“อี๋~~ ขมมาก เข้มไปป๊ะ” หลังจากกระดกน้ำสีอำพันจนหมดแก้ว เจ้าของเสียงใสก็เอ่ยกับคนที่ชงให้ทันที
“ก็กูเห็นอกหักมา” กลัวเปลืองเหล้า เลยชงเข้มทีเดียวไง" ฟอร์มียักคิ้วให้เจ้าของเสียงใส
“แล้วไงวะ อกหักแล้วจำเป็นต้องเมาด้วยรึไง โนสนโนแคร์จ้า” นิชชินมองเพื่อนของเขาอย่างเคือง ๆ อกหักทำไมต้องเมาด้วย ไร้สาระ
“กูจะคอยดูเพื่อน” มาตินยกแก้วของเขาขึ้นดื่มพร้อมโอบไหล่ฟอร์มีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
“เออ คอยดูเลยพวกเวร แล้วพวกมึงจะหวานกันอีกนานมั้ยฮะ รำคาญลูกตาว่ะ” นิชชินว่าอย่างคนพาล ต่างกับฟอร์มีกับมาตินที่ได้แต่นั่งหัวเราะในลำคอกับความพาลของเพื่อนตน
“กูให้สาม” ออโต้พูดพร้อมชูนิ้วเรียวขึ้นหลังจากนั่งฟังมาสักพัก และเห็นว่านิชชินเริ่มหน้าแดงแล้ว
“สามแก้วเองหรอ หึ ชิลล์~” นิชชินว่าพร้อมยักไหล่พลางกระดกอีกแก้วลงคอแล้วหันไปยักคิ้วให้เพื่อน ๆ
“โนจ้า 3 นาที” ออโต้ยกนาฬิกาขึ้นมาจับตามที่ตนพูด
“ได้ ๆ ดูถูกกูนักนะ” นิชชินว่าจบก็กระดกอีกแก้วอย่างไม่ลดละเพื่อลบคำสบประมาทของเพื่อน
3 นาทีผ่านไป
“โอ๊ย ไอ้เชี้ยชิน มึงเมามากแล้วนะ” ฟอร์มีบ่นเพื่อนตัวดีที่ตอนนี้เริ่มคอพับคออ่อน
“กูม่ายด้ายมาวววว” เสียงใสที่เอ่ยขึ้นเถียงเริ่มอ้อแอ้จนฟังแทบไม่ออก
“หึ เป็นไงล่ะ กูบอกแล้ว” ออโต้ยกยิ้มพร้อมเหยียดหลังไปพิงโซฟาพลางยกขาขึ้นไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์
“กูล่ะเหลือจะเชื่อ เป๊ะฉิบหาย” มาตินชูนิ้วโป้งให้ออโต้เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง
“ของมันแน่อยู่ละ” ออโต้ส่งยิ้มมุมปากให้มาติน เพราะเรื่องนิชชินเขารู้ดีสุดแล้วล่ะ
“หยุด! พอ! เลิกแดก” ฟอร์มีรีบดึงแก้วในมือนิชชินวางที่โต๊ะดังเดิม เมื่อมือเรียวเล็กคว้าจับแก้วอีกครั้ง แค่นี้ก็แสนจะปวดหัวแล้วนะ
“มี เมิงอย่าขัดกูด้ายม๊ายยยย” นิชชินเอ่ยพร้อมปรือตามองเพื่อนที่ประคองตนอยู่
“เฮ่ออออ หมี แบกมันดิ้” ฟอร์มีหันไปบอกแฟนหนุ่มของตน
“โน ๆ ไม่ต้อง” นิชชินยกมือห้ามเมื่อมาตินขยับตัวมาเตรียมแบก "กูเดินเองด้าย ลุคแอทมีย์"
ว่าจบเจ้าตัวก็ลุกขึ้นเดินเซ ๆ ให้เพื่อนดู เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดีกับความเมาแล้วดื้อของมัน ยกเว้นฟอร์มีที่หัวจะปวดกับคนอย่างไอ้ชิน
“โอ๊ยยยยย ปวดหัว ไอ้เชี้ยชิน!!” มือเล็กยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด เมื่อเพื่อนพุ่งไปข้างหน้าและทำท่าจะล้ม
ปั้ก!!
