไม่เป็นชิ้นดี น้อยได้สลบไปจากการถูกบีบรัดคอจนออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ

“อ่ะ!! กูให้พวกมึงก่อนตามสัญญา กูทำให้แม่งเงียบแล้วแค่สลบน่ะ พวกมึงก็รีบๆ ทำหน่อยล่ะกูรอคิวอยู่” เหล่าเดนมนุษย์ผลัดกันรุมปู้ยี่ปู้ยำน้อยกันอย่างเมามันไร้ซึ่งจิตเมตตา น้อยที่ฟื้นขึ้นมาพยายามต่อสู้ขัดขืนแต่ก็สู้แรงชายฉกรรจ์ทั้ง 5 คนไม่ไหว ได้แต่จ้องมองดูการกระทำอันเลวทรามของพวกมันทั้ง 5 คนที่กระทำต่อเธอจากแสงไฟอ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาจากระเบียงหลังห้องที่เปิดอ้าซ่าอยู่อย่างแค้นใจ น้อยจำพวกมันได้เป็นอย่างดีหนึ่งในนั้นคือคนที่เคยช่วยเธอเอาไว้ ส่วนอีกสี่คนที่เหลือคือกลุ่มวัยรุ่นที่ไล่ตามเธอมาถึงหน้าหอพัก

     น้อยพยายามกัดฟันสู้ดิ้นรนขัดขืนขณะจ้องมองใบหน้าที่แสนชั่วช้าของพวกมันที่กระหน่ำรุมโทรมเธอด้วยความเครียดแค้นถึงขีดสุด หยาดน้ำของเธอรวยรินไม่ขาดสายราวกับสายเลือด น้อยทำได้เพียงแค่สาปแช่งพวกมันจากก้นบึ้งของจิตใจให้มีอันเป็นไปในเร็ววัน ก่อนที่เธอจะขาดใจตายในที่สุดจากการถูกบีบรัดคออย่างแรงอีกครั้งในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าเดิม

“เฮ้ยนี่มันสลบหรือมันตายวะเนี่ย!! ลองถอดถุงมือจับชีพจรมันดูดีมั้ย?” หนึ่งในเดนมนุษย์กล่าวด้วยความสงสัย

“มึงจะบ้าหรอ!! จะทิ้งรอยนิ้วมือไว้ให้พ่อมึงตามจับหรือไง? รอบนี้มันตายแล้ว” หนุ่มตอบกลับในทันที

“ว่าแต่พี่หนุ่ม พี่แม่งโหดกว่าพวกผมอีกนะพวกผมทำไม่เคยถึงตายเลยสักคน แค่ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอแบล็คเมล แม่งก็ไม่กล้าหือกล้าอือแล้วแวะไปซ้ำอีกทียังได้ พี่แม่งโหดว่ะ” หนึ่งในเดนมนุษย์กล่าวกับหนุ่มที่กำลังบีบคอขณะลงมือข่มขืนน้อยเป็นคนสุดท้าย

“ทำไงได้มันเห็นหน้าพวกเราหมดแล้ว กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าแม่งรอดแม่งอาจไปแจ้งตำรวจมาจับพวกเราก็ได้” หนุ่มตอบกลับเพื่อนเหล่าเดนมนุษย์ของเขาขณะกำลังข่มขืนร่างไร้วิญญาณของน้อย

“โหดจัดว่ะพี่ผมเพิ่งเคยเห็นคนเอากับศพ พี่แม่งได้ฉายาใหม่แล้วพี่หนุ่มเอาศพ” หนึ่งในเดนมนุษย์กล่าว พร้อมกับเสียงหัวเราะกันคิกคัก ฮ่าๆ ฮ่าๆ ของเหล่าเดนมนุษย์ทั้ง 4 คน ที่กำลังยืนดูหนุ่มกระทำการอันเลวทรามต่อศพของน้อยด้วยความหื่นกระหาย

