หากการแบ่งลำดับ โดยขั้นเดรัจฉานเป็นเครื่องคัดกรอง
ระหว่างสัตว์กับมนุษย์ คือสิ่งท้าวเทพพรหมวางเกณฑ์
คงต้องคิดหนักในยุคศิวิไลซ์ เพราะขณะเหล่าเดรัจฉานต่างมุ่งมั่นพัฒนาวิวัฒนาการ
เพื่อหลุดขอบห่วงโซ่ชั้นสุดท้ายของฐานะ พยายามแสวงหาวิธีสารพัดพ้นวิถีอยู่นั้น
ช่างแตกต่างสิ้นเชิงกับมวลมนุษย์ ซึ่งสวนกระแสจมดิ่งถดถอยให้กิเลสครอบงำควบคุม
จวนเจียนตกอยู่ภายใต้อาบัติปั่นป่วน ดั่งคล้ายวาจา
“เห็นกงจักรเป็นดอกบัว”
ห้วงพลังธรรมะคราขีดมาตรฐานตกต่ำ เมื่อสัตว์ประเสริฐทั้งหลาย
ได้นำมาใช้ในทางไม่ถูกควร ก่อตรรกะบิดเบือน
เผลอลุ่มหลงงมงายไร้สติแยกแยะ หรือว่าเราถึงคราหมดสูญศรัทธากล้า
อันพอบรรลุทิ้งทวนห่างเหนือสรรพสิ่งในหล้าเสียแล้ว
เนื่องปัจจุบันคุณงามความดีปรากฏหายากเหลือเกิน
...เค้าโครงถูกปั้นแต่งขึ้นมา หวังเตือนภัยพึงระลึกสังวรต่อแรงยับยั้งชั่งใจ
หยั่งจิตทุกปุถุชนในหลักยึดครอง และปล่อยวางวิบากกรรมพื้นฐาน
ขัดเกลาให้ค้นพบหนทางสว่าง หากไตร่ตรองโดยสติสัมปชัญญะ
จึงหยิบยกเรื่องราวความรักบ่วงเสน่หาผูกมัด ระหว่างมนุษย์กับนาคา
โคจรเกี่ยวข้องเกิดประเด็นแง่คิด นิยายสร้างตามจินตนาการของผู้เขียน
ดังนั้นจึงขอกล่าวก่อนออกตัว กับผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านภาษาอักษรศาสตร์
กรุณาอภัยในข้อด้อยอ่อน ซึ่งยังกล้าอวดศักดาเสกสรรแบ่งปันความบันเทิง
สู่สายตามวลนักอ่านที่รักทุกท่าน ผู้มีความฝันร่วมเส้นทางเดียวกัน
...อานุภาพความรักไม่อาจสามารถกั้นขวางศัณตะ/อวตลักษณ์
แต่กว่าจะสัมฤทธิ์ผล ต้องผ่านพิสูจน์บททดสอบมากมาย
วาระดำเนินจากเทพหนุ่มอาลักษณ์บนสวรรค์ ผูกจิตพิศมัยต่อนางฟ้าปรุงยาทิพย์โอสถ
ขั้นฝ่าฝืนกฎบัญญัติของเขตแดนต้องห้ามสรวงภพภูมิสูงส่ง
กระทั่งชะตาชีวิตพลิกผัน กำหนดต้องมาชดใช้กรรมที่ก่อไว้
ยังบาดาลใต้นที รวมภาคีพสุธาโลกา ผลปรารถนาถือคติสร้างสมบุญกุศล
เรื่องราวผสมสุขทุกข์คลุกเคล้า สำหรับปรุงแต่งอรรถรส
โปรดเอาใจช่วย ศักรินทร์นาคาและเงือกพรายอารยานีด้วยเถิด... ‘นทีเผย’