“โอ๊ย!!” นิชชินลูบก้นตัวเองที่กระแทกพื้น หลังจากที่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนชนเข้ากับกำแพงคนจนล้มก้นกระแทกพื้น
“...” นัยน์ตาคมสีเปลือกไม้เหลือบมองคนที่นั่งจุ่มปุ๊กอยู่ที่พื้นพลางกระตุกยิ้มอย่างพึ่งพอใจ
“กูเจ็บนะ ทำไมเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยเนี่ย” นิชชินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเงยหน้ามองคนที่ตนเดินชนอย่างเอาเรื่อง
“ขอโทษด้วยครับ บากเจ็บตรงไหนมั้ย” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขอโทษ โดยไม่ติดใจเอาความคนเมา
“โอ้ะ พี่ชาย~ ทามมายหล่อจังเลยคั้บ" นิชชินเมื่อเพ่งตามองจนเห็นใบหน้าร่างสูงชัด ๆ ก็เอ่ยออกมาเสียงอ้อแอ้พลางส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า
เมื่อได้สบตากับนัยน์ตาสีคาราเมลที่หยาดเยิ้ม เจ้าของมือเรียวใหญ่จึงดึงร่างเล็กมาแนบชิดตนพลางเอ่ยชิดใบหูเล็กน่ารัก พลางเบาลมไปเบา ๆ อย่างหยอกล้อ
“สนใจไปต่อไหมครับกับพี่มั้ยครับ”
“ไปสิรอไรอ่า เลสโก” นิชชินชูมือขึ้นอย่างร่าเริง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าได้เดินเข้าไปในถ้ำมังกรเสียแล้ว
“ไอ้ชิน!! ขอโทษครับพี่ พอดีเพื่อนผมมันอกหักมา มันเมามากเกินไป ขอโทษที่รบกวนนะครับ ผมจะดูแลเพื่อนให้ดีกว่านี้ครับ” ฟอร์มีรีบวิ่งมาหาเจ้าตัวดีที่กอดรัดร่างสูงตรงหน้า พลางก้มหัวขอโทษขอโพย
“อ๋อ ไม่เป็นไรครับ” ใบหน้าหล่อยิ้มละมุนให้ฟอร์มี
“โอ้วววว กูจะเป็นวูบ ดาเมจแรงฉิบ” ฟอร์มีพูดเบา ๆ กับตัวเองพลางทำท่าจะล้ม แต่มีแขนแกร่งโอบไว้ก่อนจึงไม่ได้หงายหลังไปจริง ๆ
“ผัวยืนอยู่นี่ทั้งคนนะเมีย กลับห้องไปโดนดีแน่เตรียมตัวไว้เลย” เสียงเข้มกระซิบชิดใบหูของคนรัก พลางเลื่อนมือไปขย้ำสะโพกกลมเต็มแรงเป็นการลงโทษ
“โอ้ะ ผัว ขอโทษน้า พอดีสันดานเก่ามันออก อาหารตาก็คืออาหารตานะครับ ผัวก็คือผัว” ปากพูดกับคนข้างกาย แต่สายตาเอาแต่จับจ้องคนที่โอบเอวเพื่อนตนอยู่ ช่วยไม่ได้นี่หว่านาน ๆ ที่จะมีของพรีเมี่ยมขนาดนี้มาให้ยล
“ยังอีก” มาตินมองคนรักเชิงดุ “เดี๋ยวค่อยเคลียร์กัน แต่ไปเอาไอ้ชินมาก่อน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟอร์มีจึงรีบดึงสติแล้วกลับเข้าเรื่องทันที พอเจอคนหล่อแล้วเคลิ้ม
“เอ่อ ต้องขอโทษอีกรอบด้วยนะครับ ผมกำลังจะพามันกลับพอดี งั้นขอตัวเพื่อนผมคืนด้วยครับ”
“อ๋อ ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นไรครับ ผมคุยกับเขาแล้ว เขาบอกว่าจะไปต่อกับผม” เสียงนุ่มทุ้มแสนมีเสน่ห์เอ่ยบอกฟอร์มีตามที่คุยกับร่างบางในอ้อมกอดไว้ก่อนกน้า
“แต่..” ฟอร์มีอึกอักเล็กน้อย ถึงแม้อีกฝ่ายจะหล่อ แถมยังแต่งตัวดูดีแต่จะให้เขาเอาเพื่อนง่าย ๆ แบบนี้ได้ไงกัน คนสมัยนี้มันไว้ใจได้ซะที่ไหน