“ศพเหี้ยอะไร!! ตอนกูเริ่มเอามันยังไม่ตายเลย” หนุ่มตะคอกกลับอย่างอารมณ์เสีย ก่อนลุกขึ้นแต่งตัวในทันที

“ไม่เอาแม่งละ!! เก็บหลักฐานกันให้ดีๆ ด้วยล่ะพวกมึง อย่าให้เหลือหลักฐานไว้ให้พ่อมึงตามจับได้ก็แล้วกัน ช่วยกันเช็คให้ดีๆ เลย” หนุ่มกำชับกับเพื่อนๆ เหล่าเดนมนุษย์ของเขาแล้วช่วยกันเก็บกวาดหลักฐานทั้งหมด

“โทรศัพท์แม่งไอโฟนซะด้วย เอาไปดีป่าววะ?” หนึ่งในเหล่าเดนมนุษย์กล่าวถามเพื่อนๆ ในกลุ่ม

“ไอคลาวด์มันตามได้นะมึง อยากเกมก็เอาไป ไม่อยากเกมก็เอาไว้ที่เดิม” หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“จริงหรอวะ? ไม่เอาแม่งละ แต่เงินในกระเป๋าเสร็จโจ๋ ไปๆ แยกย้าย” เหล่าเดนมนุษย์แบ่งเงินกันและช่วยกันทำลายหลักฐานที่อาจจะสาวมาถึงตัวจากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ซึ่งหนุ่มได้กลับไปกินเหล้าต่อสักพักก่อนที่เก้าและเจมส์จะฟื้นสติขึ้นมาจากความเมา

“ตื่นแล้วหรอพวกมึง? ปล่อยให้กูนั่งแดกคนเดียวอยู่ตั้งนาน” หนุ่มพูดกับเก้า และเจมส์ด้วยน้ำเสียงมึนเมา

“เออๆ ขอโทษ แล้วมึงไม่ปลุกพวกกูล่ะ?” เจมส์ตอบกลับหนุ่มอย่างเกรงใจ

“ตอนพวกมึงหลับพวกไอโจ้แม่งพากันมาพกมีดมาด้วยทั้ง 4 คน แต่กูเคลียร์ให้แล้ว มันเลยบอกให้มึงไปขอโทษพวกมันน่ะไอเก้าไม่งั้นมันจะฟ้องไอบอสลูกพี่มัน กูเลยตัดๆ บทไปบอกเดี๋ยวให้มึงไปขอโทษมันวันนี้” หนุ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่โต

“ไอเด็กเหี้ยนี่กูละเกลียดแม่งจริงๆ อ้างชื่อลูกพี่แม่งตลอด ถ้าไม่ติดที่ลูกพี่แม่งเป็นขาใหญ่แม่งโดนกูไปนานแล้ว” เก้าด่าโจ้หัวโจกกลุ่มวัยรุ่นกลางวงเหล้าก่อนแยกย้ายกันกลับจากบ้านหนุ่มเวลาประมาณตี 5

End flash back

 

     วิญญาณของน้อยยังคงตามหลอกหลอนเหล่าเดนมนุษย์ทั้ง 5 คน คืนแล้วคืนเล่า บ้างก็มาแค่ให้เห็นในสภาพที่ไม่น่าอภิรมณ์ บ้างก็ยืนเหยียบบนหน้าอกแล้วจ้องมองอย่างโกรธเกรี้ยว รุนแรงหน่อยก็ถึงขั้นบีบคอและกระทืบอวัยวะเพศของพวกมันด้วยความเครียดแค้น จนทำให้เหล่าเดนมนุษย์ทั้ง 5 คน เริ่มมีความผิดปกติทางจิตเห็นอะไรก็หลอนและหวาดระแวงไปซะทุกอย่าง