“ปายด้ายยาง ง่วงแล้วน้า” นิชชินเอ่ยเสียงอ้อแอ้ถามร่างสูง ทำเอาเพื่อนได้แต่ยืนเงียบ
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมรับปากว่าผมจะไม่ทำร้ายเพื่อนคุณครับ เชื่อใจผมได้ นี่นามบัตรผม ถ้าเพื่อนคุณเป็นอันตราย แจ้งความจับได้เลยครับ” คนตัวสูงเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนคนข้างกายก็รู้ถึงความกังวลที่พวกเขามีเลยพูดขึ้นเพื่อให้เพื่อน ๆ เขาสบายใจโดยไม่รอการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น มือเรียวยัดนามบัตรใส่มือฟอร์มี แล้วพาร่างนิชชินออกไปทันที ทำเอามาตินกับฟอร์มีได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ อย่างไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์
“เอ้า มึงปล่อยเขาเอาไอ้ชินไปได้ไงอะ” ออโต้เดินมาสมทบหลังจากไปเข้าห้องน้ำ เขามาทันเห็นร่างบางโดนใครไม่รู้หิ้วไป แล้วเอ่ยถามสองผัวเมียอย่างหัวเสีย
“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากมึง” มาตินหันกลับพูดกับออโต้
“มีเบอร์ด้วยอะ” ซึ่งต่างจากแฟนของเขาที่ยิ้มเขิน ๆ อยู่กับนามบัตรสีดำทองดูเรียบหรู ทำเอาคนข้างกายหันขวับมามองคนรักตัว พลางยื่นมือไปแย่งนามบัตรมาเก็บไว้ที่ตนทันที
“เยอะแล้วนะเราอะ” มาตินว่าคนรักอย่างเคือง ๆ
“งั้นเดี๋ยวกูตามไปดูหน่อยละกัน” ออโต้ว่าพร้อมรีบก้าวตามสองร่างไปด้วยความร้อนใจโดยไม่สนใจทั้งสองคนที่กำลังสร้างบรรยากาศเทา ๆ สักนิด
“งะ เอามานี่นะ” ฟอร์มีขึ้นเสียงใส่มาตินด้วยความเอาแต่ใจ
“จะเอางี้ใช่ไหมฟอร์มี อืมได้ ถ้าชอบขนาดนั้นเดินตามไปเลยก็ได้นะ” มาตินมองคนรักด้วยสายตาน้อยใจ กว่าเขาจะได้ฟอร์มีมาเป็นคนรักเขาพยายามแทบตาย ทำทุกอย่างให้ได้เป็นคนที่ดีพอสำหรับฟอร์มี แต่จะให้เขาโอเคกับทุกการกระทำของอีกฝ่าย เขาก็ทำไม่ได้หรอก เขารักฟอร์มีมากแค่ไหน ความหวงก็มากตามไปด้วย ใครมันจะไปโอเคที่แฟนชื่นชมคนอื่น
“ได้หรอ” ฟอร์มีก็รู้แหละว่าอีกคนน้อยใจ แต่ด้วยความที่ทิฐิสูงจึงเอ่ยถามออกไป
“เรารู้นะ ว่าเธอรู้ว่าเราน้อยใจ รู้ว่าเธอคงคิดว่ามันคือนิสัยของเธอ เราต้องรับได้สิ และเธอก็รู้ว่าเรายอมเธอได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่กับเรื่องแบบนี้ เราว่าเราเคยคุยกันแล้วนะ เพราะเรารักเธอมากไปหรอ เธอเลยมองข้ามความรู้สึกเรา” มาตินเอ่ยด้วยความน้อยใจ พร้อมกับนัยน์ตาสีปีกกาคลอเคลือบไปด้วยหยาดน้ำใส
“งื้อ เค้าขอโทษนะที่รัก” เมื่อทิฐิในใจถูกละลายลงด้วยน้ำตาของคนรัก ฟอร์มีจึงเอ่ยขอโทษออกไปด้วยความรู้สึกผิด พร้อมกับสวมกอดมาตินพลางถูแก้มกับไหล่หนาของคนรักอย่างออดอ้อน
“เฮ่อออ ตินแพ้มีตลอดเลย อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ ตินหวงมีมากนะ รู้ไหม” มาตินกระชับอ้อมกอดแล้วลูบผมนุ่มอย่างเอื้อเอ็นดู เขาแพ้ให้กับคนคนนี้ทุกอย่างแหละ
“ครับ สัญญาครับว่าจะไม่ทำอีกแล้ว หมีของเค้าไม่ร้องนะ” ฟอร์มียิ้มออกมาบาง ๆ พลางกดจูบลงบริเวณหน้าอกซ้ายของคนรัก ทำเอาคนได้รับสัมผัสถึงกลับอดยิ้มออกมาไม่ได้เลย
ออโต้ที่รีบตามทั้งสองคนออกมา ก็มาทันแค่เห็นหลังรถที่แล่นออกไป เจ้าตัวได้แต่ทะเบียนรถไว้ แล้วเตะพื้นอย่างหัวเสีย ถ้าเกิดอะไรไม่ดีกับนิชชินขึ้นมา เขาจะไม่ให้อภัยตัวเองแน่
อีกด้านหนึ่ง
“สนุกแน่นอนครับ” มังกรกระซิบข้างหูนิชชินด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมกระตุกยิ้มอย่างพึ่งพอใจ นาน ๆ ทีเขาจะเจอคนที่ตรงสเปคขนาดนี้
“อย่าสิมันจั๊กจี๋น้า” เสียงใสหัวเราะออกมาเมื่อสันจมูกของร่างสูงคลอเคลียบริเวณใบหูของตน
// ฮาย ๆ นานะกลับมาแล้วกับนิยายเรื่องเก่ารีอัปใหม่ คือเรื่องนี้ต้องบอกว่าเมื่อก่อนนานะเคยแต่งเรื่องนี้ลงกลุ่มในเฟสบุ๊คเป็นแนวบทสนทนา ถ้าใครคุ้น ๆ ก็อาจจะเคยอ่านมาจากกลุ่มในเฟสนะงับ แต่ว่านานะเปลี่ยนเป็นแบบบทบรรยายหมดแล้ว
เรื่องนี้อัปวันเว้นวันไปก่อนนะ หลังอัปจบหนึ่งอาทิตย์จะทำการติดเหรียญนะงับ แต่ว่าวันไหนถ้าอารมณ์ดีก็จะมาวันละสองสามตอนก็ได้ ถ้าชอบก็กดไลค์ กดเม้น กดใจ เป็นกำลังใจให้นานะด้วยน้าาา
เรื่องนี้บอกเลยว่าฟีลกู๊ดสุสสสสสสส มาติดตามความแสบซนของน้องนิชชิน ไอ้ต้าวนุ้บนิ้บ กับพี่มังกร นักธุรกิจสุดคูลที่หลุดมาดกันเถอะ Enjoy Reading นะทุกโคนนนน
ห้ามทำการก็อปนิยายเรื่องนี้นะคะ การขโมยความคิดของคนอื่นมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสุด ๆ ไปเลยล่ะค่ะ
นิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2558 ว่าด้วยเรื่องลิขสิทธิ์มังกรที่รัก (Yaoi18+) ขอสงวนงานเขียนทันทีที่เจ้าของผลงานคิดโครงเรื่อง แต่ยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้จนกว่าเจ้าของผลงานจะจดบันทึกลงในสมุดหรือมีพยานรู้เห็น หรืออัปลงเว็บไซต์ ซึ่งเท่ากับการเผยแพร่ต่อสาธารณะ กฎหมายลิขสิทธิ์ทันที
อนึ่ง นิยายเรื่องนี้ขอสงวนสิทธิ์เป็นของ Nanahjomauang หรือ นานะจอมอ้วง ผู้แต่งแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ห้ามคัดลอก ดัดแปลง จะทั้งเรื่องหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง
ขอสงวนลิขสิทธิ์พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนิยายไปเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษตามพระราชบัญญัติที่กำหนดไว้
นักเขียน : Nanahjomauang
นักวาดจิบิน่ารัก ๆ : ปกกะติ ปกนิยาย