     ข่าวการจับกุมตัวคนร้ายในคดีฆ่าข่มขืน ณ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ได้ถูกสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ ชาวบ้านและชาวเน็ตต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ บ้างก็ต่อว่าต่อขานสาปแช่งเหล่าคนร้าย บ้างก็แสดงความเห็นไปในทิศทางสงสารเห็นใจเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย บางกลุ่มก็พูดคุยถึงเรื่องราวแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับเหล่าคนร้ายที่เล่าลือต่อๆ กันมา

     “ขอบคุณคุณตำรวจมากๆ นะคะ ที่ช่วยตามจับคนร้ายทุกคน น้อยคงได้ตายตาหลับซะที่” แจนกล่าวขอบคุณตำรวจที่มาร่วมงานศพของน้อยอย่างทราบซึ้ง

“มันเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วครับ ขอให้เพื่อนของคุณไปสู่ภพภูมิที่ดีนะครับ” ตำรวจตอบกลับแจนก่อนเข้าไปไหว้ศพของน้อยเป็นครั้งสุดท้าย (ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะโรงศพ) “หลับให้สบายไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะครับ ตอนนี้พวกคนร้ายได้รับกรรมของเขาแล้ว” ตำรวจกล่าวกับศพของน้อยที่อยู่ในโรงก่อนจากไป

     ตัดภาพมาที่เรือนจำ เหล่าเดนมนุษย์ที่สติเริ่มไม่สมประกอบยังคงเห็นภาพหลอนวิญญาณของน้อยคอยตามหลอกหลอนอยู่ทุกค่ำคืน ตะโกนโหวกเหวกโวยวายสร้างความรำคาญใจแก่นักโทษรายอื่นๆ เป็นอย่างมาก จึงถูกหมายหัวในการใช้เป็นที่สนองอารมณ์ทั้งเตะทั้งต่อยถูกรุมกระทืบไม่เว้นแต่ละวัน และเนื่องจากคดีฆ่าข่มขืนเป็นคดีที่นักโทษส่วนใหญ่ไม่ให้การยอมรับ เหล่าเดนมนุษย์ทั้ง 5 คน จึงเป็นที่หมายหัวของขาใหญ่ในเรือนจำและเหล่าลูกสมุนในการใช้เป็นที่สนองอารมณ์ทางเพศโดยไม่มีสิทธิแม้แต่จะดิ้นรนขัดขืนหากยังอยากมีชีวิตอยู่ 

     หนุ่มที่ทนความอัปยศและกดดันของสภาพชีวิตในเรือนจำไม่ไหว จึงหาจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ หาที่ลับตาคนทำการผูกคอตายในเรือนจำด้วยความทรมาณจากการขาดอากาศหายใจและดิ้นทุรนทุรายก่อนตายในที่สุด 

     หลังเกิดเหตุ นช. ฆ่าตัวตายในเรือนจำ ทำให้ทางเรือนจำต้องออกมาตรการป้องกันการฆ่าตัวตายของนักโทษโดยการกำชับผู้คุมและเหล่านักโทษในเรือนจำทุกรายให้คอยจับตามองเหล่า นช. ที่มีความเสี่ยงจะคิดสั้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำจนเสียชื่อเสียงของเรือนจำ 

     เหตุการณ์นี้ทำให้โจ้และเพื่อนๆ ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเป็นทาสสนองอารมณ์ด้านความรุนแรงและสนองอารมณ์ทางเพศของเหล่านักโทษในเรือนจำอย่างไม่อาจเลี่ยง จนกว่าจะได้พ้นโทษออกจากเรือนจำซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีเลยทีเดียว

     เรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆ่าข่มขืนหญิงสาวที่หอพัก ณ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดและน้ำเหลืองที่ยังหลงเหลือติดค้างอยู่ตามซอกยาแนวกระเบื้อง ณ ห้อง 313 ซึ่งถ้าไม่สังเกตุดีๆ ก็มองแทบไม่เห็น ส่วนคนที่เช่าห้องนั้นอยู่ในปัจจุบันจะได้พบเจอกับเรื่องราวแปลกๆ อะไรบ้างหรือไม่ก็ไม่อาจคาดเดาได้

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว